การประมูลคลื่น 5G ที่ผ่านมา ถือเป็นภารกิจแรกของ ชารัด เมห์โรทรา CEO คนใหม่จากดีแทค

และการเข้าร่วมประมูลครั้งนี้ดีแทคได้ประมูลคลื่นกลับไปเพียง 1 คลื่น ได้แก่ คลื่น 26GHz จำนวน 2 ในอนุญาต ใบอนุญาตละ 100 MHz รวมเป็น 200 MHz เท่านั้น ทำให้หลายคนมองว่าใบอนุญาตคลื่นที่ดีแทคได้มาน้อยเกินไปหรือไม่ และทำไมถึงเลือกคลื่น 26GHz แทนคลื่น 2600MHz เหมือนโอเปอเรเตอร์คู่แข่ง

ซึ่งเรื่องนี้ ชารัดตอบข้อสงสัยของการประมูลคลื่น 5G ของดีแทคและทิศทางในธุรกิจ 5G ต่อจากนี้ไว้ว่า

“ใบอนุญาต 5G ในคลื่นความถี่ 26GHz เพียง 2 ใบอนุญาตพอสำหรับการให้บริการ 5G ในเวลานี้”

เพราะในปัจจุบันการบริการ 5G เป็นเพียงจุดเริ่มต้น จากจำนวนดีไวซ์และความต้องการที่ยังมีอยู่จำกัด

ซึ่งเรื่องนี้อ้างอิงได้จากรายงานของ GSMA ที่ระบุว่าในปี 2568 เอเชียแปซิฟิกจะมีพื้นที่บริการ 5G เพียง 15% ส่วนพื้นที่ให้บริการ 4G มีสัดส่วนมากถึง 90%

“และการเลือกประมูลคลื่น 26GHz เป็นเหมือนการเติมเต็มคลื่นที่มีอยู่ในมือของดีแทคให้ครบถ้วนทุกย่านความถี่”

ชารัดได้อธิบายว่า

ในวันนี้ดีแทคมีคลื่น 700MHz และ 900MHz ซึ่งเป็นคลื่นที่อยู่ในย่านความถี่ต่ำ

มีคลื่น 1800MHz 2100MHz และ 2300MHz เป็นคลื่นย่านความถี่กลาง

ซึ่งคลื่น 2600MHz ที่ กสทช. นำมาประมูลครั้งนี้เป็นคลื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มนี้
และการได้คลื่น 26GHz มา เท่ากับเป็นการเติมเต็มคลื่นย่านความถี่สูงให้กับดีแทค

นอกจากเหตุผลที่ CEO ดีแทคกล่าวมาในการที่ดีแทคเลือกประมูลเพียงคลื่น 26GHz จำนวน 2 ใบอนุญาต Marketeer มองว่ามาจาก

การประมูลคลื่น 5G ในครั้งนี้ยังไม่ใช่คลื่นหลักที่ตรงกับความต้องการของดีแทค
แต่คลื่นที่ดีแทคให้ความสนใจคือคลื่น 3500MHz ซึ่งเป็นคลื่นที่ไทยคมได้ถือสัมปทานอยู่จำนวน 300MHz และสัมปทานกำลังจะหมดลงในปี 2564  

สิ่งที่ทำให้ Marketeer มองเช่นนั้นมาจาก ธันวาคม 2562 มาร์คุส แอดอัคทูสเซ่น รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กร ดีแทค ได้เคยเสนอกับ กสทช. ในการเลื่อนการประมูล 5G ครั้งที่ผ่านมาออกไปก่อน เพื่อนำคลื่น 3500MHz  ของไทยคมที่สัมปทานคลื่นใกล้หมดมาประมูลร่วมกัน ซึ่งการแสดงเจตจำนงนี้ถือเป็นความชัดเจนประการหนึ่งของดีแทคกับคลื่น 3500MHz

นอกจากนี้ การที่ดีแทคต้องการคลื่น 3500MHz มากกว่า 2600MHz ที่ได้จัดประมูลไปจากการมองเห็นว่าคลื่น 3500MHz เป็นคลื่นที่โอเปอเรเตอร์ทั่วโลกเลือกที่จะใช้ในการทำ 5G มากกว่า ซึ่งการเลือกคลื่น 3500MHz เป็นได้ว่าในอนาคตอาจจะมีดีไวซ์ที่รองรับการเชื่อมต่อที่มากกว่า

แต่การมองเกมนี้ด้านคลื่นก็ต้องมองดูกันยาวๆ เพราะคลื่น 2600MHz เป็นคลื่นที่ได้รับการพูดถึงเมื่อไม่นานมานี้ว่าเป็นคลื่นที่รัฐบาลจีนมอบให้กับ China Mobile ในการนำไปพัฒนา 5G และการที่ประเทศจีนมีการพัฒนา 5G บนคลื่น 2600MHz อาจทำให้ราคาอุปกรณ์และดีไวซ์ต่างๆ ถูกลงตามมา

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นภายใต้การแข่งขันกับคลื่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน ชารัดได้วางแผนกำหนดทิศทางดีแทคเกี่ยวกับ 5G ไว้ดังนี้

1. คลื่น 26GHz ทำอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย

ชารัดได้กล่าวว่าความน่าสนใจของคลื่น 26GHz คือเป็นคลื่นความถี่สูงที่มีคุณสมบัติพิเศษ เหมาะสำหรับการใช้งานความเร็วสูงสุดเพื่อรับส่งข้อมูล และสามารถเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งานในปริมาณมาก

ในระยะเริ่มต้นดีแทคจะเปิดให้บริการ 5G ในไตรมาสสองของปี 2563 ผ่านบริการอินเทอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ไร้สายประจำที่ หรือ Fixed Wireless Broadband ผ่านบริการ dtac@home ให้ความเร็วสูงสุด 1Gbps

นอกจากนี้ เป็นไปได้ว่าดีแทคยังได้นำคลื่น 700MHz ที่ประมูลได้เมื่อปีที่ผ่านมา และจะได้รับการส่งมอบคลื่นในเดือนตุลาคม 2563 มาทำให้บริการ 5G มาใช้กับการให้บริการ IoT ในรูปแบบต่างๆ เช่น ภาคการเกษตร โรงงาน เป็นต้น

เนื่องจาก 700MHz เป็นคลื่นที่ส่งระยะทางได้ไกล ทำให้ไม่ต้องติดตั้งสถานีฐานมีระยะค่อนข้างห่าง และใช้งบลงทุนไม่มากนัก ซึ่งเหมาะกับการให้บริการ IoT ที่มีรายได้ในการให้บริการต่อซิมที่ต่ำ

2. 5G เป็นจุดเริ่มต้น แต่เป้าหมายสำคัญคือประสบการณ์ผ่านการเชื่อมต่อ

ชารัดมองว่าการได้คลื่น 5G จากการประมูลในครั้งนี้เป็นแค่การเริ่มต้นของเส้นทาง แต่ต้องมีส่วนประกอบอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นเป้าหมายในการให้บริการ

ในปีนี้เขาได้วางโรดแมปดีแทคไว้ว่า

  • พัฒนาและปรับปรุงเพื่อประสบการณ์ลูกค้า

ในปีนี้ดีแทคมีการปรับภาพลักษณ์ เสนอแบรนด์ดีแทคให้เป็นแบรนด์ที่มีความเป็นมนุษย์ เรียบง่าย ซื่อตรง เข้าถึงและเข้าใจ

พร้อมเปิดตัวแมสคอดสีฟ้าที่ชารัดเรียกว่า “น้อง” เพื่อเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์สื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นมิตรมากขึ้น

รวมถึงนำความต้องการของลูกค้ามาปรับปรุงการบริการให้ตรงกับความต้องการมากขึ้นเช่นกัน

ในเวลา 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา หลังราชัดเข้ารับตำแหน่ง CEO เขาได้มีการสำรวจตลาด พบปะลูกค้า ฟังสายคอลเซ็นเตอร์เพื่อรับทราบถึงความต้องการ และปัญหาของลูกค้าที่มีต่อดีแทค เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขในอนาคต

นอกจากนี้ ดีแทคยังได้นำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าอีกด้วย

  • เพิ่มความแข็งแกร่งให้โครงข่าย

ในปีนี้ดีแทคมีเป้าหมายในการปรับปรุงสถานีฐาน และนำเทคโนโลยี Ultra High Capacity Massive Mimo Technology มาติดตั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการมากขึ้น

  • เตรียมความพร้อมสู่อนาคต

ดีแทคยังได้ปรับองค์กรสู่รูปแบบการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ในปี 2562 ดีแทคได้เพิ่มพนักงานอีก 25% ที่มีทักษะดิจิทัล เช่น ความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต  การวิเคราะห์ข้อมูลและการจัดการระบบธุรกิจอัจฉริยะ ส่วนในปีนี้ดีแทคตั้งเป้าที่จะเพิ่มพนักงานที่มีทักษะดิจิทัลอีก 50% 

รวมถึงการนำการทำงานแบบ Agile มาใช้เพื่อช่วยลดการทำงานที่ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์เหลือเพียงเป็นชั่วโมง และทำให้ออกแบบบริการเพื่อลูกค้าได้ในเวลารวดเร็วอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน