ภายในงาน CAT Network Showcase 2018 งานแสดงศักยภาพการสื่อสารด้านโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดของปีซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และได้รับเกียรติจาก ดร.เอกก์ ภทรธนกุล อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเปิดเผยมุมมองในเรื่องของการตลาดในยุคดิจิทัลได้อย่างน่าสนใจว่า “ในประเทศไทย พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียของคนแต่ละเจนเนอเรชั่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน วัยกลางคนจนถึงผู้สูงอายุอาจจะใช้เฟซบุ๊ก ใช้ไลน์ มากกว่าวัยรุ่น ซึ่งใช้ทวิตเตอร์มากกว่า ปัจจุบันแอคทีฟยูสเซอร์ทวิตเตอร์ในไทยกว่า 12 ล้านแอคเคาท์ และมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งในโลก พฤติกรรมในโลกออนไลน์และการใช้โซเชียลมีเดียของคนจะส่งผลต่อการตลาดที่จะต้องปรับตัวและก้าวให้ทัน กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจเป็นกลุ่มไหน จะใช้สื่ออะไรในการสร้างการรับรู้ข่าวสาร นั่นคือเรื่องที่นักการตลาดจะต้องตีโจทย์ให้แตก เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
“การตลาดยุคดิจิทัลไม่ใช่แค่เรื่องออนไลน์ แต่เราต้องทำให้มันเป็นออนไลฟ์ (On life) ซึ่งการตลาดจะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค” ดร.เอกก์ได้ให้แนวทางการตลาดในยุคนี้ไว้อย่างน่าทึ่ง
“สิ่งหนึ่งที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักสำหรับการตลาดในยุคดิจิทัล ที่ธุรกิจควรทำความเข้าใจนั่นคือ 4D โดย D แรกได้แก่ #Dynamic คือ โลกดิจิทัลจะเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง ก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลาไม่เคยหยุดนิ่ง ดังนั้น กรอบแนวคิดหรือกฎเกณฑ์ดั้งเดิมจะใช้ควบคุมไม่ได้อีกต่อไป เราจะไม่สามารถรู้ได้ว่าใครคือคู่แข่งหรือใครคือพันธมิตร นั่นคือความน่ากลัวของโลกดิจิทัล เมื่อเราเข้าใจธรรมชาติของมัน เราจึงจะสามารถหาวิธีรับมือได้”

D ต่อมาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคนี้ คือ #Data ดร.เอกก์ได้ยกตัวอย่างผู้ช่วยส่วนตัวในรูปแบบลำโพงอัจฉริยะ อย่าง Alexa จากค่าย Amazon ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ภายในบ้าน ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ จะเก็บข้อมูลทุกพฤติกรรมของเราเพื่อวิเคราะห์ และวิจัยแนวโน้มพฤติกรรมในอนาคตที่จะเกิดขึ้น การรับ-ส่งข้อมูลที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาจะทำให้เกิด Big Data ที่มีมูลค่าทางการตลาดมหาศาล เพราะจะทำให้นักการตลาดหรือผู้ที่ใช้ประโยชน์จาก Big Data จะสามารถรู้จักลูกค้ามากกว่าที่ลูกค้ารู้จักตัวเอง ซึ่งยุคนี้ใครมี Data มากกว่าก็จะได้เปรียบกว่าด้านการตลาด ดังนั้นในยุคนี้เป็นยุคของการล่าข้อมูลที่หลายๆ ค่ายพยายามแข่งขันกันเพื่อให้องค์กรของตนมีข้อมูลมากที่สุด
D ลำดับต่อมาที่เป็นส่วนสำคัญมากคือ #Depth ข้อมูลเชิงลึกของ Data ที่มีการวิเคราะห์ออกมาแล้วนั้นจะปรับเปลี่ยนโฉมหน้าของการสื่อสารด้านการตลาดให้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เพราะพฤติกรรมการรับรู้ข่าวสารต่างๆ ของคนในปัจจุบันเปลี่ยนไป การเผยแพร่คอนเทนต์ต่างๆ จะเหมือนการแพร่กระจายของกลิ่น คือไปไวมากและทุกทิศทาง ซึ่งจะสามารถสร้างผลกระทบต่อแบรนด์ได้ทั้งทางที่ดีและไม่ดี เป็นเรื่องที่นักการตลาดต้องคิดให้รอบด้าน
“D สุดท้ายที่จะทำให้องค์กรหรือบุคคลสามารถอยู่ได้ในโลกดิจิทัล นั่นคือ #DEE ความดีจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนมอบความรักให้ ไม่ว่าโลกดิจิทัลจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่ความดีจะปกป้องคุ้มครองให้คนหรือองค์กรนั้นมีคนที่ยังรักและสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน” ดร.เอกก์กล่าวปิดท้าย
การตลาดในยุคดิจิทัลนั้น สิ่งสำคัญคือความเข้าใจ การเข้าถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เพื่อนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจหรือองค์กร
CAT ผู้สนับสนุนทุกการสื่อสารในโลกดิจิทัล เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างแท้จริง
–
