เพราะสินค้าทุกอย่างมีสตอรี่ TAOBAO MAKER FESTIVAL 2019 จึงเกิดขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน จนกลายเป็นอาลีบาบาอีโคซิสเท็ม

“No excuse not to create if you are in china today” คำกล่าวของ คริส ตง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด อาลีบาบา กรุ๊ป ที่กล่าวภายในงานแถลงข่าว TAOBAO MAKER FESTIVAL 2019 ที่เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา

หรือที่หมายความว่า “ไม่มีข้อกล่าวอ้างอะไรที่จะสร้างสรรค์ผลงาน ถ้าในวันนี้คุณอยู่ที่ประเทศจีน” คำพูดที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนไปของประเทศจีน ที่จากนี้จีนจะไม่ใช่แค่ประเทศโรงงานผลิตสินค้าที่มีความหมายแค่ Made in china เท่านั้น แต่ต้องเป็น Created in china สินค้าที่มีความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และคุณภาพ

จุดเริ่มต้นที่ Taobao Marketplace

ต้องย้อนไปในปี พ.ศ. 2546 ในวันที่อาลีบาบาก่อตั้ง Taobao Marketplace ขึ้นเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซที่มีขายสินค้า นวัตกรรม และบริการนับแสนรายการให้กับผู้บริโภคผ่าน www.taobao.com และแอปพลิเคชันเถาเป่า

ในวันนี้นอกจากจะเป็นแพลตฟอร์มที่มีสินค้ามากมายขายแล้ว เถาเป่ามาร์เก็ตเพลสยังเป็นแพลตฟอร์มสร้างผู้ประกอบการ และนักสร้างสรรค์หน้าใหม่รายใหญ่ที่สุดของจีน โดยเถาเป่าภายใต้อาลีบาบา กรุ๊ปจะทำหน้าที่เป็น social innovation incubator ช่วยบ่มเพาะนวัตกรรมให้นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ทำตามความฝันของตัวเอง

ข้อมูลการจัดอันดับของบริษัทวิเคราะห์บิ๊กดาต้า Analysys พบว่า มีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันเถาเป่าบนมือถือต่อเดือนถึง 755 ล้านราย โดยผู้ใช้ 70% เป็นคนยุคมิลเลนเนียม หรือเจนซี พวกที่เกิดหลังปี 1990

 

TAOBAO MAKER FESTIVAL 2019

คริส ตง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด อาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่า คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์ม คนเหล่านี้ไม่ได้ต้องการเข้ามาบนแอปเพียงเพื่อขายของ หรือซื้อของเท่านั้น แต่ต้องการแชร์ความสนใจ และหาแรงบันดาลใจ เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่เพียงสร้างธุรกิจเพื่อขายของอย่างเดียว แต่ต้องเติมเต็มวิชั่นของอาลีบาบาที่ทุกคนจะสามารถทำธุรกิจที่ไหนก็ได้ในโลกนี้

และเพราะสินค้าทุกอย่างมีสตอรี่ มีเบื้องหลัง จึงเป็นที่มาของการจัดเฟสติวัลอีเวนต์นี้ขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2559 เฟสติวัลแบบออฟไลน์ที่เป็นพื้นที่แสดงออกทางความคิดการทำงานของเด็กยุคใหม่ของเหล่าเมกเกอร์บนเถาเป่าให้มาเจอกันแบบออฟไลน์

ขณะที่การคัดเลือกร้านค้าบนเถาเป่ามาออกอีเวนต์นั้น เถาเป่าคัดเลือกแบบ Cherry hand pick ค่อยๆ คัดเลือกเสาะหาร้านที่มีธุรกิจที่ดี มีความครีเอตสินค้าที่มีความน่าสนใจ

คริส ตง ยังระบุว่า ในปีแรกๆ นั้น มีเหล่าเมกเกอร์บนเถาเป่าที่เข้าตาอยู่ราว 2,000 เมกเกอร์ และคัดเลือกมาจัดอีเวนต์ 200 เมกเกอร์ ถัดมาในปีนี้มีเหล่าเมกเกอร์ถึง 100,000 เมกเกอร์ และคัดเลือกขึ้นมาแบบออฟไลน์ 400 เมกเกอร์

เพราะฉะนั้นความกังวลของการจัดงานไม่ใช่ว่ากลัวจะไม่มีร้านค้ามาจัดงาน แต่กลับคิดว่าจะหาสถานที่ไหนที่จะจัดงานให้พอกับเหล่าเมกเกอร์นี้ต่างหาก

คริส ตง

ถึงแม้ TAOBAO MAKER FESTIVAL 2019 จัดมาเป็นปีที่สี่แล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่งานเป็นไปตามที่คริส ตง คาดหวังไว้เหมือนภาพในใจ โดยตั้งเป้าหมายให้อีเว้นท์นี้เป็น talk of mind  ตลอดระยะเวลา 2 อาทิตย์

ในวันแถลงข่าววันแรกของการจัดงานนั้น เราได้เห็นนักข่าวมากหน้าหลายตามาจากหลายประเทศต่างยกมือถามคำถามประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด อาลีบาบา กรุ๊ป รวมทั้งคำถามเกี่ยวกับมูลค่ารายได้จากการจัดงานครั้งนี้ว่าจะมีเงินสะพัดมากน้อยเท่าไร

คำถามนี้น่าจะเป็นคำถามเดียวที่คริส ตง ไม่ได้ตอบเป็นตัวเลขมูลค่าแบบชัดเจน เพราะเขาระบุว่างานนี้ไม่ได้เน้นทรานแซกชั่น หรือหวังรายได้มากมายขนาดนั้น เหล่าเมกเกอร์ที่มาจัดงานไม่ต้องเสียค่าอะไรเลย มีรายได้จากการขายบัตรให้ผู้เข้าชมงานที่สนใจมางาน

และเพราะที่ผ่านมาในงานไม่ได้มีการขายสินค้าอะไรเลย สิ่งที่จะได้มันคือความสนุกสนานที่ได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ และสิ่งที่ต้องการคือ อยากเห็นคนมางานแล้วกลับไปด้วยความตื่นเต้น ไปแชร์กันบนโลกออนไลน์

ส่วนปีนี้เป็นปีแรกที่สามารถให้ผู้เข้าชมงานซื้อของได้ภายในงานผ่านอาลีเพย์

ปีนี้ยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี แถมเชื่อมวัฒนธรรมให้เป็น china cool

สำหรับปีนี้ไฮไลต์คือเรื่องของเทคโนโลยี นวัตกรรมในอนาคต และการหยิบเรื่องของวัฒนธรรมของเมืองหังโจวเข้ามาประยุกต์ ที่ไม่ได้โบราณแต่จะกลายเป็น china cool สำหรับคนรุ่นใหม่ อย่างเช่นการใส่ชุดสมัยราชวงศ์ถัง ราชวงศ์ฮั่น ที่มีการปรับรูปแบบให้ทันสมัยมากขึ้น ที่คริส ตงระบุว่า ญี่ปุ่นยังสามารถใช้ชุดกิโมโนในชีวิตประจำวันได้ แล้วทำไม่จีนจะใส่ชุดเหล่านี้บ้างไม่ได้

ทั้งนี้ ภายในงานมีทั้งหมด 6 โซนด้วยกัน คือ เทคโนโลยี วัฒนธรรม เทรนดี้ อาหาร ดีไซน์ และความคิดสร้างสรรค์

และนี่คือ 4 เมกเกอร์ร้านค้าจากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นคนเกิดหลังยุคทศวรรษ 1995 เรื่องราวของเขาเหล่านี้ จะเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่อย่างไร เราลองไปรู้จักและแนวคิดกัน

—– 1 —–

Luojia Ao, Founder of Jingyutang (Han costume, champion of the 2018 TMF)

จินยูทาง ร้านทำเสื้อผ้าสำหรับ oversized cloth หรือคนพลัสไซส์ เสื้อผ้าย้อนยุคที่ทำจะมีตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง-ถัง โดยโหลวเจีย ตั้งใจจะใช้เสื้อผ้าเป็นสะพานเชื่อมไปถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีน

เขาระบุว่า เรามีคนรู้จักจากการทำเสื้อผ้าพลัสไซส์ คือหลังจากที่คลอดลูก พบว่าการหาเสื้อผ้าพลัสไซส์ยาก จึงลงมาทำเองและโพสต์ภาพเสื้อผ้าของเราที่ใส่เอง คนก็ชื่นชอบ จึงได้หันมาทำเป็นเรื่องเป็นราว มองว่า ไม่ว่าจะอ้วนหรือจะผอมไม่สำคัญ ถ้าเราดูดีก็พอแล้ว

สิ่งหนึ่งที่ทำเสื้อผ้าย้อนยุคมองว่า ไม่มีเสื้อผ้าใดที่จะมาเลียนแบบเสื้อผ้าสมัยก่อนได้ เนื่องจากรูปร่างที่อวบเมื่อทำเสื้อผ้าย้อนยุคสมัยถังและใส่เองทำให้คล้ายกับผู้หญิงสมัยถังมาก

โดยเขาใช้เวลา 6 เดือนในการหาซัปพลายเออร์ทั้งในแง่อัพและดาวน์สตรีม เพราะเสื้อผ้าสมัยถังต้องย้อนกลับไปนับร้อยปี ต้องให้ความสำคัญในรายละเอียด ต้องใส่ใจในการทำแพทเทิร์นให้ดี เสื้อผ้าราชวงศ์ซ่งก็เช่นเดียวกัน

ส่วนเรื่องการเติบโตมีราว 200-250%  โดยการเติบโตในส่วนของเสื้อผ้าสมัยราชวงศ์ถังโตประมาณ 200% ในปีที่แล้ว

นอกจากนี้ เนื่องจากมีทีวีโปรแกรมทำให้คนได้เห็นและรู้จักเยอะขึ้น ปีนี้จึงมีการเติบโตราว 300-350% แต่การเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้เราต้องหาซัปพลายเชนที่มากขึ้น แม้จะเป็นปัญหา แต่ก็ถือว่าเป็นปัญหาที่ดี

—– 2 —–

David Yeung, CEO of Green Monday (vegan meat)

ในอเมริกา เทรนด์เรื่องของ vegan meat เป็นเทรนด์ที่กำลังดัง แม้แต่คนที่ไม่ใช่มังสวิรัติ ก็พยายามลดการบริโภคเนื้อสัตว์ให้น้อยลง ประชากรของโลกเติบโตมากขึ้นทุกที จาก 7,700 ล้าน เป็น 9 พันล้านถึงหมื่นล้าน

อาหารจึงนับเป็นสิ่งสำคัญ กรีนมันเดย์จึงได้ร่วมมือกับทีมวิจัยและพัฒนาในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาหลายปี เพื่อวิจัยทำเนื้อสัตว์ที่มาจากพืชล้วนๆ แม้เทรนด์ในตะวันตกจะนิยมเนื้อและแกะ แต่ถ้ามาดูเอเชียจะพบว่าส่วนใหญ่บริโภคหมูเป็นหลัก การทำเนื้อสัตว์จากพืชที่จะเปิดตัวเอเชียจึงเริ่มต้นที่หมู เพียงแต่เป็นหมูในลักษณะต่างๆ เพราะจากความใกล้ชิดและมีรากเป็นเอเชีย

และคำถามที่ตามมาคือหากไปเปิดตัวในประเทศที่เป็นมุสลิม จะสามารถทำตลาดได้หรือไม่นั้น เดวิดระบุว่า อย่าลืมว่า ผลิตภัณฑ์ของกรีนมันเดย์เป็น plant-based ส่วนผสมทุกอย่างมาจากพืช โดยหมูจะเป็นเนื้อสัตว์หลักของคนจีน ธีมผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ คือ OMNI Meat  คือจะแปรเป็นเนื้อสัตว์อะไรก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าท้องถิ่นที่ไปเปิดตัวนั้นจะนิยมเนื้อสัตว์ประเภทไหน

—– 3 —–

Zain Sang, Founder of FZBB (sneaker customization merchants) 

รองเท้า sneakers นับเป็นช่องทางของคนรุ่นใหม่ที่จะนำเสนอความเป็นตัวตน ทำให้รองเท้าผ้าใบกลายกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เซียง ซานกล่าวว่า การที่มีแพลตฟอร์มเถาเป่าช่วยให้ได้คุยและสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้ดีมากขึ้น แม้รองเท้าผ้าใบจะถือว่าใหม่มาก แต่ตลาดก็โตเร็วมากเหมือนกัน

สำหรับ FZBB เป็น fashionable shoe culture เป็นวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่ ที่แม้คนมองว่าตลาดนี้ราคายิ่งแพงยิ่งดี แต่ผมมองว่า มันเป็นเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังรองเท้าเหล่านั้นต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญ

โดย FZBB ทำรีดีไซน์ และทำรองเท้าสำหรับลูกค้าแต่ละบุคคล (redesign customization of shoes) โดยวัฒธรรมการทำแบบนี้เกิดในอเมริกา เป็นการทำแพทเทิร์นรองเท้า โดยใช้เทคนิคต่างๆ ต้องคำนึงถึงรายละเอียดด้วย

—– 4 —–

Chao Wang, Founder of C-Exoskeleton Technology (exoskeleton)

C-Exoskeleton Technology หลักๆ คือพัฒนาโรบอตใส่ได้ หรือชุดเพิ่มพลัง  (power suite) เมื่อสวมใส่แล้วจะทำให้เราสามารถดึงพลังของร่างกายมาใช้ได้มากขึ้น เช่น ใส่แล้วสามารถยกของหนักขึ้นได้มากขึ้น โดยปกป้องร่างกายเราไม่ให้บาดเจ็บได้ มักใช้ในกลุ่มคนที่ทำงานโลจิสติกส์ ต้องยกของหนัก หรือใช้ทางทหาร ในอนาคตอาจจะพัฒนาไปใช้กับนักผจญเพลิง เพื่อที่จะยกของได้ถึง 2.3 ตัน ได้

โดยเชา หวาง ระบุว่าได้ก่อตั้งบริษัทนี้มา 6 ปีแล้ว โดยเริ่มจากการเป็นเมกเกอร์ เพราะเป็นพวกกี๊ก โดยเขาตัดสินใจเลิกเรียน และมีอีลอน มัสก์ เป็นแรงบันดาลใจ แถมยังชอบดูหนัง Iron Man มาก ตอนนั้นเรียนอยู่ปี 3 จึงได้เริ่มคิดทำ power suit เป็นงานอดิเรก ณ ตอนนั้น จนมาตอนนี้ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น

โดยตั้งเป้าจำหน่ายแบบ B2B โดยเน้นพวกที่ทำอุตสาหกรรมรถยนต์ โลจิสติกส์ ตอนที่ไม่มีใครในจีนทำ ก็ต้องไปเปรียบเทียบกับญี่ปุ่น แต่ผลิตภัณฑ์ของเราจะเบากว่า ราคาต่ำกว่า

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer