ร้านสเต๊กซิซซ์เล่อร์เล็งเห็นโอกาสของการสั่งออนไลน์ ไม่ได้เพียงเพื่อเพิ่มยอดขายให้กับร้าน แต่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพราะวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า โดยการเพิ่มช่องทางการส่งอาหารในรูปแบบ delivery ผ่านแอป “1112delivery” ซึ่งเป็นแอปรวมรวบร้านอาหารของไมเนอร์ กรุ๊ป

ซิซซ์เล่อร์ หนึ่งในผู้เล่นหลักของร้านอาหารประเภทสเต๊ก ซึ่งปัจจุบันตลาดร้านอาหารสเต๊กมีมูลค่าถึง 15,000 ล้านบาท โจทย์หลักของซิซซ์เล่อร์ คือราคาที่จะต้องเข้าถึงได้ อย่างสลัดบาร์ที่เติมได้ไม่อั้น ซึ่งเป็นหนึ่งใน signature ของร้าน โดยอดีตราคาอยู่ที่ 199 บาท แต่ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 149 บาท หรือการ renovate ร้านที่มีอยู่เรื่อยๆ โดยแต่ละร้านใช้งบการ renovate อยู่ที่ 7-8 ล้านบาทต่อสาขา โดยปัจจุบันซิซซ์เล่อร์เป็นร้านอาหารที่ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยในกรุงเทพฯ มีอยู่ 30 สาขา และต่างจังหวัดมีอยู่ 26 สาขา รวมทั้งหมด 56 สาขา

พิซซ่า คอมพานี, สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เล่อร์, แดรี่ควีน, เบอร์เกอร์คิง, เดอะคอฟฟี่ คลับ และ ไทยเอ๊กซ์เพลซ เป็นร้านอาหารที่อยู่ในเครือ ไมเนอร์ กรุ๊ป ซึ่งในอดีตเชนร้านอาหารเหล่านี้จะถูกแบ่งแพลตฟอร์มการสั่งไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของช่องทางการสั่ง การที่ร้านต่างๆ ไปอยู่ในแพลตฟอร์มสั่งอาหารของแอปอื่น ซึ่งล่าสุดแบรนด์ไมเนอร์ กรุ๊ป เปิดตัว “1112 Delivery” ซึ่งเป็นเว็บไซต์และแอปที่รวบรวมร้านอาหารในไมเนอร์ กรุ๊ป ทั้งหมดซึ่งมีทั้งหมด 7 แบรนด์ สามารถสั่งได้ทั้งหมด ทั้ง App และการโทรสั่ง เป็นที่แรกในเมืองไทย

หนึ่งในแบรนด์ที่ผันตัวเองมาทำระบบ delivery คือซิซซ์เล่อร์ ซึ่งจะมีบริการส่งอาหาร ผ่านแอป 1112 Delivery, เว็บไซต์ www.1112delivery.com และเบอร์ 1112 โดยซิซซ์เล่อร์จะเปิดให้สั่งในราคาพิเศษซึ่งจะเป็นหนึ่งในตัวที่จะดึงคนมาใช้แอป “1112 Delivery” มากขึ้น “เนื่องจากเรา (ซิซซ์เล่อร์) ให้ความสำคัญในเรื่องของการให้บริการและการอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าเป็นหลัก เราจึงได้คิดค้นการให้บริการในรูปแบบ delivery ภายใต้สโลแกน ซิซซ์เล่อร์ delivery พร้อมส่งความอร่อยจากร้านถึงบ้านคุณ” นายบัญญัติ อธิยุตกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส แอล อาร์ที จำกัด (ซิซซ์เล่อร์) กล่าวถึงที่มาซิซซ์เล่อร์ที่เปิดให้บริการส่งอาหารสำหรับแบรนด์ ซิซซ์เล่อร์เป็นประเทศแรกของโลก

ซิซซ์เล่อร์

ออนไลน์พร้อมปรับตัว ออฟไลน์พร้อมเปลี่ยนแปลง

ซิซซ์เล่อร์ ร้านอาหารสเต๊กที่มีอยู่ในไทยมากกว่า 56 สาขาทั่วประเทศ ตั้งใจปรับตัวให้ซิซซ์เล่อร์ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า คุณนงชนก สถานานนท์ ผู้ช่วยรองประธานบริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด (ซิซซ์เล่อร์) กล่าวถึงการเข้ามาของบริการส่งอาหารของซิซซ์เล่อร์ ที่ใช้ข้อได้เปรียบของซิซซ์เล่อร์ที่มีสาขาในกรุงเทพฯ ถึง 30 สาขา “เราให้ความสำคัญกับคุณภาพอาหาร ฐานลูกค้าของเราก็ถือว่าเยอะ โดยแต่ละสาขาอยู่ใกล้กันจึงเหมาะกับการ delivery อย่างมาก รวมถึงประเทศไทยใช้การส่งผ่านมอเตอร์ไซค์จึงทำให้สะดวกต่อการ delivery” คุณนงชนกกล่าว

ซิซซ์เล่อร์ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีการสั่ง delivery โดยความยากของซิซซ์เล่อร์ที่ต่างจากผู้ให้บริการที่มีบริการ delivery จะเป็นเรื่องของวัตถุดิบอาหารเพราะสเต๊กจะใช้เวลาในการทำที่ค่อนข้างนาน ระยะเวลาการส่งจึงอาจจะใช้เวลา แต่อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของการนั่งกินที่ร้านและการสั่งผ่านระบบ delivery คือราคา เพราะการนั่งกินนั้นซิซซ์เล่อร์จะเก็บค่าตักสลัดบาร์ ซึ่งสามารถเติมได้ไม่อั้นอยู่แล้วแต่การ delivery จะไม่มีค่าสลัดบาร์เข้าไปทำให้ราคาถูกกว่าประมาณ 100 บาท โดยระบบ delivery นั้นคุณนงชนกมองถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นคนทำงานและคนที่มีครอบครัวที่ต้องการความสะดวกแต่คุณภาพอาหารมาตรฐานซิซซ์เล่อร์

ซิซซ์เล่อร์

นอกจากนี้ ซิซซ์เลอร์ยังให้ความสำคัญกับราคาเพื่อดึงลูกค้ามากขึ้น สลัดบาร์ 199 บาท เป็น 149 บาท โดยการปรับฐานราคา “พอถึงจุดหนึ่งเราทำความเข้าใจลูกค้า พอเห็นว่าสลัดราคา 200 ลูกค้าก็ไม่กล้ามารับประทาน อย่างเช่นตอนกลางวันเราต้องการให้ลูกค้ามารับประทานมากขึ้น” คุณนงชนกกล่าวถึงการปรับราคาเพื่อให้เหมาะกับวิถีชีวิตผู้บริโภคในปัจจุบัน

ซิซซ์เล่อร์

ความเข้าใจลูกค้าเป็นจุดแข็งที่ซิซซ์เล่อร์ให้ความสำคัญ และทำให้ร้านอาหารปรับตัวไปกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา  คุณบัญญัติ อธิยุตกุล ผู้จัดการทั่วไป ซิซซ์เลอร์ พูดถึงการให้ความสำคัญกับการเข้าใจลูกค้า “ลูกค้ามีความเป็นตัวเอง เพราะฉะนั้นซิซซ์เล่อร์ต้องทำความเข้าใจลูกค้าอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ถูกปากคนไทย”

โดยซิซซ์เล่อร์จะให้บริการ delivery 10 เมนู ในช่วงเวลาระหว่าง 10:00 น. ถึง 21:00 น.ผ่านช่องทางแอป “1112delivery” และเว็บไซต์

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer