ปรากฏการณ์ใหม่ของ G-SHOCK Flagship Store ชั้น 3 @CentralWorld เมื่อ บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด (CMG) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกา CASIO G-SHOCK เดินหน้าพลิกโฉมครั้งสำคัญ ภายใต้คอนเซ็ปต์ดีไซน์ระดับโลก “G-SHOCK Garage” หยิบเอาเอกลักษณ์ของแบรนด์มาถ่ายทอดผ่านพื้นที่จริง เพื่อยกระดับร้านนาฬิกาสู่ “Space of Culture” ที่รวมทั้งสตรีท แฟชั่น และคอมมูนิตี้ของคนรัก G-SHOCK ไว้ในที่เดียว
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เสมือนการวางบทบาทใหม่ของ G-SHOCK ในการเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านพื้นที่ที่เปิดให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสและมีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้โดยตรง พร้อมกับการจัดวาง Retail Experience ใหม่ ที่เชื่อม Product, Culture และ Community เข้าด้วยกันในพื้นที่เดียว

คอนเซ็ปต์ดีไซน์ระดับโลก
แปลง DNA ของแบรนด์เป็นพื้นที่จริง
คอนเซ็ปต์ “G-SHOCK Garage” ถูกใช้เป็นแกนของการออกแบบ โดยดึง DNA ของแบรนด์มาแปลความเป็นพื้นที่จริง เผยให้เห็นความดิบ เท่ แข็งแกร่ง แต่แฝงความอบอุ่น ผ่านดีไซน์ที่เน้นเรียบง่าย สะท้อนถึงความแข็งแรง ทนทาน ซึ่งเป็น DNA ของ G-SHOCK ผสานเข้ากับวัสดุที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นดึงดูดลูกค้าให้ก้าวเข้ามาได้อย่างเป็นกันเอง
สิ่งที่ทำให้คอนเซ็ปต์นี้มีพลัง คือการยกระดับพื้นที่สู่ “Space of Culture” ที่เปิดให้สตรีทคัลเจอร์ แฟชั่น และคอมมูนิตี้ของคนรักนาฬิกาเข้ามาเชื่อมต่อกันได้จริง และทำให้ Retail ขยับจากจุดขาย ไปสู่พื้นที่ที่ผู้คนอยากเข้ามาใช้เวลาอยู่ร่วมกับแบรนด์ เพื่อให้ Flagship Store แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้บริโภคสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สิรินาถ เรืองสุวรรณเดช Head of Casio Watch บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “CMG มุ่งยกระดับ Retail Experience ให้ก้าวไปไกลกว่าการเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้า สู่การเป็น ‘Space of Culture’ ที่เชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริงในทุกมิติ”


ไฮไลต์คาแรกเตอร์ “GORO” แห่งเดียวในอาเซียน
เปลี่ยน Store ให้กลายเป็น Destination
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของสาขานี้ คือการนำ “GORO” หนึ่งใน 4 คาแรกเตอร์ที่ออกแบบโดย นิโกะ (NIGO) ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ระดับโลก ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกา G-SHOCK รุ่นไอคอนิกอย่าง DW5000 และ DW5600 มาจัดแสดงในประเทศไทยเพียงแห่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การปรากฏตัวของ GORO เข้ามาเติมมิติของสตรีทคัลเจอร์และสตรีทอาร์ตให้กับพื้นที่อย่างชัดเจน พร้อมยกระดับ Flagship Store แห่งนี้ให้กลายเป็นจุดเช็คอินที่เชื่อมผู้คนเข้ากับแบรนด์ผ่านประสบการณ์จริง และส่งให้ Store แห่งนี้ก้าวสู่การเป็น Destination ของสายสตรีทและคนรัก G-SHOCK อย่างชัดเจน

รุกตลาดสตรีทและ Vintage เต็มกำลัง
ไลน์สินค้าครอบคลุมทุกเซกเมนต์
อีกหนึ่งแกนสำคัญที่ทำให้ G-SHOCK Garage ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่ของคอนเซ็ปต์ แต่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงได้อย่างครบถ้วน คือการวางพอร์ตสินค้าที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์อย่างชัดเจน ตั้งแต่ไลน์ระดับไฮเอนด์ ไปจนถึงรุ่นที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ และกลุ่มที่มองหาดีไซน์เฉพาะตัว
ภายใน Flagship Store แห่งนี้จึงถูกจัดวางสินค้าออกเป็นโซนอย่างมีโครงสร้าง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
- โซน G-SHOCK Premium รวบรวมเรือนเวลาไฮเอนด์อย่าง MR-G และ MT-G
- โซน G-SHOCK ลิมิเต็ดคอลเลกชันกับรุ่นยอดนิยมสำหรับคนรุ่นใหม่
- โซน G-SHOCK WOMEN & BABY-G สำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ
- โซน Timeless & Vintage สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดีไซน์คลาสสิก
- โซน EDIFICE นาฬิกาที่ผสมผสานความสปอร์ตเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว
ไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้อยู่ที่การนำรุ่นไอคอนิกอย่าง DW5000 และ DW5600 กลับมาเป็นตัวแทนของ DNA แบรนด์ ควบคู่ไปกับคอลเลกชันใหม่อย่าง GST-B1000D, Vintage Collection และ EDIFICE Collection ที่สะท้อนความหลากหลายของดีไซน์และนวัตกรรม
ทั้งหมดนี้ยังคงความชัดเจนในตัวตนของ G-SHOCK ไว้อย่างครบถ้วน และสอดรับกับทิศทางของแบรนด์ในการขยายฐานลูกค้า โดยเฉพาะการโฟกัส Vintage Segment ที่เติบโตในกลุ่ม Gen Z ซึ่งมองนาฬิกาเป็นเครื่องมือสะท้อนตัวตนและสไตล์การใช้ชีวิต

มากกว่า “นาฬิกา” คือคัลเจอร์ที่มีชีวิตของคนรุ่นใหม่
บนฐานธุรกิจที่มีจุดขายกว่า 132 แห่งทั่วประเทศ และพอร์ตสินค้าที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับราคาหลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท ทำให้ G-SHOCK ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่ในกลุ่มผู้บริโภคเดิมอีกต่อไป แต่ยังขยายการเข้าถึงไปสู่กลุ่มที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่เพศ อายุ และสไตล์การใช้ชีวิต
ภาพนี้ยิ่งชัดขึ้นจากโครงสร้างลูกค้าที่เปิดกว้างมากขึ้น จากเดิมที่มีสัดส่วนผู้ชายเป็นหลัก สู่การเติบโตในกลุ่มผู้หญิง ควบคู่ไปกับพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับการแสดงตัวตนผ่านการแต่งตัว และเลือกใช้นาฬิกาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของลุคในแต่ละวัน

ในจังหวะเดียวกัน กระแส Vintage ที่กลับมาได้รับความนิยม ทำให้นาฬิกา G-SHOCK ในกลุ่มนี้กลายเป็นมากกว่าสินค้า แต่เป็น “สไตล์” ที่เชื่อมโยงกับตัวตนของผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจน และเปิดโอกาสให้แบรนด์สามารถเข้าไปตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ตรงจุดมากขึ้น
ทิศทางดังกล่าวถูกต่อยอดผ่านการพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง การออกคอลเลกชันพิเศษร่วมกับแบรนด์ระดับโลก ไปจนถึงการทำแคมเปญและกิจกรรมทั้งในช่องทาง Online และ Offline เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม และขยายความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้ลึกขึ้นในทุกจังหวะของการใช้งานจริง
ทั้งหมดนี้กำลังพา G-SHOCK ขยับจากแบรนด์นาฬิกา ไปสู่การเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนเลือกใช้ในชีวิตประจำวัน และค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของคัลเจอร์ที่ผู้บริโภคหยิบมาใช้เพื่อสะท้อนตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจน






