Mobile Banking 2562 อัพเดทสถานการณ์และพฤติกรรมผู้ใช้งาน เมื่อโลกเคลื่อนสู่ดิจิทัล แบรนด์ก็ต้องปรับตัว

ในปีที่ผ่านมา ธนาคารยกเว้นค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการใช้สู่โมบายแบงกิ้งมากขึ้น

แพน จรุงธนาภิบาล รองผู้อำนวยการแผนกพัฒนาการตลาด กรุ๊ปเอ็มประเทศไทย ได้เผยผลสำรวจผู้บริโภคที่กรุ๊ปเอ็มได้สำรวจในปีนี้ ในงาน Group M Focal 2019 ว่า

วันนี้ Mobile Banking มาแรง

จากผลสำรวจของแพน พบว่าในปีนี้ ผู้บริโภคมีการใช้ Bank Account on Mobile เพิ่มขึ้น 30% จากปีที่ผ่านมา

และมีการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ตและมือถือมากขึ้น 34%

ซึ่งการเติบโตนี้ทำให้การทำธุรกรรมผ่านเอทีเอ็มลดลง 19%

 

การเปลี่ยนแปลงนี้ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของผู้ใช้งานใหม่ของแพลตฟอร์มโมบายแบงกิ้ง 4 อย่างด้วยกัน ประกอบด้วย

1. Self Learning กลุ่มเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น

2. Bank Persuade ผู้บริโภคที่ธนาคารชักชวนให้ใช้โมบายแบงกิ้งเมื่อเข้าไปทำธุรกรรมตามสาขา

3. Blending in Crowd ใช้ตามเพื่อนๆ

4. Fix The New Demand ต้องการซื้อของที่มีขายเฉพาะทางออนไลน์

 

แพนยังได้กล่าวต่อว่า ผู้ใช้เดิมก็มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

จากเดิมที่ผู้ใช้งานเดิมมีแอปธนาคารอยู่ในมือถือหลากหลายธนาคารเพื่อประหยัดต้นทุนในการโอนเงินข้ามธนาคาร การปลดล็อกนี้ทำให้ผู้ใช้งานที่มีแอปธนาคารเรียงอยู่เต็มหน้าจอมือถือลบแอปธนาคารที่ไม่ได้ตอบโจทย์การใช้งานและสไตล์ของตัวเองออกไป และเลือกเพียงแอปธนาคารเพียง 1-2 แอป เพื่อใช้งานเท่านั้น เพื่อประหยัดพื้นการจัดเก็บในสมาร์ทโฟน ที่มีพื้นที่การจัดเก็บที่จำกัด

 

นอกจากการเปลี่ยนพฤติกรรมการชำระเงิน แพนยังได้สรุปให้เราเห็นว่า ผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มก็มีพฤติกรรมการชำระเงินที่ไม่เหมือนกัน

 

กลุ่มวัยรุ่น

เป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายแต่ละวันที่ค่อนข้างถี่ แต่การจ่ายแต่ละครั้งจะจ่ายในจำนวนเงินที่น้อย

และผู้บริโภคกลุ่มนี้ยังมีความน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งคือ พวกเขามองว่าเงินที่ใช้จ่ายไม่มีคำว่าขาดมือ เมื่อเวลาเงินหมดยืมเงินเพื่อนและให้เพื่อนโอนให้ทันที

การที่มีเงินไม่ขาดมือตลอดทำให้ความอดทนในการรอคอยที่จะเก็บเงินให้ได้ครบตามที่ต้องการ และทำให้กลุ่มนี้ออกไปหางานทำ และทำให้เป้าหมายในการซื้อสินค้าที่ต้องการเร็วขึ้น

 

กลุ่มทำงาน

ผู้บริโภคกลุ่มนี้เริ่มมีรายได้เป็นของตัวเองแต่ก็มีภาระและความรับผิดชอบมากขึ้น

พวกเขาจะใช้เงินเพื่อปรนเปรอตัวเองให้ชีวิตมีความสุข และหาความคุ้มค่ากับการใช้จ่าย มีการใช้อีวอลเลตแทนเงินสด เพราะมีแต้มสะสม เพื่อเกิดความคุ้มค่าในการใช้เงินมากที่สุด

 

กลุ่มครอบครัว

เป็นกลุ่มที่มีภาระมากที่สุด มองหาการใช้เงินที่ให้ประโยชน์สูงสุด จะซื้อของไม่บ่อย แต่จะซื้อทีละมากๆ และถ้าช่องทางไหนขายถูกจะกลับมาซื้อบ่อย และเมื่อใช้แล้วติดจะซื้อมากขึ้น

และกลุ่มครอบครัวได้มีการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่งคือ พ่อแม่จะนิยมลาออกเพื่อเลี้ยงลูกด้วยตัวเองมากขึ้น และใช้เวลาวันหยุดอยู่กับลูก และพวกเขามองว่าการออกไปเดินทางซื้อของคือการเสียเวลาที่อยู่กับลูก และเสียค่าใช้จ่ายในการออกไปซื้อ

 

กลุ่มคนเกษียณ

เป็นกลุ่มที่ใช้เงินในการจับจ่ายอย่างลั้ลล้ามากที่สุด กลุ่มนี้จะมีการซื้อของอย่างมีเหตุผล และซื้อของให้ลูกหลาน คนแก่มองว่าการใช้เงินสดมีความสำคัญ แต่จะเริ่มมีพฤติกรรมใช้ eMoney มากขึ้น และยังคงใช้เงินสดในเรื่องที่ยังไม่ไว้วางใจ

การจ่ายเงินออนไลน์มาจากการที่พนักงานธนาคารเป็นคนเชิญชวน

คนกลุ่มนี้มองว่าการช้อปออนไลน์เป็นสิ่งที่ทำให้เขาฟินมากเพราะได้เจอสินค้าใหม่ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อน ที่หาจากร้านค้าแถวบ้านไม่ได้

และการช้อปออนไลน์ทำให้คลายเครียดได้อีกด้วย

 

นอกจากกลุ่มสายเปย์ที่กล่าวมาแล้ว ในกลุ่มคนต่างชาติยังเป็นกลุ่มที่สร้างโอกาสในการชำระเงินที่น่าสนใจจากการที่ QR Code เปิดรับการชำระเงินจากแอปอีวอลเลตของต่างประเทศได้ และทำให้คนต่างจังหวัดได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ จากการใช้จ่ายซื้อสินค้าของชาวต่างชาติ

เพราะในวันนี้เทรนด์การท่องเที่ยว กรุ๊ปทัวร์น้อยลงและท่องเที่ยวเองเป็นกลุ่มเล็กๆ ทำให้เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยไม่ใช้เงินสดมาก และเลือกที่จะใช้คือ eMoney

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer