มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ของประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย ได้ส่งผลทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน และการทำงานของคนเปลี่ยน บางอย่างอาจกลายเป็น New Normal หรือวิถีใหม่ที่จะอยู่กับเราต่อไป

ที่ชัดเจนเห็นจะเป็นเรื่องการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) หรือจากที่ใดก็ได้ (Work from Anywhere) โดยเฉพาะการประชุมปรึกษาหารือกันผ่านช่องทางออนไลน์ ถูกทำให้ง่ายและสะดวกขึ้นด้วยแฟลตฟอร์มออนไลน์ ที่แม้จะไม่ได้อยู่ในห้องเรียนหรือออฟฟิศแต่ก็ยังเรียนและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ช่วงที่ผ่านมาเราจึงเห็นแพลตฟอร์มหรือแอปพลิเคชันตัวช่วยในการทำงานหลายๆ แบรนด์เกิดขึ้นมากมาย แต่มีหนึ่งแพลตฟอร์มที่น่าสนใจ คือมีเครื่องมือฟังก์ชันครบสำหรับการเรียนและการทำงาน ใช้งานง่าย ปลอดภัย ที่สำคัญเปิดให้ทุกคนใช้ฟรีแบบไม่มีข้อแม้ จน Marketeer ต้องหยิบมาเล่าอินไซด์ให้ฟัง นั่นคือ “True Virtual World” หรือ “True VWORLD

ที่มาของ True VWORLD

True VWORLD แพลตฟอร์มจากกลุ่มทรู ที่เกิดจากแนวคิดของผู้บริหารที่ต้องการหาทางออกให้ลูกค้า องค์กรธุรกิจ และภาคการศึกษาของประเทศไทย ดำเนินต่อไปในวิกฤตการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด–19

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เล่าถึงที่มาของแพลตฟอร์มนี้ให้ Marketeer ฟังว่า

“จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้องค์กรธุรกิจ ภาคการศึกษาไทย และคนในสังคมได้รับผลกระทบ จำเป็นต้องปรับตัวจัดการทำงาน การใช้ชีวิต และการเรียนการสอนสู่ระบบออนไลน์มากยิ่งขึ้น กลุ่มทรู ในฐานะภาคเอกชนไทย ผู้นำด้านเทคโนโลยีการสื่อสารครบวงจรที่มีบทบาทสนับสนุนด้านสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ได้นำศักยภาพเทคโนโลยีความพร้อมทั้งหมดที่อยู่มาพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเป็นทางออกให้กับการทำงานที่บ้าน การเรียนหนังสือจากที่บ้าน และการใช้ชีวิตที่บ้าน และทุกที่ ทุกเวลา ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์ของกลุ่มทรู ที่มีชื่อว่า “True Virtual World” หรือ “True VWORLD” ให้เป็นศูนย์รวมโซลูชันที่ครบวงจรเป็นครั้งแรก มีความปลอดภัยสูง ตอบโจทย์ทุกความต้องการขององค์กรธุรกิจ ภาคการศึกษา และคนไทยในขณะนี้ โดยเปิดให้ใช้งานได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงระยะเวลาวิกฤตนี้”

ที่น่าสนใจคือ ทำไมกลุ่มทรูสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่มีการทำงานที่ซับซ้อนขนาดนี้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ศุภชัยอธิบายเพิ่มเติมว่า

“เพื่อมุ่งสู่ Digital Economy กลุ่มทรูได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งมีเทคโนโลยีมากมาย และหนึ่งในนั้นคือ ‘Cloud’ (คลาวด์) ที่ต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม และสร้าง Cloud System ขึ้นมา เพื่อทำให้องค์กรเป็น Digitization คือขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเชื่อมโยงทุกอย่างบนออนไลน์ ตั้งแต่การให้บริการลูกค้าตลอดจนการบริหารภายใน”

“เราทำเรื่องนี้มา 2-3 ปีแล้ว มองว่าโซลูชั่นที่คิดขึ้นมาใช้ในองค์กรจะมีประโยชน์กับคนภายนอก ประจวบเหมาะกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เข้ามา ซึ่งโซลูชั่นนี้ จะเป็นตัวช่วยในการเรียนและการทำงานในทุกธุรกิจ ทำให้เราต้องเร่งประกอบร่างและพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ขึ้นมาเร็วขึ้น”

ทำงานได้ทุกที่ เรียนได้ทุกเวลา

ที่บอกว่าตอบโจทย์ทั้งด้านการทำงานและการศึกษา เพราะ True VWORLD แบ่งเป็น

  1. VWORK (Virtual Work at Home)แพลตฟอร์มที่สนับสนุนการทำงานขององค์กรธุรกิจทุกระดับ ด้วยเครื่องมือและฟังก์ชันต่างๆ ทำให้การงานที่บ้านเสมือนอยู่ที่ทำงานจริง รองรับการทำงานทุกที่ ทุกเวลา
  2. VLEARN (Virtual Learning at Home)แพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นมาเพื่อสนับสนุนองค์กรสถาบันการศึกษาเพื่อให้เด็กไทยไม่ขาดการเรียนโดยเฉพาะ ด้วยรูปแบบการใช้ง่ายที่ง่ายทำให้สะดวกทั้งผู้สอนและผู้เรียนในทุกระดับการศึกษา ทำให้ห้องเรียนดิจิทัลที่เข้าเรียนออนไลน์ได้จากที่บ้านหรือที่อื่นๆ ได้ทุกเวลาไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
  3. VLIVE (Virtual Connected to Home)แพลตฟอร์มนี้คือการเติมเต็มไลฟ์สไตล์คนไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตที่บ้านและที่อื่น ทุกที่ ทุกเวลา ได้อย่างมีคุณภาพและไร้ขีดจำกัด ทั้งด้านความบันเทิง วีคอมเมิร์ซช้อปปิ้งหรือเปิดร้านออนไลน์

นอกจากนี้ ยังมี VSHARE อีกหนึ่งพื้นที่ให้ทุกคนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทุกที่ ทุกเวลา แบ่งปันข้อมูล ให้ความรู้สู้โรค พร้อมคำแนะนำที่เป็นประโยชน์เพื่อป้องการตนเองให้ปลอดภัย ห่างไกลไวรัสโควิด-19 อีกด้วย

Virtual Work at Home มีทุกฟังก์ชันที่ธุรกิจต้องการ

ในส่วนนี้ขอพูดถึง VWORK (Virtual Work at Home) เป็นพิเศษ เพราะช่วง Work from Home ที่ผ่านมา Marketeer เองในฐานะผู้ประกอบการ ด้วยลักษณะการทำงานที่ต้องมีการประชุมในกองบรรณาธิการ และการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ได้มีโอกาสใช้งาน VWORK เช่นกัน

โดยเฉพาะ VROOM (ที่มีอยู่ในทั้ง VWORK และ VLEARN) ห้องประชุมและห้องเรียนเสมือนจริงที่มีจุดเด่น คือไม่จำกัดเวลา เรียกได้ว่าประชุมยาวไปๆ และมีการใช้งานง่ายมากๆ กับฟังก์ชันครบ ตั้งแต่การตั้งรหัสผ่านของการสนทนา การสร้างห้องสนทนาที่ใครๆ ก็ทำได้ รวมทั้งเชิญเพื่อนเข้าร่วมห้องสนทนาได้ผ่านหลากหลายช่องทาง การแชร์หน้าจอนำเสนอประเด็นงาน การปิดเสียงพร้อมกันได้  กดปุ่มยกมือเพื่อพูดแสดงความคิดเห็น หรือพิมพ์คำถามเพื่อไม่ให้รบกวนเพื่อนตอนพรีเซนต์ กระทั่งตอนที่ Brainstorm เราก็พูดคุยกันได้ด้วยภาพและเสียงที่คมชัด ที่สำคัญใช้งานได้ง่าย ทั้งในสมาร์ทโฟน ผ่านแอปพลิเคชัน VROOM ที่รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android รวมถึงบนจอคอมพิวเตอร์ ผ่านเว็บไซต์ https://vroom.truevirtualworld.com/

ขณะที่ VWorktools เองก็ทำให้ประสบการณ์การทำงานที่บ้านแบบ Seamless ลืมไปเลยว่าอยู่คนละที่กับหัวหน้าและเพื่อนที่ออฟฟิศ ด้วยเครื่องมือที่สามารถเชื่อมต่อระบบงานในบริษัท สั่งงาน ส่ง-รับไฟล์งาน อนุมัติ กระทั่งการสื่อสารภายในอย่างการตั้งกลุ่มแชตก็ทำได้อย่างง่ายได้ ที่สำคัญคือมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีคุณภาพ ป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลด้วยเทคโนโลยีคลาวด์จากกลุ่มทรู

ปัจจุบัแม้สถานการณ์โควิด-19 จะยังไม่คลี่คลาย แต่ดูจากตัวเลขผู้ติดเชื้อในบ้านเราถือว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น ภาครัฐเองค่อยๆ ผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ในแต่ละส่วน หลายธุรกิจเริ่มกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ

Marketeer มองว่า ผู้ประกอบการบางรายเลือกที่จะเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน ด้วยความสะดวก ประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งแพลตฟอร์มการทำงานออนไลน์ยังตอบโจทย์ของธุรกิจยุคใหม่ได้ดี ทำให้ถูกนำมาปรับใช้ในหลายๆ องค์กร ไม่ใช่แค่ Work from Home แต่สามารถ Work from Anywhere

เราอาจได้เห็นหลายธุรกิจไม่ต้องเสียต้นทุนเรื่องการเช่าพื้นที่ออฟฟิศ หรือเจ้าของร้านต่างๆ อาจสั่งงาน-ตรวจงานลูกน้องผ่าน VWORK ประชุมสรุปยอดผ่าน VROOM จากการปรับตัวรับมือกับโควิด-19 ในครั้งนี้ จะกลายเป็น New Normal ในอนาคต

สำหรับออฟฟิศไหนหรือใครที่อยากลองใช้ True VWORLD เหมือน Marketeer ตอนนี้ True VWORLD เขาเปิดให้ใช้ฟรี!! ตลอดวันไม่จำกัดเวลา ที่ www.truevirtualworld.com และหากเป็นลูกค้าทรูมูฟ เอช ยังสามารถใช้งานโดยไม่เสียค่าอินเทอร์เน็ตอีกด้วย



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer