เมื่อประสบการณ์ กลายเป็นปรากฏการณ์ (2) : พลอย จริยะเวช

Curated by Ploy : พลอย จริยะเวช

ตอนที่แล้วเราชวนเปิดประสบการณ์ว่าด้วยประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประสบการณ์กาแฟกันไปแล้ว ยุคนี้เป็นยุคที่กิจกรรมซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อผสาน Passion + Learning ผ่านสิ่งที่เรียกว่า ‘Work Shop’ เติบโตเบ่งบานที่สุด ผู้คนต้องการเปิดโสตปรับสปีดในห้วงขณะหนึ่งของการใช้ชีวิตให้ช้าลงรับสิ่งที่เรียกว่า ‘ประสบการณ์’ เพื่อต่อยอดความสนใจในเรื่องราวทั้งที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตด้านต่างๆ หรือเพื่อผ่อนคลาย ผ่านการลงมือเรียนรู้ลองทำสิ่งใดแบบดื่มด่ำกับสิ่งนั้นๆ ตอนที่ 2 นี้จึงขอต่อด้วยเรื่องราวของสารพันการเปิดประสบการณ์กับเวิร์คช็อปไลฟ์สไตล์ที่จัดขึ้นโดยองค์กรรูปแบบต่างๆ


Club : สมาคมใจกลางเมืองใหญ่ในหมู่ตึกสูง คลับหรูเก๋าในย่านสุขุมวิท Pacific City Club เพิ่งมีการปรับปรุงบริการใหม่โดยเฉพาะในส่วนกิจกรรม เปิดเวิร์คช็อปแก่บุคคลทั่วไปที่สนใจ ไม่ได้จำกัดเฉพาะสมาชิกของคลับ โดยได้เบญญา นันทขว้าง-กูรูทางด้านอาหารเครื่องดื่มมากประสบการณ์ ผู้ก่อตั้ง White Café Catering มาเป็นผู้คิวเรตสร้างสรรค์กิจกรรมเวิร์คช็อปภายใต้แนวคิด Pacific Gurus เชิญสุดยอดผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ มาแบ่งปันความรู้/ทักษะต่างๆแก่ผู้สนใจ บางเดือนเน้นไปที่การถ่ายภาพ นำเสนอคอร์ส Fashion Photography สอนโดยช่างภาพชื่อดัง คุณณัฐ ประกอบสันติสุข การถ่ายภาพบุคคลขาวดำ โดยคุณวสันต์ ผึ่งประเสริฐ เป็นต้น บางเดือนเป็นเรื่องราวของเวิร์คช็อปการทำอาหารหลากหลายทั้งไทยดั้งเดิมคาวหวานพร้อมสอนงานดอกไม้ไทย อาหารเช้า อาหารจีน ต่อด้วยเวิร์คช็อปเกี่ยวกับศิลปะ การวาดรูปสีน้ำ การปั้นเซรามิค เป็นต้น ดูตารางกิจกรรมสามเดือนหลังของปีได้ที่ www.facebook.com/PacificCityClub www.pacificcityclub.com

Studio : สตูดิโอหรือพื้นที่ทำงานของศิลปิน สตูดิโอเป็นคำที่ศิลปิน/ช่างฝีมือใช้เรียกพื้นที่ห้องสร้างงานของตน เป็นเรื่องน่ายินดีที่ช่วงปีสองปีนี้ในแทบทุกมุมเมืองในกรุงเทพฯ เหล่าคนทำงานศิลปะได้เปิดพื้นที่ของเขา/เธอในสตูดิโอทำงานแบ่งปันทักษะความรู้แก่ผู้สนใจงานหัตถกรรม งานศิลปะ ให้ได้เข้ามาลองหัดทำความรู้จักและลงมือทำ หนึ่งในสตูดิโอที่เราคิดว่าเต็มไปด้วยคลาสน่าสนใจที่สุดคือ Charm-Learn Studio ก่อตั้งขึ้นเมื่อสามปีก่อน โดยสามหนุ่มสาวบัณฑิตจากรั้วมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ชาญชัย บริบูรณ์ (บุบ ) ธนิตา โยธาวงษ์ (ใหม่) และ ณัฐพล วรรณาภรณ์ (มิค) ร่วมกันเปิดพื้นที่เล็กๆสำหรับผู้สนใจงานศิลปะผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ทำด้วยมือ ไม่ว่าจะเป็นการทำเซรามิคปั้นและเพนท์ด้วยตนเอง การย้อมผ้าด้วยวัสดุจากธรรมชาติ อย่างคราม เปลือกไม้ ดอกไม้ และที่กำลังมาแรงน่าจับตาคือเวิร์คช็อปการทำเครื่องหอมด้วยผลไม้ และการสร้างกลิ่นเอสเซนเชียลออยล์ในแบบพิเศษเฉพาะของแต่ละบุคคล นอกจากพื้นที่กิจกรรมเวิร์คช็อปในชามเริญฯ ยังมีพื้นที่ส่วนของแกลลอรี่แสดงผลงาน พร้อมคาเฟ่ที่มีมุมเล็กๆ จัดเป็นพื้นที่วางสินค้าจำหน่าย สตูดิโอเปิดวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 -18.00 น. FB : facebook.com/charmlearnstudio95 Line id 1 : charmlearn Line id 2 : charmlearnstudiobkk Youtube channel : ชามเริญ


Lifestyle Café : คาเฟ่ไลฟ์สไตล์ที่สร้างพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามาใช้เวลาได้ทั้งวัน ปัจจุบันคาเฟ่ที่มีบริการเครื่องดื่มและอาหารตกแต่งภายในสวยงามจำนวนไม่น้อยที่แบ่งสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งของร้านเพื่อจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปในแบบที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลักของตนสนใจ ผู้บุกเบิกเจ้าแรกที่เป็นตำนาน Lifestyle Café ของเมืองไทยคือ It’s Happened to be a Closet ปักหมุดสร้างชื่อใจกลางสยามสแควร์มาตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน บูติคแห่งแรกที่กล้าสร้างพื้นที่ไลฟ์สไตล์ให้ผู้คนเข้ามาสัมผัสและใช้ชีวิตนอกเหนือจากการเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายซึ่งเป็นสินค้าหลักของทางร้าน ปัจจุบันอิทส์แฮพเพนด์ฯย้ายมาปักหลักถาวรอยู่ในบ้านหลังใหญ่บรรยากาศร่มรื่นแถบซอยประสานมิตร และใช้ชื่อว่า It’s “Happened to be” a closet/23 ชั้นสองของบ้านยังคงเป็นพื้นที่แฟชั่นเต็มไปด้วยเสื้อผ้าดีไซน์ยูนีค ชั้นล่างเปิดเป็นร้านอาหาร กลางบ้านมีคอร์ตยาร์ดเล็กๆ พร้อมสระว่ายน้ำ พื้นที่รอบๆสระใช้สำหรับเวิร์คช็อปวาดรูปสีอะครีลิค นอกจากนี้ยังมีเวิร์คช็อปจัดดอกไม้ เวิร์คช็อป Calligraphy หรือการเรียนรู้ลงมือเขียนอักษรวิจิตรหลากหลายลีลา รวมถึงการหัดสร้างชิ้นงานเพื่อเป็นการ์ดของขวัญหรือของตกแต่ง อีกหนึ่งเวิร์คช็อปที่ได้รับความนิยมคือคอร์สเรียนอบไก่กับเด่น นิรามย์ แห่งนิตยสารลิปส์เลิฟ ฯลฯ ติดตามข่าวสารต่างๆได้ที่ www.facebook.com/happenedtobe Line id : @itshappened

Artsy Lodge : พักแรมอบอุ่น สนุกกับงานศิลป์ ที่พักเล็กๆบรรยากาศโฮมมี่กำลังมาแรงมาก หลายแห่งมีการผสานกิจกรรมเวิร์คช็อปเพื่อการเรียนรู้น่าสนใจผนวกเข้าไปเสริมจากบริการพื้นฐานปกติ อย่างที่บ้านพักอบอุ่นริมน้ำในแถบปทุมธานี ที่เรียกตัวเองว่าเป็น Lodge & Craft นามว่า Baan Ta Nid (Since 1949) River Lodge’n Art Camp หรือบ้านตานิดฯ มีห้องพัก 8 ห้อง ทิวทัศน์บรรยากาศต่างกันไปตามทิศที่ตั้งของห้อง ห้องริมน้ำ ห้องริมตลิ่ง ห้องริมสวน ห้องหน้ามุข ฯลฯ ทีเด็ดนอกจากห้องพักอบอุ่นบรรยากาศดั้งเดิมแล้ว อาหารไทยที่นี่ก็อร่อยถึงลือ (มารับประทานอาหารอย่างเดียวก็ได้แต่ควรโทรจองล่วงหน้าก่อนเสมอ) อีกทั้งยังมีเวิร์คช็อปงานคราฟต์เปิดให้ความรู้แก่ผู้สนใจหลากหลาย อาทิ เทคนิคการย้อมผ้าคาตาโซเมะ (ย้อมผ้าผ่านกระดาษแบบ) เป็นเทคนิคแบบฉบับของญี่ปุ่น คลาสเซรามิค ฯลฯ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับเวิร์คช็อปต่างๆ ได้ที่ www.facebook.com/Baan-Ta-Nid-River-Lodge-n-Art-Camp


Living with Nature : เกษตร ศิลป์และวิถีชีวิตเนียนกลืนในธรรมชาติ ฟาร์มหนูโจหรือ NooJo Art and Farm คือพื้นที่สดชื่นริมน้ำในอัมพวาของคู่ชีวิตวิถีสีเขียว นักเขียนสาวและศิลปินหนุ่มเจ้าของร้านกาแฟทุ่งนากาแฟ ภัทรพร อภิชิต (หนู) และ วีรวุฒิ กังวานนวกุล (โจ) ทั้งคู่ปลูกเรือนและใช้ชีวิตกลมกลืนกับธรรมชาติอย่างเรียบง่ายและยังจัดสรรพื้นที่ไว้เพื่อสร้าง/แสดงงานศิลปะ ออร์กานิกฟาร์ม ตลอดจนเปิดเป็นสถานที่พักแรมสำหรับนักเดินทางผ่านทางเว็บไซต์ Airbnb คู่ชีวิตน่ารักคู่นี้ยังเคยเป็นวูฟเฟอร์ (WWOOFer หรืออาสาสมัครซึ่งมาช่วยโฮสต์หรือเจ้าของสถานที่ทำงานในฟาร์มเกษตรอินทรีย์เพื่อแลกกับอาหารและที่พักอาศัย) ในญี่ปุ่นนานกว่าเก้าเดือน ก่อนกลับเมืองไทยมาเริ่มทำหน้าที่โฮสต์บ้าง เปิดฟาร์มต้อนรับวูฟเฟอร์ทั้งไทยและเทศจากทุกมุมโลกที่อยากเรียนรู้สัมผัสกับวิถีเกษตรอินทรีย์แท้ แบบต้องลงมือทำงานจริง ที่หนูโจอาร์ตแอนด์ฟาร์มยังมีเวิร์คช็อปการเรียนรู้เปิดประสบการณ์ซึ่งเน้นให้ผู้สนใจนำไปใช้เพื่อการพึ่งพาตนเองได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ห้องเรียนตัดเสื้อ แบบเสื้อใส่สบายใช้ได้จริงในชีวิตแบบเหมาะกับมือใหม่ ผู้เริ่มต้นหัดตัดเย็บ ทั้งใช้จักรและเย็บมือ ใช้เวลาเรียน 2 วัน พักค้างคืน 1 คืน ที่ฟาร์มบรรยากาศเขียวในอัมพวา สมุทรสงคราม เป็นประสบการณ์ที่ผนวกรวมเรื่องราวของการเกษตร ศิลปะ และวิถีชีวิตที่เนียนกลืนกับธรรมชาติไว้ครบ ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ ของฟาร์มเกษตรศิลป์ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์เขียวขจีใจได้ที่ www.facebook.com/NooJo-Art-and-Farm www.noojoartandfarm.com

CURATED by PLOY