สุนัข แมว หนู กอริลลา หมี กระทิง แม่วัว และยูนิคอน สัตว์เหล่านี้แทนที่จะเป็นสัตว์เลี้ยงสุดน่ารัก, เป็นสัตว์ป่า ที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่าที่สุดแสนจะอิสระ (ถ้าไม่มีใครมาล่ามันไปเสียก่อน) หรืออยู่อย่างสวยๆ ในเทพนิยาย แต่กลับมาใช้ชีวิตอยู่ในโลกการตลาดได้อย่างไร

แล้วอะไรคือ ศัพท์การตลาด จากสัตว์เหล่านี้

 Underdog Marketing

Underdog Marketing

อะไรคืออันเดอร์ด๊อก แล้วพี่สุนัข มาเกี่ยวอะไรด้วย

คำว่า Underdog นี้ไม่ได้มาจาก แบรนด์ Sportswear อย่าง Under Armour มาผสมผสานกับ Dog ที่แปลว่าหมาแต่อย่างใด

เพราะคำว่า Underdog ในการตลาดหมายถึง การตลาดที่เป็นมวยรอง ที่เป็นรองทั้งยอดจำหน่าย และงบการตลาด แต่กล้าทำตลาดท้าทายผู้นำซึ่งเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งโดยไม่กลัวตาย

ซึ่งเกมการตลาดในรูปแบบ Under จะเน้นการใช้กลยุทธ์สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง กล้าคิดที่จะทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อนำพาแบรนด์ตัวเองเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภค จนขึ้นชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภครักในที่สุด

โดยที่มาของ Underdog  มาจากการแข่งขันกัดสุนัขในสมัยก่อน ที่ 99.99% ของสุนัขที่ชนะ มักจะยืนคร่อมสุนัขตัวที่แพ้ว่า Underdog หรือแปลเป็นไทยว่า หมารองบ่อน และ Top Dog หรือสุนัขยอดนักสู้

ส่วนคำว่า Top Dog ก็ได้มีนักการตลาดมาใช้กับแบรนด์ที่เป็นยอดนักสู้ หรือแบรนด์ผู้นำตลาดบ้างเหมือนกัน

 

Guerrilla Marketing

Guerrilla Marketing

เมื่อมีการตลาดแบบหมารองบ่อนแล้ว และทำไมต้องมีการตลาดแบบกอริลลาด้วยล่ะ และอะไรคือ Guerrilla Marketing

การตลาดแบบ Guerrilla Marketing แปลเป็นไทยๆ ว่า การทำตลาดแบบ กองโจร เพราะคำว่า Guerrilla มีความหมายว่ากองโจร นี่เอง แต่ด้วยคำว่า Guerrilla มีเสียงพ้องกับคำว่า Gorilla ทำให้หลายคนแอบคิดไปถึงลิงกอริลลา เมื่อได้ยินคำนี้

และ คำว่า Guerrilla ยังมีที่มาจากชื่อยุทธการทหาร Guerrilla Warfare ที่โด่งดังมาจากสงครามเวียดนามที่ทำให้เวียดนามสามารถรบชนะอเมริกาในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ ทั้งๆ ที่น้อยกว่าอเมริกาในทุกๆ ด้วย

เพราะสิ่งที่ทำให้เวียดนามชนะการรบครั้งนั้นมาจากการวางแผนการซุ่มโจมตีทหารอเมริกัน ทีละคนสองคน แทนการเข้าไปประชิดหน้าแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน และกองกำลังในรูปแบบ Guerrilla Warfare ก็ได้ทำให้ทหารอเมริกันเสียขวัญอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็ได้แพ้พ่ายให้กับเวียดนาม

Guerrilla Marketing ในวงการตลาดเป็นการทำตลาดด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างความประหลาดใจ เพื่อดึงดูดความสนใจคนจำนวนมาก จนเกิด Awareness หรือเกิด Viral ในวงกว้าง ในวงเงินการตลาดที่จำกัด

 

Race Rat

Race Rat

สนามแข่งหนู Rat Race ก็แข่งไปสิ

แต่มาแข่งในโลกของการตลาดในแง่ของการสื่อถึงการแข่งขันที่วนเวียนกับการแข่งขันในเรื่องเดิมๆ ที่วงลูปในรูปแบบของการแข่งขันแบบเดิมๆ อย่างเช่น การแข่งขันในรูปแบบ Price War ที่แข่งขันกันลดราคาต่ำสุด เพื่อให้ผู้บริโภคซื้อสินค้ามากที่สุด เป็นต้น

 

Copy Cat

Copy Cat

อะไรคือ แมว ขี้ก๊อบปี้ 

เพราะ Copy Cat เป็นการสื่อถึงการออกสินค้าลอกเลียนแบบ ในรูปแบบสินค้า Me too ที่มีความไม่เหมือนสักทีเดียว แต่ก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ อย่างเช่น ธุรกิจชาเขียว อิชิตัน ได้ copy cat มาจาก โออิชิ ธุรกิจน้ำอัดลม ก็มี est ที่ copy cat เครื่องดื่มมาจากโค้กและเป๊ปซี่ เป็นต้น

 

Cash Cow

Cash Cow

ทำไมแม่วัว มาเกี่ยวข้องกับเงินสด

คำว่า Cash Cow ในมุมของการตลาดหมายถึงสินค้าทำเงิน หรือธุรกิจที่ทำกำไรให้กับบริษัทเรื่อยๆ ซึ่งเปรียบเสมือนแม่วัวนมที่ให้นมอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งคำว่า Cash Cow มาจากโมเดลที่เรียกว่า BCG Matrix ซึ่งเป็นกราฟที่ใช้ข้อมูล Market Growth และ Market Share และการเปรียบเทียบกับคู่แข่ง อัตราการเติบโตของตลาดรวม เพื่อวิเคราะห์ว่าสินค้าแบรนด์นั้นอยู่ในตำแหน่งไหนของกราฟ และควรทำตลาดต่อไปอย่างไร

โดย ใน BCG Matrix ประกอบด้วย 4 ตำแหน่งด้วยกัน ได้แก่

Star ธุรกิจดาวรุ่ง ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูง อัตราความเจริญเติบโตสูง และทำรายได้ให้กับบริษัทจำนวนมาก

Cash Cow เป็นธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาดสูง อัตราการเจริญเติบโตต่ำ เป็นธุรกิจที่อยู่ในช่วงเติบโตเต็มที่ และเป็นธุรกิจที่ทำกำไรให้กับบริษัทได้เรื่อยๆ โดยที่บริษัทอาจจะไม่ต้องทำการตลาดมากนัก

Question Marks ได้แก่ธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาดต่ำในตลาดที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสินค้าหรือธุรกิจที่เพิ่งแนะนำ หรือเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ซึ่งเป็นไปได้ว่าในอนาคตจะกลายเป็น Star หรือ Dog ก็ได้

Dogs ได้แก่ธุรกิจที่มีส่วนแบ่งตลาดต่ำ อัตราการเจริญเติบโตต่ำ ธุรกิจกำไรน้อย หรืออาจจะไม่ทำกำไรเลย

 

Bull–Bear Market

Bull–Bear Market

หมดแม่วัวไปแล้ว เรามาดูกันว่า วัวกระทิง กับหมี คืออะไรในโลกของการตลาดกัน

คำว่า Bull–Bear Market ศัพท์การตลาดนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคำที่ใช้ในตลาดหุ้น ที่พูดถึงหุ้นที่ทำกำไร และหุ้นที่ตกต่ำจนคนถือหุ้นนั้นต้องติดดอยกันเป็นแถวๆ

โดย Bull Market เปรียบเสมือนสภาวะตลาดที่กราฟหุ้นหันหัวขึ้นแบบชันมากๆ เหมือนกระทิงที่ดุ ไล่ขวิดหุ้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่วน Bear Market ตลาดพี่หมี ที่เชื่องช้า อุ้ยอ้าย และมีปริมาณการซื้อขายหุ้นที่น้อย จากเส้นกราฟที่ลดลงต่ำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ จนผู้ที่พลาดลงทุนในหุ้นหมีเกิดภาวะติดดอยตามๆ กัน

 

Unicorn คือ

Unicorn

สัตว์ในเทพนิยาย ที่วงการ Start up นำมาใช้เรียก ธุรกิจ Start up ที่สามารถสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจมากกว่า 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดได้ยากมาก

 

เห็นไหมล่ะถึงแม้เป็นสัตว์แต่ก็ทำให้ตลาดปั่นป่วนได้

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer