“ข้อเข่าก็เสื่อม” เรื่องไม่เล็ก ที่เกิดได้กับทุกคน

ในปัจจุบันมีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่ในชีวิตประจำวัน มีการใช้บริการรถไฟฟ้า BTS และในบางครั้งอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้การขึ้น-ลงบันไดของสถานีรถไฟฟ้า และทราบไหมว่า นี่คืออีกสาเหตุหนึ่งในการทำร้ายข้อเข่าของเรา และอาจส่งผลให้เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้เร็วขึ้น

ที่บอกว่าเร็วขึ้นก็เป็นเพราะว่า ผู้สูงอายุทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นข้อเข่าเสื่อมอยู่แล้ว ไม่ช้าก็เร็ว เพราะเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ปัจจัยแรกเลยคือ อายุ ยิ่งอายุมากขึ้นความสึกกร่อนของข้อเข่าก็มีมากขึ้น ปัจจัยต่อไปคือ น้ำหนัก ยิ่งน้ำหนักตัวเยอะ ยิ่งทำให้ข้อเข่ารองรับน้ำหนักเยอะตามไปด้วย หรือแม้กระทั่งมีารใช้งานเข่าที่มากเกินไป เช่นการไปวัดทำบุญ แล้วต้องมีการนั่งพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิ เป็นสิ่งที่ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยง โดยนั่งบนเก้าอี้แทน รวมถึงการที่ห้องนอนอยู่บนชั้นสอง มีความจำเป็นต้องขึ้นลงบันไดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรขึ้นลงวันละไม่เกิน 2 รอบ หรือขึ้นลงบันไดเท่าที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น รวมไปถึงกรรมพันธุ์ ใครจะไปคาดคิดว่ากรรมพันธุ์ ก็มีส่วนทำให้เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมได้ แต่ก็อาจไม่ได้เป็นในทุกราย นอกจากนั้นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเก๊า โรครุมมะตอย หรือเคยเกิดอุบัติเหตุที่ข้อเข่ามาก่อน ก็ส่งผลให้เป็นข้อเข่าเสื่อมได้เช่นกัน

แล้วอย่างนี้จะสามารถออกกำลังกายได้ไหม เพราะไม่รู้ว่าจะเป็นการทำร้ายข้อเข่าหรือป่าว

ใช่แล้วมีกีฬาหลายชนิดที่ไม่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ เช่น วิ่งมาราธอน หรือกีฬาที่ต้องกระโดดโลดเต้น แต่กีฬาที่สามารถเล่นได้ ไม่ว่าผู้สูงอายุจะเป็นหรือยังไม่เป็นข้อเข่าเสื่อม นั่นก็คือ การว่ายน้ำ ปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือการรำมวยต่างๆ กีฬาเหล่านี้จะช่วยถนอมข้อเข่าของเราอีกด้วย

 

ควรไปตรวจเอ็กซเรย์ข้อเข่าเมื่อไหร่ดี

สำหรับการตรวจข้อเข่า อาจไม่ได้รวบรวมอยู่ในโปรแกรมตรวจสุขภาพมาตรฐานทั่วไป แต่เป็นโปรแกรมเสริม หากใครอยากตรวจเช็คก็สามารถทำได้ หรือสังเกตตัวเองว่า ปกติเดินระยะทางขนาดนี้ เดินได้สบายๆ แต่เดี๋ยวนี้เดินระยะทางเท่าเดิมมีอาการปวดข้อเข่าเสียแล้ว รวมถึงมีเสียงในข้อเข่า ข้อเข่าผิดรูป โกร่ง เดินลำบาก งอเหยียดได้ไม่เท่าเดิม แบบนี้ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพข้อเข่า

 

เคยได้ยินว่า ผ่าตัดข้อเข่าแล้วจะเดินไม่ได้ เลยไม่อยากไปรักษา

การผ่าตัดข้อเข่าเทียม สามารถหวังผลได้เกิน 95% ที่จะสามารถหายกลับมาเดินได้ปกติ เรียกได้ว่า แทบไม่มีผู้ป่วยคนไหนจะเดินไม่ได้หลังการผ่าตัด ยกเว้นแต่ผู้ป่วยรายนั้นมีผลข้างเคียงคือ มีภาวะแทรกซ้อนบางอย่างเช่น ติดเชื้อ หรือเดินไม่ได้จากโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น เป็นโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทร่วมด้วยนั้นเอง แต่อย่างไรก็ตามหากอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วละก็สบายใจได้

 

จริงหรือไม่? ที่การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม รักษาได้โดยการผ่าตัดอย่างเดียว

การักษาโรคข้อเข่าเสื่อมสามารถรักษาได้หลายวิธี เช่น หากยังเป็นไม่มาก แพทย์จะแนะนำในเรื่องของการปฏิบัติตัว โดยการให้ลดน้ำหนัก เพราะน้ำหนักตัวมีผลต่อข้อเข่า ลดการใช้งานข้อเข่าในลักษณะที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น เช่น ขึ้นลงบันไดบ่อยๆ นั่งกับพื้น พับเพียบ ขัดสมาธิ ควรออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อรอบๆ เข่าแข็งแรง จะช่วยบรรเทาอาการและชะลอความเสื่อมของข้อเข่าได้

หรืออาจต้องกินยาบำรุงข้อเข่า, ฉีดน้ำบำรุงข้อเข่า ในบางรายที่ต้องผ่าตัด จะมีการผ่าตัดรักษาสองแบบ คือแบบส่องกล้องเข้าไปล้างข้อเข่า แต่ในรายที่เป็นมากก็จะต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม โดยวัสดุข้อเข่าเทียมจะมีอายุการใช้งานสิบห้าปีขึ้นไป ถ้าสิบห้าปีแล้วยังใช้งานได้ดีอยู่ก็ไม่ต้องเอาออก แต่ถ้ามีการหลุดหลวมหรือไม่มั่นคงต่อข้อเข่า ต้องมีการแก้ไขเอาของเดิมออก และใส่ของใหม่เข้าไป เนื่องจากของเดิมหมดอายุแล้ว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

นพ.สิรพัชร โพธิ์พุก แพทย์ศัลยกรรมกระดูก เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดข้อและส่องกล้องเข่า สะโพก และไหล่
รพ.พญาไท นวมินทร์


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer