ธุรกิจเรือสำราญ น่าสนใจไหม ? วิเคราะห์ ตลาด โอกาส และกลุ่มเป้าหมายของ ธุรกิจเรือสำราญ ขุมทรัพย์ใหม่ในเอเชีย

นับแต่ไหนแต่ไรมา ธุรกิจเรือสำราญ หรือ Cruise เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแถบยุโรปและอเมริกา ในฐานะการท่องเที่ยวที่เปิดประสบการณ์นักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนสถานที่ไปทุกวัน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่การท่องเที่ยวภาคพื้นดินอาจจะตอบโจทย์ได้ไม่ดีเท่าไรนัก

แต่เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของยุโรปประสบปัญหาไม่กระเตื้องมาหลายปี การจะรักษาการเติบโตของธุรกิจเรือสำราญของผู้ให้บริการได้นั้น คือการขยายบริการสู่ภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะเอเชีย ซึ่งเป็นเหมือนขุมทรัพย์ใหม่ของธุรกิจเรือสำราญ

 

ไม่กี่วันที่ผ่านมา Costa Cruise บริษัทเรือสำราญในอิตาลี ได้เปิดตัวเรือสำราญลำใหม่ ที่ชื่อว่า Costa Venezia ซึ่งเป็นเรือที่ Costa ต่อขึ้นมาเพื่อเข้ามาให้บริการในกับลูกค้าเอเชีย โดยเฉพาะลูกค้าชาวจีน ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและมีจำนวนประชากรมาก ที่พร้อมที่จะออกเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ

โดยเรือลำนี้เป็นเรือลำที่ 4 ของ Costa ที่เข้ามาเดินเรือในเส้นทางน่านน้ำประเทศในแถบเอเชีย หลังจากที่ Costa ได้เข้ามาเปิดบริการเรือสำราญระหว่างประเทศที่ประเทศจีนในปี 2006  

และ Costa ถือเป็นเรือสำราญบริษัทแรกที่เข้าไปทำธุรกิจเดินเรือระหว่างประเทศในประเทศจีน

ทำให้ในปัจจุบันเส้นการเดินเรือของบริษัทเรือสำราญ Costa Cruise ประกอบด้วยเรือ 4 ลำ เป็นเรือที่เจาะกลุ่มลูกค้าชาวจีน 3 ลำ และญี่ปุ่น 1 ลำ

การที่ Costa ให้ความสำคัญกับจีนและญี่ปุ่นนั้นมาจากการมองเห็นลูกค้าเรือสำราญระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย มีสัดส่วน 85-90% มาจากจีนและญี่ปุ่น

 

อย่างที่บอกไปว่า Costa Venezia มาเพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก โดยมีรอบปฐมฤกษ์เดินทางมาจากอิตาลีผ่านประเทศจีน และมาแวะจอดที่ไทย เพื่อโชว์ศักยภาพของเรือให้กับสื่อมวลชนและพาร์ตเนอร์เอเยนซีทัวร์ ก่อนที่จะไปสิ้นสุดที่ญี่ปุ่น ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 53 วัน

ก่อนที่จะเป็นรูทการเดินเรือ Costa Venezia ให้เป็นรูทการเดินเรือระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการเดินเรือที่จะไม่จอดในประเทศไทยอีกต่อไป

โรเบอร์โต เวอร์ดิโน รองผู้จัดการประจำประเทศญี่ปุ่น เกาหลี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Costa Cruise

การมาของ Costa Venezia ในครั้งนี้เราได้มีโอกาสสอบถามโรเบอร์โต เวอร์ดิโน รองผู้จัดการประจำประเทศญี่ปุ่น เกาหลี เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Costa Cruise ถึงธุรกิจเรือสำราญ Costa ในประเทศไทย

เพราะจากรูททั้งหมดของ Costa ในน่านน้ำเอเชีย ไม่มีเรือสำราญสักลำที่เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในรูทจอดเรือเพื่อรับผู้โดยสารชาวไทย

แล้ว Costa จะแถลงข่าวและพาเอเยนซีเข้าชมเรือทำไมกัน

ซึ่งเรื่องนี้ได้คำตอบว่าแม้ Costa Venezia จะไม่มาจอดรับผู้โดยสารในประเทศไทย เพราะปริมาณนักท่องเที่ยวทางเรือยังมีไม่มากนัก แต่ประเทศไทยก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีโอกาสการเติบโตจากการเห็นพฤติกรรมท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี และมีคนไทยที่เริ่มให้ความสนใจเดินทางท่องเที่ยวผ่านเรือสำราญมากขึ้น

โดยคนไทยกลุ่มนี้จะนิยมซื้อทัวร์จากเอเยนซี ในรูปแบบแพ็กเกจพร้อมตั๋วเครื่องบิน เพื่อเดินทางไปยังต่างประเทศที่เป็นเส้นทางจอดรับนักท่องเที่ยว เพื่อขึ้นเรือสำราญท่องเที่ยวลัดเลาะท้องทะเลไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ตามรูทที่วางไว้จนจบจุดหมายปลายทางของแพ็กเกจก่อนต่อเครื่องบินกลับไปยังประเทศไทย

การตลาดของ Costa Venezia จึงเน้นการทำตลาดผ่านเอเยนซีทัวร์เป็นหลัก

 

แต่ไม่ใช่ว่าธุรกิจนี้จะไม่มีคู่แข่ง เพราะที่ผ่านมาธุรกิจเรือสำราญอีกหลายบริษัทที่มีการเปิดรูทการเดินเรือในเอเชียบนเส้นทางน่านน้ำที่มีศักยภาพ เช่น จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี เพื่อดูดเม็ดเงินนักท่องเที่ยวระดับมิดเอนด์-ไฮเอนด์ ได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวทางเรือสำราญ ที่มีพร้อมทุกสิ่งให้บริการนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักเหล่านั้นเช่นกัน

และการแข่งขันของธุรกิจเดินเรือสำราญจะแข่งขันกันอยู่ 2 เรื่องหลักคือ

1. รูทเส้นทางการเดินเรือ ที่หลากหลายครอบคลุมทุกเส้นทาง เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศการท่องเที่ยวทางเรือในประเทศต่างๆ

โดยการแข่งขันของรูทเส้นทางการเดินเรือในเอเชีย มีบริษัทเรือสำราญต่างๆ อีกจำนวนมาก ที่มาเปิดรูทการเดินเรือในภูมิภาคนี้

โดยมี Viking River, Prince Cruise, Royal Caribbean Int. และ Silversea ซึ่งถือเป็นบริษัทที่ได้เปิดรูทเส้นการเดินเรือในเอเชียที่หลากหลายไม่ต่ำกว่า 5 รูทต่อ 1 บริษัท

มีทั้งรูทการเดินเรือจากยุโรปมายังเอเชีย รูทการเดินเรือระหว่างอเมริกามายังเอเชีย และรูทการเดินเรือระหว่างประเทศต่างๆ ในเอเชียด้วยกัน รวมถึงรูทเที่ยวรอบโลกที่ใช้เวลาเดินทางมากกว่า 77 วัน ให้ลูกค้าได้เลือกเดินทางตามความต้องการ

2. ธุรกิจเรือสำราญแข่งกันเรื่องความ luxury และ facility ในเรือว่าใครหรูหรากว่า และสะดวกสบายกว่าคนนั้นชนะ

ธุรกิจเรือสำราญระหว่างประเทศเป็นธุรกิจที่ไม่ต่างจากโรงแรม ที่มีหลายดาว หลายระดับให้บริการ เจาะกลุ่มลูกค้าในระดับมิดเอนด์-ไฮเอนด์

เพราะลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ธุรกิจเรือสำราญ ระหว่างประเทศจะมีด้วยกัน 3 กลุ่มหลักได้แก่

1. นักท่องเที่ยวทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วจะใช้บริการในครูซสั้นๆ ประมาณ 5-7 วัน

2. นักท่องเที่ยวสูงวัย โดยเฉพาะชาวอเมริกาและยุโรป ที่ส่วนใหญ่แล้วลูกจะแยกครอบครัวออกมาหลังเรียนจบหรือแต่งงาน

และคนสูงวัยเหล่านั้นถ้าไม่อยู่บ้านตัวเอง บ้านพักคนชรา ก็จะใช้เรือสำราญเป็นเหมือนบ้านพักคนชรา จากการมองเห็นอัตราแพ็กเกจการเดินทางในเรือมีราคาค่าบริการถูกกว่าค่าบริการที่ต้องจ่ายให้กับบ้านพักคนชราในประเทศของตัวเอง

และเรือสำราญยังให้ทั้งความสะดวกและสบายมากกว่าบ้านพักคนชรา เพราะมีพนักงานคอยให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ มีอาหารให้รับประทานได้บ่อยเท่าที่ต้องการ และมีหมอมารักษายามป่วยไข้ทันที (แม้ค่ารักษาจะไม่รวมกับแพ็กเกจเดินทางก็ตาม) แต่ก็ทำให้คนชราไม่ต้องเสียเวลารอคิวนัดหมอเหมือนกับการไปหาหมอในประเทศที่ตัวเองอยู่

โดยนักท่องเที่ยวสูงวัยส่วนใหญ่แล้วจะนิยมซื้อแพ็กเกจในรูปแบบ Around the World เพื่อใช้ในการล่องเรือไปเรื่อยๆ และเมื่อครบกำหนดการเดินทาง พวกเขาจะกลับไปอยู่บ้านลูก หรือบ้านตัวเองประมาณ 2-3 วัน ก่อนที่จะลงเรือเดินทางใหม่

ซึ่งคนกลุ่มนี้ยิ่งเดินทางกับเรือบ่อยเท่าไร ก็จะได้ส่วนลดที่เรือมอบให้มากขึ้นเท่านั้น

3. นักเสี่ยงโชค เป็นกลุ่มที่ใช้เรือสำราญเป็นเหมือนกาสิโนลอยน้ำ ที่มีพร้อมสรรพทั้งกาสิโน อาหาร และที่นอน โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

ธุรกิจเรือสำราญแต่ละลำจึงใช้วิธีการสร้างจุดเด่นให้กับตัวเองให้แตกต่างจากคู่แข่ง โดยเรือสำราญที่เน้นเจาะกลุ่มไฮเอนด์และลักชัวรี จะเน้นการสร้างความหรูหรา และ facility ในเรือที่ครบครัน เพื่อมอบประสบการณ์ของการเป็นราชาและราชินีแห่งท้องน้ำให้กับคนกลุ่มนี้

ส่วนกลุ่มคนจีน อย่างที่ เรือ Costa Venezia จับ จะไม่ได้เน้นที่ความลักชัวรีในการตกแต่งเท่าไรนัก แต่จะเน้นสไตล์การตกแต่งในรูปแบบอิตาลี และการให้บริการที่เอาใจคนจีน ในแบบที่คนจีนชอบเป็นหลัก

ซึ่งการบริการที่ว่านี้ได้แก่ การเพิ่มไพ่นกกระจอกให้บริการในกาสิโนให้คนจีนได้เข้าไปเสี่ยงโชค มีคาราโอเกะ ซึ่งเป็นความบันเทิงที่คนจีนชอบให้ร้อง มีโรงละครที่ตกแต่งสีแดงซึ่งเป็นสีที่คนจีนชอบ มีสินค้าแบรนด์เนมที่คนจีนชอบให้ละลายเงินในนั้น และที่สำคัญป้ายต่างๆ ก็มีภาษาจีนกำกับอยู่เสมอ

ทั้งนี้การแข่งขันในธุรกิจเรือสำราญน่านน้ำเอเชีย ในอนาคตเชื่อว่าจะเข้มข้นขึ้นจนเปลี่ยนทะเลสีฟ้าครามกลายเป็นสีแดงเดือดจากราคาแพ็กเกจท่องเที่ยวทางเรือที่มีการลดราคาและมอบความคุ้มค่าในการเดินทางเพื่อแข่งขันหาลูกค้าให้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเต็มเรืออยู่เสมอ

เพราะต้นทุนของเรือสำราญระหว่างประเทศเป็นต้นทุนที่สูงจากการจ้างงาน ค่าธรรมเนียมจอดเรือ ค่าน้ำมัน และอื่นๆ

งานนี้บอกเลยว่าธุรกิจเรือสำราญมีค่ามากมาย

————————————————————————————————————————-

Marketeer FYI

การจอดเรือสำราญในประเทศต่างๆ จะแบ่งเป็น

– แวะ Home Port จอดหลายวัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลงเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และกลับเข้ามานอนพักในเรือ

– Trunaround Port แวะมาจอดเพื่อเที่ยว 1 วัน และกลับไปนอนบนเรือเพื่อล่องไปที่อื่นต่อ

 

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer