Nikon–Canon เมื่อพี่ใหญ่ ขอรัวชัตเตอร์ใน Full Frame Mirrorless

ในอดีตโลกที่มีแต่กล้อง Compact และ DSLR  เวลาคนจะซื้อกล้อง DSLR ส่วนใหญ่จะมีชื่อ นิคอน และ แคนนอน เป็นตัวเลือกหลักอยู่ในใจ จากการมีไลน์อัพที่หลากหลายบนชื่อเสียงที่มีมานาน ในฐานะแบรนด์กล้อง DSLR ที่มืออาชีพส่วนใหญ่เขาใช้กัน

ส่วนปัจจุบันหลังจาก Mirrorless ได้เข้ามากินสัดส่วนกล้องดิจิทัล จน กล้อง Compact แทบไม่มีสัดส่วนให้เหลือ

ไม่กี่ปี Mirrorless ก็กินตลาดไปเกินครึ่ง 2555 2561 DSLR 8% 30% Mirrorless 2% 60% Compact 90% 10% Marketeer รวบรวม, ตุลาคม 2561

 

แต่การลดลงของกล้อง Compact กลับทำให้ กล้อง DSLR และ Mirrorless เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกล้อง Mirrorless จนปัจจุบันกล้อง Mirrorless กินส่วนแบ่งตลาดกล้องมากถึง 60%

 

Mirrorless กินแชร์ 60% ตลาดกล้อง Compact 10% Mirrorless 60% DSLR 30% ตลาดรวม 7,000 ล้านบาท* *มกราคม-กรกฎาคม 2561 ที่มา: นิคอน,กันยายน 2561

 

และการเติบโตของ Mirrorless ได้ทำให้เกมการแข่งขันได้เปลี่ยนไป จากแบรนด์ฟูจิฟิล์ม โซนี โอลิมปัส หรือแม้แต่พานาโซนิค ซึ่งเป็นแบรนด์อันดับรองๆ ในใจผู้บริโภคเมื่อคิดจะซื้อกล้องในอดีต กลับเติบโตอย่างสวยงามในตลาด Mirrorless จนส่วนแบ่งในตลาดกล้อง Mirrorless เบียดนิคอนกับแคนนอนซึ่งเป็น 2 แบรนด์หลักในอดีตลงอย่างน่าตกใจ

 

Fuji Film ครองตลาด Mirrorless Fuji Film 34.8% Sony 25.9% Olympus 15.7% Panasonic 11.6% Canon 11.5% ตลาดรวม 8,600 ล้านบาท *ส่วนแบ่งตลาดปี 2560 ที่มา: ฟูจิฟิล์ม, 2561

 

โดยเฉพาะนิคอน ที่ในปีที่ผ่านมาแทบไม่มีส่วนแบ่งในตลาด Mirrorless เหลืออยู่เลย จากการยุติทำตลาด Nikon 1 กล้อง Mirrorless ซีรีส์เดียวที่นิคอนมีอยู่ เพราะยอดจำหน่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ส่วนแคนนอนผู้นำในตลาดกล้องดิจิทัลรวมก็มีส่วนแบ่งตลาดเพียงอันดับที่ 4 เท่านั้น

ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ ฟูจิฟิล์มทำตลาดช่างภาพมือใหม่หัดถ่ายได้ดี โดยเฉพาะผู้หญิง ที่ต้องการถ่ายภาพให้สวยเพียง 1 แชะ โดยไม่ต้องเข้าโปรแกรมตกแต่งภาพอีกสเต็ป

เมื่อตลาด Mirrorless สำหรับผู้ใช้ทั่วไปมีคู่แข่งที่แข็งแกร่ง ที่อาจจะต้องทำตลาดเหนื่อยหน่อยกว่าจะช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดกลับมา

ยิ่งในช่วงเวลาที่ตลาด Mirrorless เลยจุดสูงสุดเมื่อปีที่ผ่าน ด้วยยอดจำหน่ายในเชิง Volume ที่ลดลง

แต่จำนวน Volume ที่ลดลงนี้ มีความน่าสนใจคือ ตลาดกล้อง Mirrorless มีการเติบโตด้าน Value ที่เพิ่มขึ้น

เพราะนั่นหมายถึงผู้บริโภคซื้อกล้อง Mirrorless ที่มีราคาแพงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์การใช้งานกล้อง Mirrorless เป็นตัวที่ 2 และ 3 รวมถึงผู้ใช้กล้อง DSRL เดิมขยับมาใช้งาน Mirrorless จากการมองเห็นประสิทธิภาพของไฟล์ภาพ และระบบการทำงานที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถใช้แทนกล้อง DSLR ในรุ่น entry-mid level ได้สบายๆ

เมื่อสภาพการแข่งขันในตลาด Mirrorless สำหรับผู้ใช้ทั่วไป เริ่มแข่งขันยาก ประกอบกับเมื่อปี 2556 แบรนด์โซนีได้ลองเชิงตลาด Mirrorless สำหรับมืออาชีพ ด้วยการเปิดตัว Sony A7 ซึ่งเป็นกล้อง Mirrorless ที่ใช้เซ็นเซอร์แบบ Full Frame ที่ใช้กับกล้อง DSLR ระดับมืออาชีพออกมาทำตลาด

และผลปรากฏว่า Sony A7 เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยไร้คู่แข่ง

นิคอนและแคนนอน จึงอาศัยจุดเด่นของแบรนด์ในฐานะแบรนด์สำหรับช่างภาพมืออาชีพ เปิดตัว Full Frame Mirrorless กับเขาบ้าง จากการมองเห็นเทรนด์ตลาดที่มีการเติบโตอย่างน่าสนใจ

ซึ่งงานนี้ไม่ได้มีแค่นิคอนกับแคนนอนเท่านั้น แต่ยังมีพานาโซนิค ผู้นำอันดับ 3 ในตลาด Mirrorless ประเทศไทยด้วย

แต่วันนี้ได้มีนิคอนกับแคนนอนเปิดตัว Full Frame Mirrorless ออกมาทำตลาดในโลกและประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนพานาโซนิคคิดว่าไม่นานเกินรออย่างแน่นอน

การเข้ามาทำตลาด Full Frame Mirrorless ของนิคอนและแคนนอนในวันนี้ มีจุดประสงค์เดียวกัน คือต้องการเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดกล้องดิจิทัลรวม

ตลาดกล้องดิจิทัล

Fuji Film  22.1%

Canon     21.4%

Sony      21.4%

Nikon     11.8%

Olympus   11.4%

Panasonic 9.1%

Etc.      2.8%

ตลาดรวม 310,000 ตัว

*ส่วนแบ่งตลาดปี 2560

ที่มา: ฟูจิฟิล์ม, 2561

 

ส่วนแบ่งตลาด DSLR

Canon 53.3%

Nikon 46.4%

Ext    0.3%

*ส่วนแบ่งตลาด ปี 2560 ในเชิง Volume

ที่มา: ฟูจิฟิล์ม, 2561

 

แคนนอนผู้นำในตลาด DSRL มานานกว่า 9 ปี ต้องการขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรวมที่แข็งแกร่ง

ส่วนนิคอนต้องการขึ้นเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งเช่นกัน

 

งานนี้คงได้เห็นการต่อสู้กันระหว่าง 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่มีภาพการเป็นผู้นำในตลาดกล้องมืออาชีพ ในการนำ Full Frame Mirrorless เข้ามาทำตลาด เพื่อเป้าหมาย คือการเติบโตอย่างยั่งยืน จากการต่อยอดไปยังเลนส์และอุปกรณ์เสริมต่างๆ

เพราะส่วนใหญ่แล้วช่างภาพมืออาชีพและมือสมัครเล่นที่รักในการถ่ายภาพ และมีเงินทุนมากพอในการลงทุนกล้องมืออาชีพ จะนิยมซื้อเลนส์หลายช่วง และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เพื่อสนับสนุนการถ่ายภาพให้ดียิ่งขึ้น และถ้าพวกเขาเริ่มลงทุนไปแล้ว โอกาสที่จะเปลี่ยนไปใช้อีกแบรนด์หนึ่งจะเป็นเรื่องที่ยาก จากอุปกรณ์ที่ลงทุนไปก่อนหน้านั้นมีราคาสูง

และตลาด Full Frame Mirrorless ถือเป็นตลาดที่เพิ่งเริ่มต้น เพราะมีช่างภาพมืออาชีพอีกจำนวนมากที่ยังคงใช้ DSLR อยู่ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นมีโอกาสที่จะเปลี่ยนเป็น Full Frame Mirrorless ในอนาคต เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม และเมื่อช่างภาพคนนั้นเลือกที่จะใช้ค่ายใดค่ายหนึ่งแล้วโอกาสย้ายแบรนด์เป็นได้ยาก

แล้วนิคอนกับแคนนอนแข่งขันในตลาด Full Frame Mirrorless อย่างไร

 

Z Series ถึงแม้ช้าแต่ก็มาก่อนคนอื่น แถม All New เสียด้วย

ถ้านับตั้งแต่ปี 2556 นิคอนถือว่าได้มาหลังโซนี ผู้ทำตลาด Full Frame Mirrorless อย่างโดดเดี่ยวมานานถึง 5 ปี

แต่ถึงจะมาช้า นิคอนก็ยังมาก่อนใครๆ ทั้งแคนนอนและพานาโซนิค

นิคอนได้เปิดตัวกล้อง Full Frame Mirrorless ในชื่อ Z Series เข้าสู่ตลาดโลกเมื่อ 24 สิงหาคม 2561

การเข้ามาในตลาด Full Frame Mirrorless นิคอนได้เปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ Nikon Z7 และ Nikon Z6 ซึ่ง 2 รุ่นนี้ มีจุดเด่นคือเทคโนโลยีที่พัฒนาใหม่หมด เช่น ช่องมองภาพเมาท์เลนส์ใหม่ ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่กว้างขึ้น มีระยะท้ายเลนส์ห่าง 16 มม. ให้ภาพที่ถ่ายออกมามีความคมชัดทั้งภาพ

สำหรับในประเทศไทย Nikon Z Series พร้อมจำหน่าย 27 กันยายน 2561

การเข้ามาทำตลาดใน Full Frame Mirrorless ในตลาดไทย นิคอน ประเทศไทยได้ตั้งราคาเริ่มต้นเฉพาะตัวกล้องไว้ที่ 69,900 บาท เพื่อเจาะกลุ่มช่างภาพมืออาชีพ และช่างภาพมือสมัครเล่นที่ต้องการถ่ายภาพแบบมืออาชีพเป็นหลัก

การทำตลาดของ Nikon Z Series จึงเน้นไปที่การสร้างความรับรู้ในกลุ่มผู้สนใจการถ่ายภาพอย่างช่างภาพมืออาชีพในแขนงต่างๆ ที่เป็นไอดอลในวงการถ่ายภาพมาทดลองใช้ เพื่อเป็นกระบอกเสียงในการบอกต่อถึงคุณภาพในการถ่ายภาพ และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานกล้อง Z Series

นอกจากนี้ นิคอนยังขับเคลื่อน Z Series ด้วยการสร้างประสบการณ์การใช้งานกล้อง Z Series จริง ผ่านเวิร์กช็อปและสัมมนา ด้วยการเชิญช่างภาพมืออาชีพในแขนงต่างๆ มาให้ความรู้ รวมถึงกิจกรรมโรดโชว์ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อเข้าไปสร้างประสบการณ์กับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง

อย่างเช่นการจัด “Z Wedding Talk” สัมมนาเจาะลึกเทคโนโลยีของ NIKON Z กับงานถ่ายภาพ Wedding ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการความคล่องตัวในการถ่ายภาพเก็บบรรยากาศในงาน และการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งแนวสตรีท โดยวิทยากรที่เป็นช่างภาพเวดดิ้งมืออาชีพ ให้กับผู้สนใจทั่วไป เป็นต้น

จุดเด่นของกิจกรรมเวิร์กช็อปและโรดโชว์ของนิคอน คือเปิดกว้างให้กับผู้ที่สนใจโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ใช้งานกล้องนิคอนมาก่อน

ซึ่งการที่นิคอนเปิดกว้างสำหรับใครก็ได้นั้น ถือเป็นกุศโลบายมาร์เก็ตติ้งอย่างหนึ่งของนิคอน ที่ต้องการสร้างประสบการณ์ความคุ้นเคยในการใช้งานกล้องนิคอน ให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคโดยไม่รู้ตัว เพื่อหวังว่าในอนาคตจะกลายเป็นลูกค้าของนิคอนสักวันหนึ่ง

และกิจกรรมในรูปแบบนี้ นิคอนได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่ Nikon Z Series เพียงรุ่นเดียว

แต่การที่นิคอนจะเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคจนกลายเป็น Nikon Fan ได้แค่ไหนนั้น คงต้องดูกันต่อไป ว่าคู่แข่งขันอื่นๆ โดยเฉพาะคู่แข่งตลอดกาลอย่างแคนนอนจะมีไม้เด็ดอย่างไรกับ Full Fame Mirrorless

 

EOS R แฟนจ๋า ฉันมาแล้วจ๊ะ

คู่แข่งตลอดกาลอย่างแคนนอนไม่ปล่อยให้เพื่อนรักรอนาน เพราะหลังจากนิคอนเปิดจำหน่าย Nikon Z Series ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการไม่นาน แคนนอนก็ได้ฤกษ์เปิดตัว EOS R Full Fame Mirrorless ตัวแรกของแคนนอนในตลาดไทยเช่นกัน

การมาของ EOS R ได้พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Reimagine Optical Excellence ปฏิวัติสู่อนาคต’ ที่เน้นไปยังความเร็ว ความง่ายในการใช้งาน และให้ภาพถ่ายคุณภาพสูง มาพร้อมกับเลนส์ใหม่ในตระกูล RF โดยมีขั้วสัมผัสไฟฟ้า 12 จุดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารระหว่างเลนส์กับกล้อง ซึ่งเป็นแนวคิดพื้นฐานของอุปกรณ์ในระบบ EOS มาจนถึงปัจจุบัน

การเข้ามาทำตลาดของ EOS R ของแคนนอน ถือได้ว่าเป็นเกมที่แคนนอนนำมาอุดช่องว่างในตลาด และพาตัวเองสู่ผู้นำตลาดกล้องรวมที่เมื่อวัดในเชิง Volume เบอร์ 1-3 ทิ้งห่างกันไม่มากนัก

และการเปิดตัวของ EOS R แคนนอนยังเชื่อว่าจะสามารถผลักดันส่วนแบ่งตลาดกลุ่ม Mirrorless ในเชิงมูลค่า จากปัจจุบัน 20% เป็น 25% ในสิ้นปีได้ไม่ยาก เพราะราคาจำหน่ายของกล้อง Full Fame Mirrorless มีราคาที่สูงกว่ากล้อง Mirrorless ทั่วๆ ไป ที่มีราคาเฉลี่ยประมาณ 20,000-40,000 บาท

เพราะราคา EOS R เปิดตัวอยู่ที่ 82,900 บาท เฉพาะตัวกล้อง และถ้ารวมเลนส์ RF 24-105 ไปด้วยจะอยู่ที่ 122,900 บาท

แต่การไปถึงเป้าหมายตามต้องการ เกมการเข้าถึงผู้ใช้งานเพื่อสร้างยอดจำหน่าย 1,000 ตัวต่อเดือนจนถึงสิ้นปี จึงเป็นกลยุทธ์ที่แคนนอนต้องการไป

ในช่วงเปิดตัวการทำตลาดของแคนนอน EOS R ได้เน้นไปยังการสร้างประสบการณ์การใช้งานตรง ผ่านกิจกรรมโรดโชว์ ทั้งกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ พร้อม Educate กลุ่มเป้าหมายด้วยการเชิญช่างภาพชื่อดังมาแบ่งปันประสบการณ์ในการใช้งาน และความแตกต่างระหว่าง DSLR และ Mirrorless เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นช่างภาพมืออาชีพ และมือสมัครเล่นที่ต้องการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ

 

ทั้งนี้การเข้ารุกตลาดของ Full Fame Mirrorless ของนิคอนและแคนนอน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะต่อกรกับโซนีในตลาด Full Fame Mirrorless เพราะเมื่อพานาโซนิค ที่ควงคู่กับพันธมิตรอย่าง Leica และ Sigma เข้ามาทำตลาดแล้ว เกมนี้น่าจะสนุกสุดแสนกว่านี้แน่นอน

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer