เชียงใหม่เป็นเมืองอันดับที่สองที่มีการจัดประชุม MICE หรือที่รู้จักกันในชื่อเต็ม Meeting, incentive, Convention, Exhibition โดยปัจจุบัน มูลค่าของธุรกิจ ไมซ์ นั้นอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท ที่ทำเงินให้กับประเทศและมีกลุ่มนักท่องเที่ยวประเภท ไมซ์ อยู่ที่ 34,267,307 ราย โดยส่งผลให้เศรษฐกิจไทยโดยรวมขยายตัวร้อยละ 4
โดยปัจจุบันรัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวใน 55 เมืองรอง รวมถึงมีการจัดทำนโยบายที่สามารถจะลดหย่อนภาษีค่าใช้จ่ายจากการประชุมสัมมนาได้ 100% ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมทั้งธุรกิจ ไมซ์และการท่องเที่ยวไปในเวลาเดียวกัน นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการทีเส็บเห็นว่าเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาในระดับสูงมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจและการลงทุน ตลอดจนมีการพัฒนาและเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมซึ่งเป็นเอกลักษณ์
หนึ่งในเมืองที่มีการจัดประชุม ไมซ์ นั้นคือจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีตัวเลขนักเดินทางที่มาจาก ไมซ์ เป็นรองเพียงแค่กรุงเทพฯ โดยล่าสุด สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ส่งเสริมทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ให้รณรงค์การจัดงานไมซ์ ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และหวังสร้างจุดเด่นในการพัฒนาการจัดกรรม ไมซ์ ที่ให้มากกว่าเรื่องธุรกิจแต่เพื่อส่งต่อไปถึงการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว, การพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
จากการจัดอันดับการประชุมของ International Congress and Convention Association (ICCA) ในด้านสถิติการจัดอันดับเมืองที่ไม่ใช่เมืองหลวงที่มีการประชุมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน พบว่าในปี 2559 เชียงใหม่มีการจัดประชุมนานาชาติเป็นอันดับที่ 2 และในปี 2560 มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเป็นจำนวน 50,881 คน
เชียงใหม่ยังมีจัดกิจกรรมที่จะส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดทางธุรกิจอีกมากมาย อย่างเช่นงาน Chiang Mai Bloom, งาน Lanna Expo รวมถึงงานที่ได้มาจากประมูลสิทธิ์การจัดงานในระดับนานาชาติเพื่อเข้ามาจัดที่เชียงใหม่ อย่างเช่น World Robot Olympiad, งาน Chiangmai Design week, งาน Endoscopic and Laparoscopic Surgeons of Asia และงาน Route Asia โดยเชียงใหม่มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็น “นครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม จุดหมายปลายทางของกิจกรรม ไมซ์ ในเอเชีย” โดยมีกลยุทธ์ในการที่จะพัฒนาด้วย
1. ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และการตลาด ไมซ์ แบบมุ่งเป้าตลาดเอเชีย
2. ยกระดับการบริการ พัฒนาสินค้าท่องเที่ยว สร้างโอกาสในกิจกรรม ไมซ์ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม
3. พัฒนา ยกระดับบุคลากรที่มีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรม ไมซ์ในพื้นที่
4. ยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการจัดกิจกรรม ไมซ์
นอกจากนั้น เชียงใหม่ได้สร้างโปรแกรมสำหรับคนที่มาประชุม เพื่อให้สามารถที่จะกระจายรายได้ผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ โดยมี 6 เส้นทางหลัก
1. เส้นทางกิจกรรม CSR และประชุมเชิงอนุรักษ์
2. เส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
3. เส้นทางการสร้างทีมเวิร์ก
4. เส้นทางการผจญภัย
5. เส้นทางกิจกรรมนำเสนออาหารไทย
6. เส้นทางการจัดงานและกิจกรรมหรูหรามีระดับ
ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย ที่ได้สร้างแคมเปญสำหรับการประชุมสีเขียวที่เน้นในแนวทางการเผยแพร่ จนถึงปัจจุบัน นำกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนมาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์สู่ความยั่งยืน โดยคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมว่าเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันดูแล โดยหนึ่งในตัวอย่างที่ ทีเส็บ ได้ให้ความสำคัญคือเรื่องการท่องเที่ยวในเมืองรอง
โดยล่าสุดทีเส็บได้จัดการประกวด “ไมซ์ไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” โดยองค์กรภาคีเครือข่ายการศึกษา และพันธมิตรของจังหวัด ช่วยในการทำกิจกรรมนี้ขึ้นมา และตั้งเป้าที่จะจัดให้ครบ 5 จังหวัดในประเทศไทยเพื่อเป็นการส่งเสริมธุรกิจไมซ์เพื่อชุมชน

การที่ทีเส็บนั้นได้ให้ความสำคัญกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมถือว่าเป็น benchmark ที่สำคัญเพราะนักท่องเที่ยวในกลุ่มไมซ์ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวนักธุรกิจที่มีคุณภาพและมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่านักท่องเที่ยวประเภทอื่น โดยในปี 2562 คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวไมซ์เดินทางเพิ่มขึ้นเป็น 35,982,000 ราย และทำเงินได้เป็นมูลค่า 221,500 บาท

ความสำคัญที่ภาคอื่นมีส่วนเกี่ยวข้อง
ทีเส็บนั้นจะไม่สามารถจัดประชุมที่เชื่อมโยงไปกับความยั่งยืนได้ ถ้าไม่มีพันธมิตรที่แข็งแรง หนึ่งในสิ่งที่จะทำให้ ไมซ์เพื่อชุมชนสำเร็จคือการมีหน่วยงานอื่นๆ มาช่วย อย่างเช่นที่เชียงใหม่ กลุ่มชุมชนสหกรณ์ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมไมซ์ จำนวน 35 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะเป็นการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทย และการโปรโมตเมืองเชียงใหม่ไปสู่สายตานักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ จากการร่วมมือระหว่างจังหวัดเชียงใหม่, สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ, คณะกรรมการส่งเสริมและขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ไมซ์ จังหวัดเชียงใหม่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีพันธกิจที่จะ
1. สนับสนุนการจัดงานไมซ์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ชุมชน
2. ส่งเสริมภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมไมซ์ ด้วยการบริการชั้นเลิศและมีอัตลักษณ์ของความเป็นวัฒนธรรม
3. พัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์บนฐานความรู้และพัฒนาผู้ประกอบการไมซ์ในพื้นที่ให้ได้มาตรฐานสากล
4. ส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านความยั่งยืน เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว
มีเป้าประสงค์ที่จะเป็น
1. จำนวนรายได้และนักเดินทางของกิจกรรมไมซ์ เพิ่มมากขึ้น
2. จำนวนนักเดินทางจากอุตสาหกรรมไมซ์จังหวัดเพิ่มขึ้น
3. เศรษฐกิจสมดุลและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
มีประเด็นยุทธศาสตร์
1. ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และการตลาดไมซ์ แบบมุ่งเป้าตลาดเอเชีย
2. ยกระดับการบริการ พัฒนาสินค้าท่องเที่ยว สร้างโอกาสในกิจกรรมไมซ์ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม
3. พัฒนายกระดับบุคลากรที่มีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรม ไมซ์ในพื้นที่
4. ยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการจัดกิจกรรมไมซ์
กิจกรรมต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวไมซ์จะได้พบระหว่างการประชุม
เมืองไทยเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมและภาษา ยกตัวอย่างจังหวัดเชียงใหม่ การที่บริษัทนั้นมาจัดประชุมที่เชียงใหม่ ประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวไมซ์จะได้รับนั้นก็แตกต่างไปจากประสบการณ์ที่เขาจะได้รับในกรุงเทพฯ โดย Marketeer เองก็ได้เข้าไปคลุกคลีกับชาวบ้านและไกด์ที่ให้ความรู้และได้สัมผัสความเป็นอยู่ในรูปแบบคนเชียงใหม่จริงๆ อย่างเช่น การสร้างสรรค์ชิ้นงานต่างๆ, กิจกรรมทางศาสนา หรือแม้กระทั่งการเรียนรู้ด้านเกษตรจากชาวนาที่มากด้วยความรู้ โดยสิ่งเหล่านี้ทางจังหวัดเชียงใหม่และทีเส็บนั้นเห็นว่าเป็นข้อได้เปรียบของการจัดงานกิจกรรมไมซ์ ในจังหวัดต่างๆ เพราะนักท่องเที่ยวจะได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ระหว่างที่มาประชุมในประเทศไทย

–
