Allplane.tv สื่อสังคมออนไลน์ด้านการบิน ได้รวบรวมรายชื่อสายการบินที่ปิดตัวในปี 2561 ไว้ถึง 18 แห่ง
ในขณะที่ข้อมูลล่าสุดถึงเดือนกันยายน 2562 มีสายการบินที่ปิดตัวไปแล้ว 21 แห่ง รวมแล้ว 2 ปี เกือบ 40 แห่ง
ในขณะที่สายการบินที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์บ้านเรา คือการบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส นกแอร์ และแอร์เอเชีย ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2562 ขาดทุนกันถ้วนหน้า
โดยในงวด 9 เดือนปี 2562 ทั้ง 4 บริษัทขาดทุนรวมกัน 12,630 หมื่นล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
การบินไทยตัวเลขขาดทุนอยู่ที่ 1.11 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือนกแอร์ 979 ล้านบาท แอร์เอเชีย 401 ล้านบาท และบางกอกแอร์เวย์ส 131 ล้านบาท
ทำไมธุรกิจการบินถึงได้ซบเซา ทั้งๆ ที่น่าจะไปได้ดี เพราะปัจจุบันในโลกยุคดิจิทัลทำให้การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลกง่ายขึ้น แต่ละประเทศมีจุดขายใหม่ๆ มากมาย ในเมืองไทยเองก็มีแคมเปญการท่องเที่ยวดีๆกระตุ้นคนให้เดินทางตลอดเวลา
6 เหตุผลที่ทำให้ธุรกิจการบินเทกออฟได้ยากเย็น
1. ปัญหาเรื่องราคาน้ำมันที่ผันผวน ต้นทุนประมาณ 30% ของธุรกิจการบินคือน้ำมัน ช่วงปี 2013-2016 ทำท่าว่าจะไปได้ดีเพราะราคาน้ำมันลดลง แต่ในช่วงปี 2017-2019 ราคาน้ำมันกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำกำไร
2. ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมการบินโตแบบก้าวกระโดด สวนทางกับการผลิตบุคลากรเฉพาะทางที่ต้องอาศัยทั้งงบประมาณและเวลา จึงทำให้เกิดการแย่งบุคลากร
 
สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุว่า เมื่อปี 2556 ต้นทุนค่าแรงบุคลากรของสายการบินยังต่ำกว่าค่าเชื้อเพลิง แต่ปัจจุบันได้ขึ้นแซงทิ้งห่างเชื้อเพลิงไปแล้วกว่าร้อยละ 10 โดยประเมินว่าค่าแรงเป็นเม็ดเงินที่สายการบินต้องจ่ายให้พนักงานถึงร้อยละ 35 ของต้นทุนทั้งหมด
3. เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นในหลายภูมิภาคของโลก
4. ค่าเงินบาทที่แข็งค่าทำให้นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มมาเมืองไทยลดลง สายการบินในประเทศจะได้รับผลกระทบโดยตรง
5. การแข่งขันในอุตสาหกรรมการบินที่รุนแรง ทั้งราคาและการขยายเส้นทางบินในเมืองสำคัญ
6. เศรษฐกิจในประเทศยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง ตัวเลขไตรมาส 3/2562 ที่ออกมาก็ยังตอกย้ำชัดเจน รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวจีนมาเยี่ยมเยือนไทยลดลงจากปีก่อนด้วย
ในบ้านเราทางออกอย่างหนึ่งที่ผู้ประกอบการได้ขอความช่วยเหลือไปยังภาครัฐ ก็คือการขอปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันอากาศยาน ที่ปัจจุบันเก็บในอัตรา 4.726 บาท/ลิตรที่เริ่มจัดเก็บเมื่อ ก.ย. 60 จากเดิมเก็บในอัตรา 0.20/ลิตร
ซึ่งตอนนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงการคลังว่าจะกำหนดระยะเวลาผ่อนปรนอย่างไร จนกว่าผู้ประกอบการจะเข้มแข็ง
ในขณะเดียวกันสายการบินหลายรายกำลัง “แตกไลน์” เพื่อหารายได้ใหม่ๆ เข้ามาพยุงธุรกิจ รวมทั้งปรับลดเที่ยวบินและเส้นทางการบินในบางเมือง
ไตรมาส 3 อาจจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ก็มาดูกันว่าไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น จะช่วยธุรกิจสายการบินได้แค่ไหน แต่ดูแล้วหลายสายการบินคงทำได้ยาก


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer