หากย่ำอยู่กับที่คงไม่มีความก้าวหน้า ดังนั้น เพื่อให้ไปได้ไกลกว่าจึงต้องใช้ความกล้า และไม่ยึดติด เพราะทางที่คิดว่าใช่มานาน อาจถึงเวลาต้องปรับให้สอดคล้องกับบริบทใหม่  สำหรับโลกการทำงาน ความสำเร็จจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับผู้ที่หมั่นปรับทั้งวิธีและมุมคิดอยู่เสมอ เพื่อให้ผ่านโจทย์ที่เจอในแต่ละวันไปได้โดยประสิทธิภาพการทำงานยังคงเดิมหรือเพิ่มขึ้น

ย่อหน้าต่อจากนี้จะบอกให้คุณรู้ว่าเรื่องไหนบ้างที่หากลองปรับแล้ว ประสิทธิภาพการทำงานจะดีขึ้น

คนตื่นเช้าเท่านั้นที่มีโอกาสทำงานเข้าตา: ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหนหรือสาขาอาชีพอะไร ก็มีเวลาให้ใช้ 24 ชั่วโมงเท่ากัน ทุกรอบหมุนของเข็มสั้น-ยาวบนนาฬิกาจึงควรผ่านไปอย่างมีค่า และแน่นอนว่า คนที่ถึงบริษัทก่อนจะมีโอกาสทำงานเสร็จได้มากกว่า หัวหน้าก็เห็นความดีความชอบได้บ่อยกว่า แล้วคนที่เข้า Office ช้ากว่าหน่อย หรืออาจสายบ้างบางครั้ง จะถูกผู้บังคับบัญชามองข้ามเลยหรือไม่?

ทางออกของคนตื่นเช้าลำบาก แต่อยากก้าวหน้า คือการทำงานให้เต็มที่เมื่อถึง Office และจับจังหวะร่างกายของตนเองให้ได้ว่า ทำงานได้ดีสุดตอนไหน โดยทันทีที่รู้ว่ามีสมาธิจดจ่อ ควรทำงานต่อให้เสร็จ และอย่าเพิ่งละสายตาไปหากยังไม่ได้ตรวจสอบความเรียบร้อย

จำไว้ว่า แต่ละคนมีช่วงที่ทำงานได้ลื่นไหลและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่างกัน ดังนั้น ควรเร่งหานาทีทองดังกล่าวให้พบโดยเร็ว

ถ้า Multitasking พลาดไม่กระทบถึงภาพรวม: เป็นเรื่องโชคดีหากบริษัทไหนมีพนักงานที่สามารถทำงานหลายอย่างไปพร้อมกันได้ เพราะทักษะดังกล่าวช่วยประหยัดทั้งเวลาและกำลังคน แต่การทำงานในรูปแบบบริษัท ย่อมประกอบไปด้วยกลุ่มคนที่ทำงานร่วมกัน

ดังนั้น จึงไม่ควรให้  Multitasking ฉายเดี่ยวมากเกินไป เพราะความประมาทคิดว่าทำทุกอย่างไหว จะพาให้มองข้ามผลกระทบอย่างเป็นระบบ เมื่อพลาดแค่เพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

เพื่อป้องกันปัญหางานล้นและความผิดพลาดที่เกิดจากคนเก่ง หัวหน้าควรแบ่งงานให้สมาชิกแต่ละคนในทีมได้ทำงานตามถนัดตามกรอบเวลาที่เหมาะสม ขณะเดียวกันต้องหมั่นถามความคืบหน้า มีฝ่ายประสานงานและให้ความช่วยเหลือ โดยเมื่องานเสร็จก็อย่าลืมบอกทุกคนให้รู้ว่าเป็นความภาคภูมิใจร่วมกันของทั้งทีม            

               

เอาแต่พึ่งพา Technology: ระบบอัตโนมัติและขั้นตอนการทำงานที่ลดลงคือประโยชน์โดยรวมของ Technology ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่างานที่เสร็จเร็วกว่าเดิมด้วย Smart Device ต่างๆ ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะ

แต่ยอมรับไหมว่า ทุกครั้งที่ไฟฟ้าดับ ลืมเอาอุปกรณ์มา หรือเครือข่ายการสื่อสารขัดข้อง งานเดินหน้าไปอย่างยากลำบากหรือแทบไม่ขยับเลย  

ดังนั้น จึงไม่ควรละเลยทักษะพื้นฐานในการทำงาน เช่น การเขียน และการสนทนา รวมถึงอย่าใช้ระบบอัตโนมัติและ Digital จนเคยตัว และหลงลืมทักษะเบื้องต้นทางวิชาชีพ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรืออุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ ใช้การไม่ได้ขึ้นมา ความรู้ความสามารถและทักษะติดตัวนี่แหละจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้  

 

บริษัทจะโตได้ด้วยจำนวนงานและเพิ่มระดับความยาก: นักกีฬาจะเก่งขึ้นได้ก็ด้วยการฝึกฝนและลงแข่งอย่างสม่ำเสมอ แต่หากมุ่งเก็บเกี่ยวความสำเร็จอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไร้การวางแผนและมองข้ามเกมง่ายๆ ท้ายที่สุดร่างกายอาจล้าหรือได้รับบาดเจ็บ

ในบริบทของการทำงานและการบริหารบริษัทก็ไม่ต่างกัน ควรมีทั้งงานที่ยาก-ง่าย สลับกันไป และลดจำนวนการรับงานบ้างตามความเหมาะสม เพื่อให้พนักงานได้มีเวลาพักและเติมไฟ ซึ่งจะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้มากกว่าในระยะยาว/fastcompany

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer