ชมภูนุช ปฐมพร: แม่ทัพเอสเอ็มอีผู้ที่จะมาสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ทีเอ็มบี

ด้วยภูมิหลังการทำงานกับธนาคารต่างประเทศกว่า10 ปี รวมถึงประสบการณ์การทำงานในทีเอ็มบี อีกกว่า 10 ปีคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ “ชมภูนุช ปฐมพร” ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าเอสเอ็มอีคนใหม่ของ ทีเอ็มบี เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

แต่สำหรับชมภูนุชเธอให้เหตุผลกับ Marketeer ว่าที่ได้รับตำแหน่งนี้ “เป็นเพราะผลงานของทีมค่ะ ที่ TMB เรามีบุคลากรที่เก่งๆ เยอะมาก และด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่ถูกสร้างมาตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา วัฒนธรรมด้านการทำงานคือไม่หยุดที่คำว่าแค่ดี แต่ต้องพัฒนาต่อเนื่อง (High Performance) พนักงานของเราเก่งจริงๆ ไม่ใช่เก่งธรรมดา มีความรักและทุ่มเทให้กับองค์กร ซึ่งบวกกับวัฒนธรรมในด้าน Customer Centricity การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง คิดและทำจากมุมของลูกค้า ทำให้เราสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งแง่ของลูกค้าและพนักงาน”

เพราะเมื่อครั้งที่ดูแลธุรกิจสาขาเธอและทีมงานสามารถช่วยให้สาขาเพิ่มยอดขายได้เป็นเท่าตัว รวมถึงความสำเร็จในการขยายการให้บริการในส่วนของ TMB Advisory และมีการพัฒนาฝึกอบรมพนักงานสาขาในด้านกลยุทธ์การขายและการให้บริการลูกค้าต่างๆ

แม้เนื้องานจะไม่ต่างกันมาก แต่ด้วยแนวคิด Make The Difference ทำให้เป้าหมายการทำงานด้านลูกค้าเอสเอ็มอีของทีเอ็มบีค่อนข้างจะแตกต่างและลึกซึ้งกว่าที่อื่นๆ นับเป็นความท้าทายไม่ใช่น้อยสำหรับผู้ที่มารับตำแหน่งหัวเรือใหญ่คนใหม่

แต่ก่อนจะเล่าถึงวิสัยทัศน์และเป้าหมายการทำงาน Marketeer ขอพาคนอ่านมาทำความรู้จักแม่ทัพหญิงคนนี้กันก่อน

ชมภูนุช ปฐมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลูกค้าเอสเอ็มอี

ชมภูนุช เข้าร่วมงานกับทีเอ็มบี ตั้งแต่ปี 2552 ในตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารบริการส่วนกลาง โดยมีผลงานและความก้าวหน้าในหน้าที่การงานมาโดยตลอดจากนั้นได้ขยับขยายมาดูแลด้าน Facility Management ก็ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงในการดูแลบริหารอาคารและจัดซื้อจัดจ้างเป็นอย่างดี ต่อมาเธอได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบด้านทรัพยากรบุคคล ซึ่งก็ได้พลิกโฉมการดำเนินงานด้าน HR ของทีเอ็มบีเป็นอย่างมากผ่านโครงการ HR Transformation และด้วยประสบการณ์ในการบริหารจัดการดังกล่าวข้างต้นจึงได้รับความไว้วางใจให้ดูแลธุรกิจสาขาในเวลาต่อมา

“พอได้เข้ามาดูแลธุรกิจสาขาคนเยอะขึ้นจากเป็นร้อยก็เป็นพันเราก็หาวิธีว่าทำอย่างไรถึงจะสนุกกับงานและที่สำคัญคนที่ทำงานกับเราก็ต้องสนุกด้วย เลยหาสิ่งที่ชอบมาปรับใช้ในการทำงาน เช่น เราชอบดูหนัง เวลาเจอปัญหาในงานก็แปลงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นฉากหนึ่งในหนังว่า พระเอกนางเอกกำลังพบเจอประสบปัญหาและจะหาวิธีแก้เพื่อให้จบแบบแฮปปี้ได้อย่างไร ดังนั้น ปัญหาที่เกิดส่วนใหญ่จึงมองว่าเป็นเรื่องท้าทาย”

นี่คือส่วนหนึ่งของแนวคิดในการทำงานของเธอ ลึกลงไปกว่านั้น เธอบอกว่าก่อนหน้านี้เธอเป็นคนค่อนข้างสุดโต่ง ตอนเรียนใช้ชีวิตสนุกแบบเต็มที่ เธอเคยเป็นถึงนักร้องนำวง “มายา” ของค่ายเพลงย่านลาดพร้าวมาก่อน แต่หลังจากเรียนจบเริ่มทำงาน Passion ในการทำงานของเธอคือ การแข่งขัน เพราะคิดว่าการทำงานให้ดีเติบโตในหน้าที่การงานจนถึงจุดสูงสุดคือเป้าหมายสำคัญ ทำให้ช่วงนั้นเธอมุ่งทำแต่งานจนเครียด และแทบจะไม่รู้จักคำว่า Art of Living เลย

กระทั่งพี่ชายของเธอ ปฐมพร ปฐมพร เจ้าพ่ออัลเทอร์เนทีฟชื่อดัง ได้ชักชวนมาให้ศึกษาธรรมะ มุมมองความคิดในการทำงานของเธอก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยถูกสอนมาว่าให้เก็บข้อมูลเคล็ดลับดีๆ ในการทำธุรกิจไว้เป็นความลับเพื่อเอาชนะและทำให้ธุรกิจเติบโต แต่ปัจจุบันเธอมองว่าทุกวันนี้คือโลกของการแบ่งปันข้อมูล และเติบโตไปด้วยกัน

เรียกได้ว่ามุมมองแนวคิดการทำงานของชมภูนุชตรงนี้ มีส่วนคล้ายกับลักษณะการดำเนินการของทีเอ็มบี เอสเอ็มอี ที่มุ่งแบ่งปันองค์ความรู้ให้กับลูกค้าเพื่อให้ธุรกิจลูกค้าแข็งแรง ได้มากกว่า และเติบโตไปด้วยกัน

เอสเอ็มอีเป็นหัวใจของประเทศ

เมื่อถามถึงวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนเอสเอ็มอีไทย ชมภูนุชกล่าวว่า “โดยส่วนตัวมองว่า เอสเอ็มอี เป็นหัวใจของประเทศ วันนี้เรามีเอสเอ็มอีกว่า 3 ล้านบริษัท มีพนักงานที่อยู่ในบริษัทเหล่านี้กว่า 21 ล้านคน เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ ถ้าช่วยให้เขาดำเนินธุรกิจเติบโตไปได้ก็จะทำให้เราเติบโตด้วยเช่นกัน ดังนั้น เราต้องศึกษา Pain point และทำความรู้จักเขาให้มากที่สุดเพื่อที่จะให้คำปรึกษา ให้การสนับสนุน และหา Solution ที่ดีที่สุดให้กับเอสเอ็มอี”

“สิ่งที่ทีเอ็มบีพยายามมาตลอด คือเราอยากสร้างเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจให้กับเอสเอ็มอี เช่น บัญชีธุรกิจ TMB SME One Bank และ โมบายล์แอป TMB BIZ TOUCH เพื่อให้เอสเอ็มอีรู้เงินเข้าเงินออก เงินกู้เท่าไหร่ ดอกเบี้ยเท่าไหร่ เมื่อเขารู้และสามารถจัดการบริหารเงินอย่างมีวินัยได้เขาจะสามารถวางแผนบริหารธุรกิจให้ดีขึ้นได้ รวมถึงทำให้เรารู้จักเขามากขึ้นด้วย”

“เมื่อเรารู้จักเขาจริงๆ เราสามารถให้คำปรึกษาและการสนับสนุนได้ ทั้งหมดนี้จะส่วนช่วยให้ธุรกิจเขาแข็งแรงเติบโต และมีกำลังในการแข่งขันในตลาดที่ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเพราะถ้าเอสเอ็มอีบ้านเราสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ก็เชื่อว่าประเทศไทยจะเจริญมากขึ้น นับเป็นโจทย์ที่ยาก แต่เชื่อว่าไม่ใช่แค่สถาบันการเงินอย่างเราที่พร้อมสนับสนุนเอสเอ็มอี ภาครัฐ และหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ก็พร้อมที่จะช่วยเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน”

“ยิ่งในยุคดิจิทัลที่เกิดการ Disrupt ในธุรกิจต่างๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค ที่ตอนนี้ค่อนข้างเฉพาะเจาะจงมากๆ จากเมื่อก่อนธุรกิจต้องผลิตสินค้าจำนวนมากเพื่อให้ได้ราคาต้นทุนที่ต่ำแต่โจทย์ทุกวันนี้คือ ทำอย่างไรจึงผลิตของในปริมาณน้อยด้วยต้นทุนที่ต่ำ? หรือ Made to Order อย่างไรให้ได้ราคาที่ดี? เพราะความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนเร็วมาก วันนี้ลูกค้าอยากได้แบบนี้ แต่พรุ่งนี้ไม่ได้อยากได้แล้ว ของในสต๊อกที่ผลิตมาจำนวนมากเพราะต้นทุนต่ำจะกลายเป็นของต้นทุนสูงขึ้นมาทันที ตรงนี้คือความท้าทายของเอสเอ็มอีในยุคนี้”

ดังนั้น เอสเอ็มอีต้องพร้อมเสมอกับการเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญต้องมีองค์ความรู้ทั้งในธุรกิจของตัวเองและข้างเคียง

สร้างประสิทธิภาพยกเชน

จากการศึกษา Pain point และทำความรู้จักเอสเอ็มอีให้มากขึ้น เพื่อสร้างเครื่องไม้เครื่องมือที่อำนวยความสะดวกการทำธุรกรรมสำหรับเอสเอ็มอีแล้ว นอกจากนี้ ทีเอ็มบียังมีโครงการสำหรับแบ่งปันความรู้เรื่อง LEAN เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งเชน ภายใต้หลักสูตร LEAN Supply Chain by TMB

“เรามีส่วนที่ให้ความรู้กับลูกค้าหลายรูปแบบ ส่วนหนึ่งคือ LEAN Supply Chain เพราะธุรกิจอุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่อาจไม่เห็นความสำคัญเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ทีเอ็มบีจึงจัดโครงการสร้างองค์ความรู้เรื่องนี้ให้กับองค์กรธุรกิจต่างๆ และเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดต้องทำตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่เอสเอ็มอีจะอยู่ที่ปลายน้ำ หากทุกบริษัทในเชนสามารถเข้าใจตรงกัน คำนึงถึงส่วนรวมสุดท้ายแล้วการทำธุรกิจของแต่ละเจ้าจะง่ายขึ้นประหยัดมากขึ้น”

เมื่อถามถึงเป้าหมายและความท้าทายในการทำงานในตอนนี้ คุณชมภูนุชกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า

“ความท้าทายยังคงเป็นการเอาชนะอยู่ แต่จะทำอย่างไรให้ทั้งเรา คู่แข่ง และลูกค้าชนะไปด้วยกัน เป้าหมายในวันนี้คือความตั้งใจสร้างเครื่องมือ และ Solution ใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยสำเร็จและเติบโตไปด้วยกัน”


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

 
%d bloggers like this: