ตลาดเบอร์เกอร์ มูลค่าเท่าไร ? วิเคราะห์กลยุทธ์ 3 แบรนด์ดังที่ต่างหวังขึ้นแท่นเบอร์ 1

มูลค่าตลาดธุรกิจร้านอาหารไทยปี 2561 อยู่ที่ 4.1 แสนล้านบาท

หนึ่งในนั้นป็นมูลค่าอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท

และหากนับเฉพาะ ตลาดเบอร์เกอร์ นั้นมีมูลค่า 9 พันล้านบาท และในปีนี้น่าจะถึง 1 หมื่นล้านบาท

ที่ในวันนี้เห็นมูฟเมนต์ของตลาดเบอร์เกอร์มากขึ้นเพราะเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา “MOS BURGER” ที่อยู่ในมือของผู้ถือหุ้นคนใหม่รายใหญ่สุดอย่าง แอม-พิธาน องค์โฆษิต” ที่หวังพา “MOS BURGER” ให้มีมาร์เก็ตแชร์เป็น 10% ในอีก 8 ปีข้างหน้า

ขณะที่เจ้าตลาดยักษ์ใหญ่ McDonald’s และ Burger King ที่กินมาร์เก็ตแชร์ไปกว่า 90% ก็คงไม่ยอมแบ่งเม็ดเงินอันหอมหวานในธุรกิจเบอร์เกอร์ไปให้ใครง่ายๆ

McDonald’s

ตำนานความอร่อยของแฮมเบอร์เกอร์แมคโดนัลด์ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2491 โดยผู้บุกเบิกคือ พี่น้องดิ๊ก และ แมค แมคโดนัลด์ ที่เปิดร้านแฮมเบอร์เกอร์ชื่อว่า “แมคโดนัลด์” เป็นแบบไดร์ฟทรู ในซานเบอร์นาดิโน เมืองเล็กๆ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ทุกวันนี้มีร้านแมคโดนัลด์กว่า 36,000 สาขา ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

ขณะที่ในประเทศไทย แมคโดนัลด์ เข้ามาและเริ่มให้บริการในปี พ.ศ. 2528 นับเป็นประเทศที่ 35 ของโลก โดยสาขาแรกตั้งอยู่ที่อัมรินทร์ พลาซ่า มีสาขา ณ มิ.ย. 62 จำนวน 245 สาขา

Burger King

ต้นกำเนิด HOME of THE WHOPPER แสนอร่อย Burger King ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2497 โดย James McLamore และ David Edgerton ที่ซื้อแฟรนไชส์ Insta-Burger King ร้านเบอร์เกอร์ของ Matthew Burns และ Keith Kramer

พ.ศ. 2510 เจ้าของ Burger King เปลี่ยนมือเป็นครั้งที่ 2 หลัง Philsbury บริษัทแปรรูปอาหารรายใหญ่ในสหรัฐฯ ขณะนั้น ซื้อกิจการด้วยเงิน 18 ล้านเหรียญสหรัฐ

ปัจจุบัน Burger King เป็นแบรนด์เครือร้านเบอร์เกอร์ใหญ่อันดับสองของสหรัฐฯ รองแค่เพียง McDonald’s เท่านั้น สาขาให้บริการมากกว่า 17,000 สาขา ใน 100 ประเทศ

ขณะที่ในประเทศไทย Burger King เข้ามาทำตลาดอย่างจริงจังเมื่อ ค.ศ. 2000 หรือ 19 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันมีสาขา ณ มิ.ย. 104 สาขา

MOS BURGER

เบอร์เกอร์ที่มีจุดกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2515 โดย ซากุระดะ ซาโตชิ ได้เริ่มต้นเปิดร้านแฮมเบอร์เกอร์ในเมืองนาริมาซึ กรุงโตเกียว ในฐานะที่เป็นร้านขายเบอร์เกอร์โดยเฉพาะ

สร้างสรรค์อาหารที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครโดยผ่านการนำเสนอวัฒนธรรมการกินในแบบรสชาติญี่ปุ่น

ในปี ค.ศ. 1991 ก่อตั้งสาขาแรกในต่างประเทศที่ไต้หวัน และเริ่มเปิดสาขาทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

มีสาขาทั้งหมด 1,670 สาขาทั่วโลก แบ่งเป็นสาขาในญี่ปุ่น 70% และสาขาที่ต่างประเทศอีก 30%

ขณะที่ในประเทศไทย “MOS BURGER” เข้ามาเมื่อ พ.ศ. 2550 มีสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า และปัจจุบันมีทั้งหมด 8 สาขา

แม้ทั้ง 3 แบรนด์จะเป็นแบรนด์ขายเบอร์เกอร์ที่มีรสชาติถูกปากคนไทยเหมือนกัน แต่เกมกลยุทธ์การตลาดที่จะชิงส่วนแบ่งเบอร์เกอร์ที่มีราคาตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงราคาหลักร้อยนั้นต่างกัน

– เจาะกลุ่มตลาดลูกค้าต่างกัน: แม้จะเป็นเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแต่กลุ่มลูกค้าของทั้ง 3 แบรนด์แตกต่างกันชัดเจน แมคโดนัลด์เน้นตลาดแมส ขณะที่เบอร์เกอร์คิงเน้นในตลาดพรีเมียมที่มีจุดยืนสำหรับคนรักเนื้อโดยเฉพาะ ขณะที่มอสเบอร์เกอร์เป็นแบรนด์ที่อยู่กลางระหว่างแมคโดนัลด์ และเบอร์เกอร์คิง

– สิ่งที่เหมือนกันของทั้ง 3 แบรนด์คือ เน้นที่รสชาติ คุณภาพของอาหารที่มองว่าเป็นปัจจัยหลักให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อเบอร์เกอร์สักหนึ่งชิ้น ขณะที่ความเร็วในการบริการอาจจะไม่ได้มีผลมากนัก

หากสังเกตดีๆ จะรู้ว่ารสชาติเบอร์เกอร์ของมอสเบอร์นั้นจะต่างกับทั้งสองเจ้าแบบโดดเด่นเพราะของมอสเบอร์เกอร์นั้นจะมีรสชาติหวานของตัวซอสที่อยู่ในเบอร์เกอร์นั่นเอง

– แผนธุรกิจ: ที่ในวันนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป ร้านสาขาตามห้างอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ความสะดวกสบายของผู้บริโภคมากที่สุดแล้ว แผนธุรกิจของทั้งแมคโดนัลด์และเบอร์เกอร์คิงในปี 2562 นี้จึงเน้นบุกเปิดสาขาที่เป็นแบบไดร์ฟทรู มากขึ้น รวมทั้งการให้บริการแบบเดลิเวอรี่มากขึ้น

ขณะที่มอสเบอร์เกอร์นั้นภาพที่เห็นคือการขยายสาขาช้าและไม่ค่อยเห็นการทำการตลาดเท่าไรนัก ปีนี้แผนธุรกิจของมอสเบอร์เกอร์จึงเน้นไปที่การขยายสาขาภายในสิ้นปีจะมีเพิ่มเป็น 14 สาขา นอกจากนี้ยังเตรียมไปเป็นพาร์ตเนอร์ Food Delivery เจ้าต่างๆ และทำการตลาดเพิ่มด้วย

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co / Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

LINE it!