ได้บทสรุปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025-2026 โดยเป็น ‘อาร์เซนอล’ ที่สามารถการันตีตำแหน่งแชมป์ได้สำเร็จเสียทีหลังเป็นรองแชมป์มา 3 ปีติดต่อกัน โดยเหลือโปรแกรมการแข่งขันนัดสุดท้ายที่พลพรรคปืนใหญ่ไม่ต้องไปรอลุ้นผลอีกต่อไป

แชมป์พรีเมียร์ลีกของอาร์เซนอลฤดูกาลนี้ นับเป็นการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 22 ปี หลังจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมรองจ่าฝูงทำได้แค่บุกไปเสมอ บอร์นมัธ 1-1 ในการแข่งขันนัดที่ 37 จากการลงเล่นทั้งหมด 38 นัด ส่งผลให้แต้มขาดเป็นที่เรียบร้อย

ซึ่งลีกฟุตบอลสูงสุดของอังกฤษ หรือ ดิวิชั่น 1 ก่อตั้งในปี 1888 ก่อนเปลี่ยนชื่อมาเป็น พรีเมียร์ลีก ในปี 1992 หลังการประกาศแยกตัวออกมาจัดตั้งลีกการแข่งขันกันเองของสโมสรในลีก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานเชิงพาณิชย์และการหารายได้ ซึ่งรวมถึงเม็ดเงินมหาศาลจากสปอนเซอร์

พรีเมียร์ลีก มีฐานผู้ชมอยู่หลายพันล้านคนทั่วโลก การแข่งขันถูกมองว่าเป็นพรีเมียมคอนเทนต์ และมีมูลค่าทางการตลาดสูง เฉพาะมูลค่ารายได้จากสปอนเซอร์ในฤดูกาล 2025-2026 จากการอ้างอิงข้อมูลของ SponsorUnited พบว่าอยู่ที่ราว 66,135 ล้านบาท

พรีเมียร์ลีก ลีกฟุตบอลเม็ดเงินสปอนเซอร์ 66,135 ล้านบาท สโมสรไหนมีรายได้สูงสุด
5 อันดับสโมสรพรีเมียร์ลีกที่มีมูลค่าสปอนเซอร์เสื้อแข่งรวมสูงสุด (ฤดูกาล 2025/2026) สปอนเซอร์ผู้ผลิตชุดแข่ง: ล้านบาท/ปี สปอนเซอร์คาดหน้าอกเสื้อ: ล้านบาท/ปี มูลค่ารวมทั้ง 2 ส่วน: ล้านบาท/ปี
Manchester City Puma: 4,384  Etihad Airways: 2,467 6,851 
Manchester United Adidas: 3,946 Snapdragon: 2,657 6,603 
Arsenal Adidas: 3,288 Fly Emirates: 2,221 5,509 
Liverpool Adidas: 2,630  Standard Chartered: 2,221 4,851 
Tottenham Hotspur Nike: 2,192 AIA: 1,708 3,900 
อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนประเมินที่ 1 ยูโร = 37.96 บาท และ 1 ปอนด์ = 43.84 บาท
ที่มา: SponsorUnited, The Athletic, SportBusiness, SportsPro Media, Football Benchmark / พฤษภาคม 2026

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จึงนับเป็นแชมป์ลีกฟุตบอลที่ดึงดูดเม็ดเงินสปอนเซอร์ได้สูงที่สุดในโลก โดยขุมทรัพย์รายได้เชิงพาณิชย์หลักของบรรดาสโมสรจะมาจาก 2 แหล่งสำคัญ คือ ‘ดีลสปอนเซอร์คาดหน้าอกเสื้อ’ และ ‘ดีลผู้ผลิตชุดแข่ง’

หากเจาะลึกไปที่สมรภูมิบนหน้าอกเสื้อของสโมสรชั้นนำ จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นการเซ็นสัญญาระยะยาวกับกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ ทั้งจากแวดวงเทคโนโลยี สายการบิน และสถาบันการเงิน ที่ต่างพร้อมทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อยึดพื้นที่สื่อทองคำนี้ และเข้าถึงฐานผู้บริโภคในระดับสากล

5 อันดับสโมสรพรีเมียร์ลีก ที่กวาดรายได้จากสปอนเซอร์คาดหน้าอกเสื้อสูงสุด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับมือกับ Snapdragon ซึ่งเป็นกลุ่มเทคโนโลยี / เซมิคอนดักเตอร์ กวาดรายได้ราว 2,657 ล้านบาทต่อปี

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นพันธมิตรกับ Etihad Airways ซึ่งเป็นกลุ่มสายการบิน รับรายได้ราว 2,467 ล้านบาทต่อปี

ลิเวอร์พูล ผนึกกำลังกับ Standard Chartered ซึ่งเป็นกลุ่มการเงินและการธนาคาร รับรายได้ราว 2,221 ล้านบาทต่อปี

อาร์เซนอล เป็นพันธมิตรกับ Fly Emirates ซึ่งเป็นกลุ่มสายการบิน รับรายได้ราว 2,221 ล้านบาทต่อปี

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ จับมือกับ AIA ซึ่งเป็นกลุ่มกลุ่มประกันภัยและการเงิน รับรายได้ราว 1,708 ล้านบาทต่อปี

ทว่า ขุมทรัพย์ไม่ได้หมดเพียงแค่หน้าอกเสื้อ เพราะเม็ดเงินอีกก้อนโตที่คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงราว 1 ใน 4 ของรายได้เชิงพาณิชย์ทั้งหมดสำหรับสโมสรชั้นนำ คือสปอนเซอร์จากฝั่ง ‘ผู้ผลิตชุดแข่ง’ 

ดีลประวัติศาสตร์เหล่านี้มีให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการที่ Adidas ต่อสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยาวไปจนถึงปี 2035 ด้วยมูลค่ารวมสูงถึงราว 39,456 ล้านบาท หรือฝั่ง Puma ที่ขยายสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปอีก 10 ปี ดันมูลค่าทะยานแตะระดับ 4,384 ล้านบาทต่อฤดูกาล 

ลิเวอร์พูลสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฤดูกาล 2025/2026 ด้วยการบอกลา Nike และหันมาจับมือกับ Adidas ด้วยดีลมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2,630 ล้านบาทต่อปี

ส่วน เชลซี ไม่มีชื่อติดอยู่ใน 5 อันดับแรก จากรอยต่อและความไม่แน่นอนในการหาพันธมิตรรายใหม่ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากหมดสัญญากับสปอนเซอร์รายเดิม จึงอยู่ในสถานการณ์ลงสนามโดยไม่มีสปอนเซอร์คาดอกเสื้อ ซึ่งความไม่นิ่งของสปอนเซอร์หลักนี้เองที่ทำให้เม็ดเงินรายรับรายปีของเชลซีหล่นหายไป

ซึ่งทั้ง ‘สปอนเซอร์คาดหน้าอก’ และ ‘ผู้ผลิตชุดแข่ง’ ต่างก็เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้ลีกลูกหนังแดนผู้ดี ยังคงนั่งแท่นเบอร์หนึ่งในการโกยเงินจากสปอนเซอร์ของโลกฟุตบอล

ปัจจุบัน Adidas ได้กลายเป็นแบรนด์ผู้ผลิตชุดแข่งที่ครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะในกลุ่มสโมสรชั้นนำ ที่พวกเขากวาดไปดูแลถึง 3 ทีม ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล และลิเวอร์พูล

ประเทศไทย ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดลีกฟุตบอลในประเทศอังกฤษ ดังนี้ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, คาราบาว คัพ, แชมเปี้ยนชิพ, ลีกวัน, ลีกทู รวมถึงการรีรัน ไฮไลท์ รวม 6 ฤดูกาล เริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2025-2026 จะอยู่ภายใต้การถือครองและให้บริการโดย JAS หรือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

Marketeer FYI

แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2025/2026 ของอาร์เซนอล ถือเป็นแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 14 ของสโมสร โดยครั้งล่าสุดที่พวกเขาทำได้ก่อนหน้านี้ต้องย้อนกลับไปในฤดูกาล 2003/2004 ยุค “แชมป์ไร้พ่าย” ภายใต้การคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์

แชมป์ลีกสูงสุด 14 สมัยของอาร์เซนอล

ดิวิชัน 1 เดิม (10 สมัย): 1930–31, 1932–33, 1933–34, 1934–35, 1937–38, 1947–48, 1952–53, 1970–71, 1988–89, 1990–91

พรีเมียร์ลีก (4 สมัย): 1997–98, 2001–02, 2003–04 (แชมป์ไร้พ่าย), และล่าสุดฤดูกาล 2025–26

การปลดล็อกแชมป์ภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า และพลพรรคนักเตะอาร์เซนอล ในฤดูกาลนี้ จึงไม่เพียงแต่ทำลายคำสาปรองแชมป์ 3 ปีติด แต่ยังช่วยเพิ่มมูลค่าแบรนด์และอำนาจต่อรองเชิงพาณิชย์ให้กับทัพปืนใหญ่ในตลาดสปอนเซอร์โลกอย่างสูง