สะมาริตันส์ สายด่วนที่ช่วยลดสถิติการฆ่าตัวตายด้วยการ “ฟัง” อย่าง “สร้างสรรค์”

สะมาริตันส์ คือสมาคมที่ให้บริการเป็นเพื่อนพูดคุยทางโทรศัพท์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย  เปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 40 ปี และรับสายช่วยคนเรื่องฆ่าตัวตายมาแล้วนับไม่ถ้วน  

ข้อมูลจากโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ เมื่อปี 2560 พบว่า ประเทศไทย มีคนฆ่าตัวตายสำเร็จกว่า 4,000 คน หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 350 คน หรือ ทุกๆ 2 ชั่วโมง คนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน

ข้อมูลจากสะมาริตันส์ถูกบันทึกไว้ว่าเมื่อปี2561 ที่ผ่านมา มีผูู้โทรรายใหม่และรายเก่ารวม 5,541 ครั้ง เฉลี่ย 461 ครั้งต่อเดือน (ทางโทรศัพท์ระบบจะนับเป็นรายครั้งเพราะผู้โทรรายเดียวอาจจะใช้หลากหลายชื่อ)

ส่วนทางFacebook ที่สามารถนับเป็นจำนวนรายได้จากIDที่ใช้ log-in จากจำนวน 137 ราย เมื่อปี 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 664 รายเมื่อปีที่ผ่านมา  และในปีนี้ผ่านไปแต่ 2เดือนมีคนที่ติดต่อมาแล้วถึง 236 ราย 

“จำนวนคนที่โทรเข้ามาเพิ่มขึ้นทุกปี ด้วยปัญหาใหม่ๆที่แตกต่างจากเดิม จากปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว  ความขัดแย้งของสามีภรรยา หรือปัญหาการสื่อสารระหว่างพ่อแม่ลูก แต่ในยุคดิจิทัลนี้จะมีปัญหาเด็กที่ถูก bullying ทางออนไลน์  ลองนึกภาพว่าดูว่าสมัยก่อน ลูกไม่สบายใจพ่อแม่ก็จะเป็นคนไปช่วยคุย เจอแบบนี้พ่อแม่ไม่รู้จะจัดการแบบไหน สะมาริตันส์ ก็เลยจะคอยช่วยพูดคุยและก็ให้คำปรึกษาทั้งตัวลูกและผู้เป็นแม่ เพื่อให้เด็กกลับไปเรียนหนังสือต่อได้”

เรื่องกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความเหงามากขึ้นเพราะลูกหลานที่ติดโซเชียลจนลืมคนใกล้ตัว ปัญหาโรคซึมเศร้าของเด็กวัยรุ่นที่มีความอดทนน้อยลง ลงมือทำร้ายตัวเอง และคิดฆ่าตัวตายมากขึ้น

ต้องรับมือกับพวกเขา อย่างไร 

คุณมีความคิดจะฆ่าตัวตายหรือเปล่า?  

เป็นคำถามที่ ดร.พนมพร ยืนยันว่าทุกสายที่โทรเข้ามาอาสาสมัครต้องถามกลับไป

“คุณมีความคิดจะฆ่าตัวตายหรือเปล่า ฟังดูเหมือนแรงนะคะ บางคนมองว่าเป็นการชี้โพรงให้กระรอก ซึ่งในความเป็นจริง ถ้าเราไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตาย แต่มีคนถามประโยคนี้มาคงไม่มีใครคิดว่า เออ! ดี ไปฆ่าตัวตายดีกว่า กำลังหาทางออกอยู่พอดีเลย คงไม่ใช่ ในขณะเดียวกันถ้าเขาคิด วางแผนไว้แล้วคุณก็ถามได้ เพราะจะทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายลง บางคนก็ตอบว่าไม่หรอกยังไม่ได้เตรียมอะไรไว้ แค่คิดเฉย ๆ ”

หลักการที่สะมาริตันส์ยึดถือเป็นแนวทางการเยียวยาปลายสายที่คิดฆ่าตัวตายคือ ‘การฟังอย่างสร้างสรรค์ (Effective Listening)’ พวกเขาเชื่อว่าการฟังอย่างถูกวิธีจะทำให้ผู้ที่มีความทุกข์ได้ปลดเปลื้องและคิดหาทางออกที่เหมาะสมให้กับตัวเองได้

“เวลาฟังคนที่มีความทุกข์มากๆ ให้ฟังด้วยใจ ไม่ใช้สมอง ไม่ใช้เหตุผล ต้องรับรู้ว่าเขารู้สึกอะไร  บางเรื่องถ้าเราฟังด้วยเหตุผล เราจะรู้สึกว่าก็แล้วทำไมต้องทำอย่างนั้น ทำไมไม่ทำแบบอื่น แต่ถ้าฟังด้วยใจเนื้อหาจะไม่ใช่สิ่งสำคัญ การที่เราฟังและรับรู้ได้ถึงความทุกข์ของเขา จะทำให้เขารู้สึกดี เพราะมีคนเข้าใจความรู้สึกของเขา รู้ว่าเขามีความทุกข์”

ควรหลีกเลี่ยงคำพูดที่มีน้ำเสียงของการตัดสิน “เรื่องแค่นี้เอง” เพราะเขาจะมองว่าทุกข์ของเขาใหญ่ที่สุดแล้วไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ แน่นอน

“อย่าคิดมาก” เมื่อเขามองว่าเป็นเรื่องใหญ่ จะห้ามไม่ให้เขาคิดมากได้อย่างไร

ดร.พนมพร ยังบอกว่าการฟังอย่างเดียวไม่ให้คำแนะนำอาจจะช่วยเขาได้มากกว่า การแนะนำจะปิดกั้นความเข้าใจความรู้สึกของกันและกัน เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคำตอบที่เราอยากช่วยเขามันถูกต้อง เพราะแม้แต่ปัญหาของเขาเรายังรู้ไม่ครบทุกมิติเลยแล้วเราจะแนะนำเขาอย่างไร

สะมาริตันส์ อาสาสมัคร ผู้ใช้ “ใจ” ในการฟัง

การคัดเลือกอาสาสมัครที่มาจากหลากหลายอาชีพเป็นสิ่งที่สมาคมให้ความสำคัญอย่างมาก คนกลุ่มนี้ต้องมีพื้นฐานจิตใจที่ดีมากๆ พร้อมที่จะช่วยเหลือคนตลอดเวลา

แต่ละปีเปิดรับอาสาสมัครปีละ 2 ครั้ง แต่ละครั้งน่าดีใจมากๆที่มีคนจิตใจดีๆสมัครเข้ามาจำนวนมาก อย่างเช่นล่าสุดมีประมาณ 60 คนทุกคนจะถูกสัมภาษณ์ และผ่านการอบรมอย่างเข้มข้นหลายครั้งมีกิจกรรมต่างๆให้ทดลองทำ เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้ที่มีความทุกข์ใจ

ถึงตอนนี้จากจำนวนที่สมัครเข้ามา 60 คน จะเหลือเป็นเจ้าหน้าที่จริงๆประมาณ 3-5 คนเท่านั้น บางคนใจได้  แต่เงื่อนไขเวลาไม่ได้  บางคนมีเวลาแต่ใจยังไม่พร้อม เกิดความเครียดในระหว่างอบรม กลายเป็นความเสี่ยงที่ทางสะมาริตันส์ไม่สามารถรับมาทำงานได้

ดังนั้น ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้มีอาสาสมัครประมาณ 50 คนที่ยังแอคทีฟได้จริงๆ และหมุนเวียนเข้ามาช่วยรับโทรศัพท์จากผู้ที่โทรเข้าเพื่อเล่าเรื่องราวความทุกข์ใจ หรือช่วยแชตผ่านช่องทางอื่นๆ

“ด้วยปัญหาคู่สายและอาสาสมัครเรามีน้อย มีครั้งหนึ่งเขาโทรเข้ามาไม่มีคนรับก็จะทิ้งข้อความไว้ว่าทำไมไม่มีใครรับสาย เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพรุ่งนี้เขาจะมีโอกาสโทรมาที่นี่อีกมั้ย ส่วนการตัดสินใจที่จะให้โทรกลับก็จะเป็นผู้อำนวยการเพราะว่าบางทีเขารู้ว่าเบอร์นี้ เป็นองค์กรเกี่ยวกับเรื่องการฆ่าตัวตาย แล้วพี่ที่รับโทรศัพท์ เข้าใจ รับฟัง ก็มีแนวโน้มติดง่าย เขาก็จะใช้เงื่อนไขการที่จะคิดฆ่าตัวตายเพื่อจะให้เราโทรกลับ ก็อาจจะต้องเปลี่ยนคนคุย”

มีเคสหนึ่งโทรมาบอกว่าผมเคยโทรมาที่นี่ โทรมาแล้วไม่ติด ผมเลยลงมือทำร้ายตัวเอง แต่โชคดีมีคนเข้ามาช่วยส่งโรงพยาบาลให้ทัน พอรักษาดีขึ้นก็โทรมาคุยดีสบายใจมาก ต้องการเข้ามาช่วยตั้งทีมช่วยขยายงาน เพราะเห็นถึงความสำคัญของการทำงานแบบนี้ด้วยตัวเอง  

อาสาสมัครทั้งหมดจะมีการนัดประชุมกันประมาณ 2 เดือนครั้ง เพื่อมาเล่าแลกเปลี่ยนถึงเคสต่างๆที่เกิดขึ้นรวมถึงวิธีการรับมือ  บางครั้งต้องหานักจิตวิทยามาอบรมเพิ่มเติมเมื่อต้องเจอกับเคสแปลกๆเช่นเจอคนที่มีอาการเหมือนจิตหลุดจากโลกเกิดหูแว่ว เห็นภาพหลอนต่างๆ เหมือน พระเอกในภาพยนต์เรื่อง a beautiful mind  ที่สร้างจากชีวิตจริงของจอห์น แนช เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

แต่ละท่านไม่มีการเปิดเผยตัวกับคนภายนอก  เพราะต้องการปกป้องอันตรายที่ไม่คาดคิด รวมถึงคาดหวังให้อาสาสมัครทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝงนอกจาก ดร.พนมพร เพราะอยู่ในตำแหน่งที่จำเป็นต้องออกมาเล่าเรื่องราวของสะมาริตันส์ต่อสังคมด้วย

เคสที่แรงที่สุด

ใช้ปืนจ่อหัวตัวเองตอนที่โทรมาหา เราก็ค่อยๆ จัดการให้ใจเขาเย็นลง สิ่งที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งคือสายด่วนสะมาริตันส์ คือ 0 2713 6793 ไม่ใช่เลขจำง่ายๆ คนโทรต้องตั้งใจมากๆ ดังนั้นเขาคงยังไม่ต้องการที่จะเป็นอะไรไปจริงๆ

“ก็บอกไปว่าคุณถือปืนอยู่แบบนี้ ถ้าเกิดปืนมันพลาดคุณจะเสียใจทั้งๆ ที่คุณตั้งใจจะโทรมาพูดคุยกับดิฉัน แล้วบอกให้เขาเล่าปัญหามาเราจะฟัง เขาก็ใจเย็นลง ระบายความทุกข์ออกมา  อาจจะไม่ได้เกิดการห้ามอย่างทันทีแต่เราจะใช้วิธีให้เขาค่อยๆ ระบายออกมา เขาเองจะค่อยๆ เห็นชีวิตตนเอง สิ่งที่เราต้องคิดอยู่ตลอดคือการที่เขาคุยกับเราอยู่ตอนนี้แสดงว่าเขายังไม่ตาย มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาไม่ลงมือ เราจะคุยไปเรื่อยๆ พอสติเขามาก็เริ่มควบคุมตัวเองได้”

อายุน้อยที่สุดที่เคยเจอประมาณ 10 ขวบ ทะเลาะกับคุณแม่ที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ค่อนข้างเครียด เด็กโทรมาที่สะมาริตันส์ ตอนที่ดื่มยาล้างห้องน้ำไปแล้ว แล้วเขาก็โทรไปหาเพื่อนด้วย ก็เลยขอเบอร์คุณแม่เพื่อนเพื่อให้เขาแจ้งสายด่วน 1669 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) เพราะตอนนั้นเด็กเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ เป็นเคสที่โชคดีเพราะช่วยล้างท้องเด็กได้ทัน

ดร.พนมพรย้ำกับ Marketeer ว่าวัตถุประสงค์หลักของสะมาริตันส์คือช่วยเหลือคนที่ต้องการฆ่าตัวตายก็จริง แต่เธอยอมรับว่า วันนี้จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากสังคม เพราะรายได้ที่เข้ามาไม่พอ ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องต่างๆ เช่น

1. คู่สายโทรศัพท์ตอนนี้มีอยู่ 3 คู่สาย บางทีสายไม่ว่าง ซึ่งบางครั้งคนที่โทรเข้ามาก็อาการหนักมาก การช่วยเหลือก็อาจจะช้าเกิน

2. ไม่มีงบประมาณเพียงพอในการที่จัดหาสถานที่ทำการที่แน่นอน รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์

3. ต้องการอาสาสมัครเพิ่มขึ้นเพื่อเข้ามาแบ่งเบาภาระคนเดิมๆ

“ที่ผ่านมาเราทำงานเงียบๆ ไม่มีการประชาสัมพันธ์ แต่ปัญหาที่เจอเป็นเรื่องที่ต้องหาทางแก้ไข เพื่อให้เราสามารถทำงานช่วยคนให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้” 

วันที่Marketeer ไปสัมภาษณ์ มี ล้วนชาย ว่องวานิช (ทายาทห้างอังกฤษตรางู) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จีรังกรุ๊ป ผู้ที่สนใจการทำงานของสมาคมเล็กๆ ที่มีจุดประสงค์ที่ยิ่งใหญ่นี้ ร่วมนั่งฟังเรื่องราวอยู่ด้วย และเขาเป็นคนหนึ่งที่ต้องการสนับสนุนและช่วยเหลือสมาคมนี้ เช่นเดียวกับนักธุรกิจอื่นๆหลายคนเช่น ทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์ และสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ 2 ผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มบริษัทพฤกษา

“ผมรู้เรื่องสะมาริตันส์นี้มานาน ก็เคยคิดว่าสมาคมดีๆ อย่างนี้ต้องมีคนเข้ามาช่วยอย่างมากอยู่แล้วแน่นอน เพิ่งรู้ว่าผมคิดผิด เลยต้องการที่จะเข้ามาช่วยให้สะมาริตันส์สามารถทำงานช่วยคนได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าเราก็ไม่ต้องอ้อมค้อมกับสังคม บอกไปตรงๆ เลยว่าเราต้องการความช่วยเหลือ ต้องการให้องค์กรใหญ่ๆ เข้ามาเป็นสปอนเซอร์อย่างจริงจัง”

รวมทั้งในเรื่องของอาสาสมัครที่ควรจะเพิ่มทั้งเรื่องจำนวนคนและความเข้มแข็งในเรื่องการอบรมให้ความรู้ในเรื่องจิตวิทยาต่างๆ โดยสถาบันการศึกษาต่างๆ สามารถเข้ามาสนับสนุนได้ในจุดนี้

จุดเปลี่ยนสำคัญที่เคยทำให้สมาคมเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นคือคลิปของ ‘เป้ อารักษ์’ ที่พูดถึงเหตุการณ์การเสียชีวิตของเพื่อนสนิท ‘สิงห์ Sqweez Animal’ เมื่อประมาณ 2-3 ปีก่อน

ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นเป็นเอก รัตนเรือง ผู้กำกับชื่อดังและคนบันเทิงที่มีชื่อเสียงได้มาคุยกับทางสะมาริตันส์อยู่หลายครั้ง ก่อนที่จะร่วมกันผลิตคลิปวิดีโอขึ้นมา 6 ชุด โดยหวังว่าเมื่อทุกคนดูแล้วจะปลุกกระแสสังคมให้หันมาใส่ใจสภาวะทางจิตใจของผู้ที่อยู่รอบข้างมากขึ้น เปิดหัวใจรับฟังกันมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การป้องกันการฆ่าตัวตายในที่สุด

“… แค่เราเข้าใจว่าเขารู้สึกอะไร เขาก็มีตัวตนแล้วนะ”  ดร.พนมพร กล่าวย้ำ 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer