ผู้บริหารหนุ่มวัย 24 กับภารกิจเปลี่ยนภาพลักษณ์ Travel Agency ไทยที่ต่างชาติให้ความสนใจ

ในปัจจุบัน ธุรกิจมากมายที่เกิดขึ้นใหม่เป็นรูปแบบ Disruptive ซึ่งมักเกิดจากเด็กไทยที่มีความรู้และมุมมองแบบใหม่ ได้นำสิ่งเหล่านั้นกลับมาต่อยอดในธุรกิจของตน ซึ่งธุรกิจแบบใหม่นี้เกิดขึ้นมาเพื่อล้มธุรกิจแบบดั้งเดิม และขึ้นมาแทนพื้นที่ในตลาด

แตกต่างจากเว็บไซต์หนึ่งที่เราเพิ่งรู้จักมา ที่ Founder ไม่ได้ร่ำเรียนจบจากเมืองนอกเมืองนาที่ไหน ไม่มีประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับ Technology แต่อย่างใด เป็นเพียงแค่เด็กไทยธรรมดา ๆ คนนึงที่เริ่มทำธุรกิจ Disruptive ตั้งแต่ยังเรียนอยู่มหา’ลัย ที่หลังจากเปิดให้ผู้คนเข้ามาใช้แค่เพียง 1 ปี ก็มีรายได้เข้ามากว่า 9 ล้านบาท

และเด็กไทยคนที่เราว่าก็คือ คุณโจอี้-พีระศิลป์ กฤชเทียมเมฆ Founder แห่งเว็บไซต์ mamybooking.com หรือบริษัท หม่ามี๊ บุ๊คกิ้ง จำกัด แพลทฟอร์มที่นำพาให้ บริษัททัวร์กับนักท่องเที่ยวให้ได้มาเจอกันตรงกลาง ทางออกของภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงลบในไทย ให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

แล้วที่มาที่ไปของการทำแพลทฟอร์มที่ว่านี้เป็นอย่างไร ?

ทำไมการเข้าไปแก้ไขปัญหาในเรื่องของความน่าเชื่อถือถึงได้รับผลตอบรับที่ดีจากทั้งคนไทยและต่างชาติมากถึงเพียงนี้ ?

และอะไรคือสิ่งที่ทำให้เด็กอายุเพียง 24 กล้าที่จะลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ใหญ่กว่าขนาดอายุของตัวเองหลายเท่า

ด้านล่างนี้คือคำตอบ

คำตอบที่จะทำให้คุณลืมค่านิยมในแต่ละช่วงวัยไป

แล้วเข้าใจความหมายของคำว่า ‘การเริ่มก่อนย่อมได้เปรียบกว่าเสมอ’

เอาความเป็นคนรุ่นใหม่ ไปใส่ในธุรกิจเดิมของที่บ้าน

ด้วยความที่ทางบ้านของคุณโจอี้ทำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเรือสปีดโบ๊ทรวมถึงเรือยอร์ชมาเกือบ 20 ปี คลุกคลีอยู่ในวงการท่องเที่ยวมานาน เขาจึงเห็นอินไซต์บางอย่างว่ามันมีช่องทางในการเติบโตแบบก้าวกระโดดอยู่ แต่ยังไม่ใครเข้ามาเติมเต็มช่องว่างตรงนี้

บวกกับความเป็นคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุค 4.0 ชอบอ่านข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยี และ Innovation อยู่เสมอ คุณโจอี้จึงมีไอเดียพัฒนาธุรกิจใหม่โดยใช้อินไซต์และ Networking จากธุรกิจของที่บ้าน ด้วยการสร้างแพลทฟอร์มกลาง ซึ่งนำพาซัพพลายเออร์กับคอนซูมเมอร์ให้มาเจอกัน หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือการพาบริษัทท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวให้มาเจอกันนั่นเอง

“เป็นเรื่องน่าประหลาดใจที่ประเทศของเรามีแพลตฟอร์มในการ Matching ซัพพลายเออร์กับคอนซูมเมอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Uber, Grab, Airbnb หรือ Line man  

แต่ยังไม่มีใครออกมาสร้างแพลทฟอร์มการ Matching นักท่องเที่ยวกับบริษัททัวร์  แม้ว่าประเทศไทยเราถูกจัดอันดับเป็น Top 10 ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเยอะที่สุดในโลก ซึ่งหมายความว่าการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในรายได้หลักและทรัพยากรอันมีค่าของประเทศเรา  

ตรงนี้เองเป็นสิ่งที่จุดประกายความสงสัยในตัวผมว่าในเมื่อนักท่องเที่ยวจองที่พัก จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าก่อนได้ แล้วทำไมจะจองทริปดำน้ำ รถเช่าหรือซิตี้ทัวร์ก่อนล่วงหน้าไม่ได้ละ”

เว็บไซต์ที่พัฒนาจากอินไซต์ของผู้คน

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าแล้ว mamybooking แตกต่างจากเว็บจองสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอยู่ทุกวันนี้อย่างไร

ถ้าอย่างนั้นเราก็คงจะต้องขออธิบายให้เข้าใจกันง่าย ๆ

เช่นหากคุณมีแพลนจะไปเที่ยวเกาะพีพีเพื่อดำน้ำ สิ่งแรกที่คุณจะทำก็คือการจองตั๋วเครื่องบิน>จองที่พัก>แล้วเข้า Google เพื่อ Search หา Travel Agency>โทรสอบถามราคา>การเดินทาง>การจอง>ที่ว่าง>การจ่ายเงิน>แล้วไปลุ้นเอาหน้างานว่าสิ่งที่จะได้เจอจะเป็นไปตามที่ได้จองกับทาง Travel Agency ไว้หรือเปล่า

ซึ่งคำว่า “ไปลุ้นเอาหน้างานว่าสิ่งที่จะได้เจอ จะเป็นไปตามที่ได้จองกับทาง Travel Agency ไว้หรือเปล่า” นี่แหละคือ Pain Point ของการท่องเที่ยวในไทย เพราะจากข่าวเชิงลบที่ออกมามากมาย เช่นรูปไม่ตรงกับที่ดูมา บริษัททัวร์ไม่ตรงกับที่จองไว้ หรือมีค่าใช้จ่ายแอบแฝง เป็นสาเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนต่างเกิดความกังวลใจเมื่อจองทริปกับ Travel Agency

ความแตกต่างของ mamybooking จึงเป็นทางออกที่สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่

ดีลดี เพราะหลังจากกรอกรายละเอียดเรื่องสถานที่ลงไป ตัวเว็บไซต์ก็จะแสดงโปรแกรมทัวร์หรือรถเช่า ที่ตรงกับความต้องการของคุณขึ้นมาให้เลือก เพื่อให้คุณได้เปรียบเทียบราคา และบริการที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ไม่ต้อง Search หา เข้า ๆ ออก ๆ ใน Google ให้วุ่นวายเหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งยังมีให้คุณเลือกราคาดีที่สุดเพราะบริษัททัวร์และรถเช่านั้นมาขายด้วยตัวเอง ทางหม่ามี๊ บุ๊คกิ้งไม่มีเก็บค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้น

ความสะดวกสบาย ด้วยระบบในเว็บไซต์ที่ทำให้คุณจองได้แบบง่าย และรวดเร็ว โดยมีช่องให้ระบุวัน เวลา สถานที่ ทำให้คุณไม่ต้องใช้วิธีโทรจองแบบเดิม ๆ ให้ยุ่งยาก ไม่ต้องถามรายละเอียดผ่านการพูดคุยให้มากความ ไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตอบ เพราะในเว็บไซต์ระบุข้อมูลของบริษัททัวร์ โปรแกรมทัวร์ สิ่งที่รวมมาให้ หรือแม้แต่กับสิ่งที่ไม่ได้รวมมาให้ไว้อย่างครบถ้วน พร้อมกับเงื่อนไขในการเลื่อนวันหรือแคนเซิลทริปอย่างชัดเจน

ความปลอดภัย ทั้งในด้านของการจ่ายเงินออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตด้วย Payment Gateway ของกสิกรไทยหรือ Paypal

และในด้านความปลอดภัยของการท่องเที่ยว ที่บริษัททัวร์ ทุกรายใน mamybooking ต้องมีมาตรฐานพานักท่องเที่ยวไปและกลับได้อย่างสวัสดิภาพ ปลอดภัย สนุกและเป็นมิตรกับธรรมชาติตลอดการเดินทาง ซึ่งได้รับการตรวจสอบจากคุณโจอี้เองทุกโปรแกรม

ล้มแล้วลุก

เพราะอายุน้อย จึงทำให้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ คุณโจอี้จึงเคยถูกโปรแกรมเมอร์หลอกมาครั้งนึง แต่นั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค ครั้นยังทำให้คุณโจอี้ตระหนักว่า อุปสรรคและขวากหนามต่าง ๆ จะยิ่งทำให้มีประสบการณ์ แข็งแกร่ง และรอบรู้มากยิ่งขึ้น  

เมื่อได้เรียนรู้ความผิดพลาดนั้น และมาปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ก็จะสามารถเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นแรงผลักดันให้ก้าวต่ออย่างแข็งแรง

และเมื่อประสบกับปัญหานี้ เขาจึงแก้ไขข้อผิดพลาดด้วยการไปหา Developer ใหม่ โดยตรวจสอบรายละเอียดทุกอย่างของบริษัท ที่ไม่ใช่แค่ Profile ของบริษัท แต่ยังรวมไปถึงสินทรัพย์ งบบัญชีต่าง ๆ จนคิดว่าสามารถเชื่อใจได้ และยอมจ่ายเงินที่แพงกว่าเจ้าแรกหลายเท่าตัวเพื่อแลกกับเว็บไซต์ mamybooking ที่รวดเร็ว ปลอดภัย ใช้ง่าย อย่างที่เราเห็นกันอยู่ในทุกวันนี้

ซึ่งมันก็แพงจนถึงกับที่ตัวของเขาเองเอ่ยปากว่า

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะเลือกเรียนสายการเขียนโค้ดเว็บไซต์แทน ซึ่งเราไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่ผ่านไปแล้วได้ แต่สามารถนำสิ่งผิดพลาดของเรามาเป็นบทเรียน ทำให้เรารอบคอบมากยิ่งขึ้น และต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพื่อยกมาตรฐานการทำงานของเราให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ”

ไม่ใช่แค่ทำเว็บไซต์ แต่ต้องมีการบริการอยู่ในหัวใจ

ทำเว็บไซต์เสร็จก็ไม่ได้แปลว่าตัวเขาเองจะนั่งดูระบบซอฟต์แวร์อยู่หลังบ้านเพียงอย่างเดียว เพราะการเป็นเจ้าของธุรกิจมันมีอะไรให้ทำเยอะกว่านั้น

“ผมจะชอบไปทริปกับลูกค้าด้วย เพราะอยากรู้ความรู้สึกของพวกเขาว่าเป็นอย่างไรเมื่อใช้บริการของเรา หลายคนอาจจะคิดว่าไม่เห็นจำเป็น เพราะถ้าลูกค้าไม่พอใจการบริการก็ไปโทษ บริษัททัวร์แต่ผมคิดว่าไม่ใช่อย่างนั้น เพราะถ้าเราเป็นคนแนะนำ บริษัททัวร์ให้กับพวกเขา ถ้าเกิดมีอะไรขึ้นมาเราก็ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

มีอยู่กรณีนึงลูกค้าจากฮ่องกงเหมาเรือไปเที่ยว 120 คน ผมก็ตามไปด้วยปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือจู่ ๆ มื้ออาหารของวันนั้นก็มีแมลงวันมา ซึ่งน่าจะมาจากอาหารในวันนั้น นั่นก็คือซีฟู้ดสด

คลื่นลมแรง ฝนตกหนัก พายุเข้านี่ปกติ แต่บอกตรง ๆ ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แมลงวันมาบินว่อนรอบวงอาหารเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย

ตอนนั้นก็เลยบอกให้ลูกน้องหยุดเสิร์ฟหยุดทำทุกอย่าง แล้วให้ทุกคนหาพัดมานั่งปัดแมลงวันแทน

สุดท้ายแมลงวันก็ไม่ได้หายไปไหน แต่ความไม่พอใจของลูกค้ากลับหายไปแทน เพราะลูกค้าเห็นภาพที่เรามานั่งพัด มานั่งเทคแคร์เขาแบบสุดความสามารถของเรา

และจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ก็ทำให้เรากลับมาปรึกษากับพันธกิจบริษัททัวร์ของเราว่าปัญหานี้ต้องแก้ยังไง และป้องกันในอนาคตยังไงได้บ้าง ซึ่งข้อสรุปที่ได้ก็คือก็

เราห้ามแมลงวันไม่ได้ แต่เราป้องกันได้ด้วยการใช้ภาชนะที่มิดชิด”

ทำการตลาดที่ Effectively และ Efficiency

เพราะตลาดนักท่องเที่ยวยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก คุณโจอี้จึงมองว่าสัดส่วนใหญ่ของลูกค้าเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย

“คนไทยที่เป็นกลุ่มลูกค้าของเราก็มีอยู่มาก แต่คนต่างชาติมีจำนวนมากกว่า ไม่ใช่แค่ในด้านของจำนวนเท่านั้นแต่ยังรวมถึงพฤติกรรมแบบ Insight

เพราะคนไทยจะนิยมเที่ยวในวันหยุดยาว หรือไม่ก็เป็นวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ซึ่งพอเป็นช่วงเวลาดังกล่าวซัพพลายเยอร์ของเราก็มีพื้นที่ไม่มากพอที่จะรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยว เพราะที่มันมีอยู่อย่างจำกัดโดยเฉพาะวันหยุดนักขัตฤกษ์

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเป็นชาวต่างชาติเขาจะเที่ยวกันทั้งปี แม้ว่าจะเป็นวันธรรมดาก็ตาม เราจึงมี capacity ในการรองรับที่มากพอ

โดยการทำการตลาดกับชาวต่างชาติ เราจะเน้นการทำ Google Adword เป็นหลักที่ 60% เพราะ Google ยังคงเป็นสิ่งแรกที่ผู้คนนึกถึงเวลาจะหาข้อมูลในการท่องเที่ยว

ส่วนอีก 40% ที่เหลือคือการทำตลาดในช่องทางอื่น ๆ เช่นการไปออกบูธ หรือ ซื้อโฆษณาจาก Facebook ก็ตาม”

เชื่อว่าความรู้สึกหลังจากที่คุณได้อ่านบทความนี้จนจบ ก็คงจะเป็นแบบเดียวกับเรา นั่นคือความประหลาดใจว่าทำไมเด็กอายุ 20 ต้น ๆ ถึงสามารถคิดและทำอะไรที่เติบโตเกินตัวกับวัยของตัวเองได้มากขนาดนี้

ความประหลาดใจนี้จึงได้แปรเปลี่ยนไปเป็นคำถามที่ย้อนกลับไปยังตัวคุณโจอี้อีกครั้ง และสิ่งที่เขาตอบกลับเรามาก็คือ

“ผมว่าไอเดียการเอาบริษัททัวร์มาเจอกับลูกค้าแบบนี้ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวหรอกที่คิดได้ คงจะต้องมีคนอื่นที่คิดได้เหมือนกันแหละ

ก่อนที่จะเริ่มลงมือทำ มีหลายคนได้มาเปรยกับผมว่าน่าจะลองไปเรียนต่อเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม หรือลองไปทำงานเพื่อเพิ่มประสบการณ์ก่อนน่าจะดีกว่า แต่ส่วนตัวผมก็คิดว่า เอ๊ะ! แล้วถ้าเริ่มก่อนก็น่าจะได้เปรียบกว่าไม่ใช่เหรอ? ในเมื่อเรามีความมุ่งมั่น ความตั้งใจ ความหลงใหล และมองเห็นช่องทางการทำธุรกิจอยู่แล้ว

ซึ่งพอมาถึงตอนนี้ เราก็ยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่เราตัดสินใจและเริ่มลงมือทำนั้นมาถูกทาง เพราะตอนนี้เราได้มาถึงจุดที่ใครหลาย ๆ คนต่างให้การยอมรับในแพลทฟอร์มของเรา

เรามีความตั้งใจที่จะลบภาพลักษณ์ที่ไม่ดีของ Travel Agency ทิ้งโดยตั้งเป้าให้ www.mamybooking.com เป็นมาตรฐานใหม่ของ Travel Agency ที่พาเที่ยวในเมืองไทย

เป็นแพลทฟอร์มที่อาจจะมีคนคิดได้

แต่ยังไม่มีใครทำได้ และเราก็เป็นเจ้าแรกในตลาด

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline