ดุสิตธานี สู่ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เปลี่ยนทุกอย่าง ยกเว้น “จิตวิญญาณ”

กว่า 50 ปีที่โรงแรม ดุสิตธานี เปิดให้บริการบริเวณหัวมุมถนนพระราม 4

แต่เมื่อ…เวลาผ่านไปโรงแรมใหม่ๆ ระดับ 5 ดาวเกิดขึ้นมากมาย แถมมีดีไซน์ที่สวยทันสมัย จนถึงวิธีการทำธุรกิจก็ทันยุคทันสมัยมากกว่าโรงแรมดุสิตธานี

ยิ่งหากโฟกัสให้แคบลงไปอีก ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตบนถนนพระราม 4  จะเต็มไปด้วยโรงแรมมากมาย

โดยเฉพาะ 3 โครงการ Mixed Use ของ เสี่ยเจริญ อย่าง สามย่าน มิตรทาวน์, One Bangkok และ The PARQ ที่มีมูลค่าโครงการรวมกันเกือบ 2.3 แสนล้านบาท

โดย 3 โครงการของ “เสี่ยเจริญ” นั้นก็ยังอยู่ในโลเคชั่นใกล้ๆ กับโรงแรมดุสิตธานี

ทำให้กลุ่มผู้บริหารโรงแรมเริ่มคิดแล้วว่าหากไม่มีการ “ปรับตัวครั้งใหญ่”

ในไม่ช้า โรงแรมดุสิตธานีก็จะกลายเป็นตำนาน ที่มีชื่อบันทึกไว้แค่ความทรงจำในอดีต

ตรงนี้เองที่ทำให้ “โรงแรมดุสิตธานี” ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อน

“แค่สร้างโรงแรมใหม่ อย่างเดียวคงไม่พอสำหรับการแข่งขันในอนาคต จึงมองว่าต้องทำอะไรที่ใหญ่กว่านี้

“ก็เลยลองชวนกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งพื้นฐานเดิมครอบครัวเราทั้งสองมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน”

“จนมาได้ข้อสรุปว่าจะทำโครงการ Mixed Use ที่มีทั้งโรงแรม, คอนโด,  ศูนย์การค้า และสำนักงานให้เช่ารวมกัน” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) บอกเหตุผลที่จับมือกับกลุ่มเซ็นทรัลในการสร้างโครงการ Mixed Use

นอกจากความสัมพันธ์อันดีแล้วนั้น เหตุผลทางธุรกิจก็คือกลุ่ม “เซ็นทรัล” มีประสบการณ์ในการสร้างศูนย์การค้ามายาวนาน รวมไปถึงธุรกิจสำนักงานให้เช่า อย่าง “ดิ ออฟฟิเซส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

ดีลนี้จึงมาเติมเต็มสิ่งที่กลุ่ม ดุสิตธานี ขาดหายไป คือประสบการณ์ในธุรกิจค้าปลีก, และสำนักงานให้เช่า

และเมื่อเป็นความร่วมกันระหว่างเซ็นทรัล กับ ดุสิตธานี ทำให้โครงการนี้มีชื่อว่า “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค”

โดยมีมูลค่าโครงการ 36,700 ล้านบาท พื้นที่รวมกันทั้งหมด 440,000 ตารางเมตร

ซึ่งจะมี 4 สิ่งก่อสร้างในพื้นที่แห่งนี้

1. โรงแรมดุสิตธานี สร้างใหม่จำนวน 250 ห้อง อาคารสูง 39 ชั้น เปิดบริการปี พ.ศ. 2565

2. ศูนย์การค้า “เซ็นทรัล พาร์ค” สูง 7 ชั้น เปิดบริการปลายปี พ.ศ. 2566

3. อาคารสำนักงาน “เซ็นทรัล พาร์ค ออฟฟิเซส” สูง 43 ชั้น เปิดบริการปลายปี พ.ศ. 2566

4. คอนโดมิเนียม 1 อาคาร 69 ชั้น 2 แบรนด์ รวมกัน 389 ยูนิต คือ “ดุสิต เรสซิเดนเซส” และ “ดุสิต พาร์คไซด์” เป็นคอนโดมิเนียมรูปแบบ Leasehold สัญญา 60 ปี ก่อสร้างเสร็จปี พ.ศ. 2567

จะเห็นว่า “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” เองก็ไม่ได้แตกต่างจากโครงการ Mix Use อื่นๆ มากนัก จะขาดหายไปก็แค่ศูนย์ประชุม ที่บางโครงการมี

แล้วอะไรที่จะใช้สร้างความ “ต่าง”?

นั่นคือดีไซน์ “ ศิลปะความเป็นไทย” ที่ตลอด 50 ปี ทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติชื่นชอบในการออกแบบตกแต่งทั้งภายในและภายนอกของโรงแรมที่เน้นดีไซน์ถึงศิลปวัฒนธรรมไทย

โดย “แนวคิด” นี้นอกจากจะถูกนำไปใช้ในส่วนของโรงแรม ก็จะถูกหยิบมาใช้ในส่วนคอนโดมิเนียมเช่นกัน

แต่…จะถูกประยุกต์ให้สวยงามกว่าเดิมและกลมกลืนเข้ากับยุคสมัย โดยให้มหาวิทยาลัยศิลปากรดูแลในเรื่องนี้

ความต่างต่อมาก็คือทำเลเกรด A หากเทียบกับคู่แข่งโครงการ Mixed Use อื่นๆ บนถนนพระราม 4 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

เพราะ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” คือโครงการที่อยู่ตรงจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS และ MRT พอดี ตอบโจทย์การเดินทางได้อย่างสมบูรณ์แบบหากเทียบกับโครงการ Mixed Use อื่นๆ บนถนนพระราม 4

“ที่สรุปแล้วก็คือ ส่วนศูนย์การค้าเซ็นทรัล เราจะมีชั้นใต้ดินที่เชื่อมต่อกับ MRT เหมือนอย่างเซ็นทรัลพระราม 9 รวมไปถึงยังเชื่อมต่อกับ BTS” วัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPN บอกถึงการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า

ส่วนอาคารสำนักงาน, โรงแรม และคอนโดมิเนียม จะมีจุดเชื่อมต่อหรือไม่นั้น

ทีมผู้บริหารบอกว่าอยากให้เชื่อมต่อรถไฟฟ้าได้ทั้งหมด แต่ก็ยังไม่ “ฟันธง” ชัดเจนว่าสุดท้ายจะมีหรือไม่มีกันแน่

แต่..ที่ตอบได้ชัดเจนก็คือ ถึงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่ “โรงแรม ดุสิตธานี” เปิดให้บริการมา 50 ปี แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เหมือนเดิม

คือดีไซน์และวัฒนธรรมอันสวยงามแบบไทยๆ แต่จะถูกดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น

เพราะ โรงแรมดุสิตธานี รู้ดีว่า นี่คือจุดแข็งที่มีมายาวนาน และเป็นสิ่งที่คู่แข่งในธุรกิจไม่สามารถเทียบชั้นตัวเองได้

มาถึงตรงนี้กรณีศึกษาของโรงแรมดุสิตธานี กำลังบอกอะไรเรา?

นั่นคือ การเปลี่ยนให้ใหญ่ ให้หลากหลาย ให้แข่งขันได้ เป็นสิ่งที่ “ต้องทำ” ในวันที่โลกธุรกิจหมุนเร็วขึ้น

แต่…สิ่งหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน

“คือ จิตวิญญาณความเป็นไทย ที่ลูกค้าทั่วโลกให้การยอมรับว่าดีอยู่แล้ว”

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer