นักท่องเที่ยวจีน กลับมาแน่ แต่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนไปแบบ New Normal (บทวิเคราะห์)

นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเมื่อไร กลับมาแล้วพฤติกรรมเหมือนเดิมไหม เป็นสิ่งที่ใครหลายคนอยากรู้คำตอบ

ใน Webinar: CHINA POST-COVID RETHINK: จับตาทิศทางนักท่องเที่ยววิถีใหม่… ทำอย่างไรเพื่อมัดใจลูกค้าชาวจีน? โดย VGI และ VClick Technology บริษัทที่ VGI จับมือกับ IClick Interactive ประเทศจีน 

ณัฏฐนิช จิระชัยประสิทธิ Strategic Development Manager (China Digital Solution) และ กนต์ธร พิรุณรัตน์ Client Success Manager VGI บอกเล่าเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนที่มาพร้อม Journey ที่เปลี่ยนแปลงเพราะโควิด-19

ในวันนี้จีนได้ก้าวเข้าสู่ประเทศหลังโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อยหลังจากการต่อสู้มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่การประกาศล็อกดาวน์ประเทศในปลายเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา ที่มาพร้อมกับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น Tencent และ Alibaba พัฒนาแอปติดตาม ควบคุมการติดต่อของประชากรจีน เพื่อให้ชาวจีนรายงานสุขภาพเมื่อออกไปใช้ชีวิตข้างนอกตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น รถไฟฟ้าใต้ดิน ที่ฝังอยู่ใน We Chat หรือ Alipay ที่มีผู้ใช้กว่าพันล้านคนทั่วจีน

จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศจีนของภาครัฐและเอกชน ผลักดันให้เศรษฐกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วหลังจากที่หยุดชะงักลงเพราะโควิด-19

ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน 2563 ในหลายภาคส่วนธุรกิจในจีนสามารถกลับมาทำงานกันต่อมากถึง 80-90%

รวมถึงการเปิดอีกครั้งของธุรกิจโรงแรม บริการอาหารและการจัดเลี้ยง ร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า และร้านค้า

รองรับการท่องเที่ยว และการใช้จ่ายในประเทศ

นักท่องเที่ยวจีนอยากกลับมาเที่ยวอีกครั้งในอีก 6 เดือนข้างหน้า

เมื่อประเทศจีนมีการฟื้นตัวด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศ แล้วคนจีนจะเที่ยวต่างประเทศอีกครั้งเมื่อไร

VGI ยกตัวอย่างผล Research ของ Figgy.com และ Ctrip พบว่า

55% ของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เคยยกเลิกแผนเที่ยว จะกลับมารื้อแผนการท่องเที่ยวอีกครั้ง

73% ทริปแรกจะเกิดขึ้นใน 6 เดือนข้างหน้า หลังสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศดีขึ้น หรือประมาณตุลาคม 2563 ช่วงวันชาติจีน ที่เป็นวันหยุดยาว

 

การกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้งของนักท่องเที่ยวชาวจีน พวกเขาเลือกท่องเที่ยวในประเทศ 52% นอกประเทศ 35%
การท่องเที่ยวในต่างประเทศ ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกที่คนจีนนึกถึง

รองลงมาได้แก่ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์

ในประเทศไทยจากผลวิจัยกับกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามของ C9 Hotelworks ชาวจีนในเมือง Tier-1 โดยอายุของคนที่ตอบแบบสอบถามอยู่ที่ระหว่าง 20-60 ปี แหล่งท่องเที่ยวในไทย 3 อันดับแรก ที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวคือ

1. กรุงเทพมหานคร 38%

2. ภูเก็ต 36% 

3. เชียงใหม่ 35%

ในวันนี้รัฐบาลจีนอนุญาตเพียงนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจที่สามารถเดินทางนอกประเทศเพื่อติดต่อทางธุรกิจกับประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ เท่านั้น

การออกเดินทางนอกประเทศของนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเกิดจริงเมื่อไรนั้น ขึ้นอยู่กับการประกาศของรัฐบาลจีนในการอนุญาตให้บุคคลทั่วไปเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศ

เมื่อถึงวันนั้นคนจีนจะเลือกท่องเที่ยวในประเทศที่มีความพร้อมในการควบคุมแก้ไขวิกฤตโควิด-19 ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนได้ก่อนประเทศอื่น ๆ

อย่างในประเทศไทย เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ที่เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวจีนให้ความสนใจกลับไปท่องเที่ยวอีกครั้ง พบว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบประเทศอื่น ๆ ในการควบคุมสถานการณ์โรคระบาดได้เป็นอย่างดี

 

นักท่องเที่ยวจีน ท่องเที่ยวอีกครั้งบน Journey และ New Normal ที่เปลี่ยนไป

VGI มองว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวมีรายได้ ไม่มีครอบครัว หรือลูก ที่เดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบ FIT (Free Independent Traveler) จะเป็นกลุ่มแรกที่จะกลับมาท่องเที่ยวต่างประเทศอีกครั้ง และการที่พวกเขาอัดอั้นจากการท่องเที่ยวมานาน นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมีพลังการใช้จ่ายสูง ให้ความสำคัญกับการกินดี อยู่ดี พักโรงแรมห้าดาว และแชร์เรื่องราวประสบการณ์ต่าง ๆ กับการท่องเที่ยวบนโลกโซเชียลเชิญชวนนักท่องเที่ยวกลุ่มที่สองนั่นก็คือกลุ่มครอบครัวเกิดความต้องการท่องเที่ยวออกนอกประเทศมากขึ้น

จากข้อมูลการท่องเที่ยวปีที่ผ่านมาจากกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา นักท่องเที่ยวจีนที่อยู่ในกลุ่ม FIT (Free Independent Traveler) จะเป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 55,000 บาทต่อทริป และเที่ยวอยู่ในไทยระยะเวลาประมาณ 6-7 วัน

การกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้งของนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีรายได้และไม่มีครอบครัว VGI อ้างอิงจากผลสำรวจ Traveler Sentiment in China ของ Mckinsey & Company พบว่าพวกเขาใช้จ่ายในการ Upgrade ในส่วนโรงแรมมากขึ้นถึง 41%

และ VGI คาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายในส่วนโรงแรมที่เพิ่มขึ้นมานี้ สามารถส่งผลให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมของทริปเพิ่มขึ้นถึง 60,000-70,000 ต่อทริป โดยจำนวนระยะเวลาที่จะใช้เพิ่มขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับนโยบายในประเทศไทยว่าจะมีมาตรการในการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่สาธารณะเข้มงวดมากน้อยขนาดไหน หากมีการควบคุมความหนาแน่นมาก คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวจะเผื่อเวลาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงแรกที่มีการเปิดประเทศ

การกลับมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนหลังวิกฤตโควิด-19 มีสองช่วงเวลาที่จะเกิดการท่องเที่ยวอย่างคึกคัก ได้แก่ เดือนตุลาคม 2563 ในช่วงวันชาติจีน และในเทศกาลตรุษจีนปี 2564

แบรนด์ควรเตรียมพร้อมทำตลาดเข้าถึงนักท่องเที่ยวจีนล่วงหน้า 2 เดือน ก่อนวันเดินทางท่องเที่ยว เพื่อเข้ามาเป็นทางเลือกหนึ่งในการตัดสินใจ

แต่ก่อนการสื่อสารถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน แบรนด์ต้องมองกลับไปถึง Journey ของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ในอดีต

ก่อนการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจีนมี Journey ดังนี้

1. ฝันที่จะเที่ยว

นักท่องเที่ยวจีนตัดสินใจท่องเที่ยวจากการเห็นสถานที่ท่องเที่ยวและกิจกรรมการท่องเที่ยวต่าง ๆ ผ่าน KOL เพื่อนร่วมโซเชียล และอื่น ๆ และมีความฝันความสนใจอยากท่องเที่ยวในประเทศและแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ตามที่เห็น

2. ค้นหาข้อมูล

หลังจากที่นักท่องเที่ยวมีความฝันในการท่องเที่ยว จะค้นหาข้อมูลเพื่อวางแผนการท่องเที่ยว ทั้งสถานที่พัก การเดินทาง การท่องเที่ยว สินค้าที่ควรซื้อ และอื่น ๆ

3. จองทริปเดินทาง

เมื่อนักท่องเที่ยววางแผนการท่องเที่ยวแล้ว ขั้นตอนสุดท้าย คือการจองทริปการเดินทาง ทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และอื่น ๆ

ในขั้นตอนนี้นักท่องเที่ยวจะเปรียบเทียบที่พัก ทั้งในด้านบริการ ราคาที่พัก โปรโมชั่น ส่วนลด และอื่น ๆ ก่อนตัดสินใจจองเพื่อเดินทางท่องเที่ยว

ขณะท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวจีนเมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวนิยมแชร์ประสบการณ์ ภาพถ่าย และอื่น ๆ บนโลกโซเชียล เพื่อโชว์ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว ซึ่งการโชว์ประสบการณ์ต่าง ๆ ในการท่องเที่ยว เป็นเครื่องมือชั้นดีในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนอื่น ๆ ให้เดินทางท่องเที่ยวตาม

หลังโควิด-19

โควิด-19 เปลี่ยน Journey นักท่องเที่ยวชาวจีนไปจากเดิมเป็น

ค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวแทนการฝันที่จะเที่ยว

ในวันนี้นักท่องเที่ยวจีนไม่รู้ว่าในแต่ละประเทศมีสถานการณ์การรับมือกับโควิด-19 อย่างไรบ้าง รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ที่ใช้ในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19

ก่อนการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวจึงเปลี่ยน Journey จากที่เคยฝันที่จะท่องเที่ยวก่อนหาข้อมูล เป็นการหาข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในแต่ละประเทศก่อน เพื่อดูความเป็นไปได้ในการท่องเที่ยว มาตรการต่าง ๆ ด้านสาธารณสุข การรับมือกับโควิด-19 ของสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และการเผื่อเวลาในการท่องเที่ยวที่อาจจะต้องใช้เวลามากกว่าเดิมจากมาตรการต่าง ๆ บน New Normal ใหม่ ๆ

สิ่งที่แบรนด์ควรสื่อสารกับนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเวลาการค้นหาข้อมูล คือ สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย ด้านสาธารณสุข การปรับตัวเพื่อรองรับความปลอดภัยจากวิกฤตโควิด-19 รวมถึงแคมเปญโปรโมชั่นต่าง ๆ ที่แบรนด์จะมอบให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นกิมมิกของแบรนด์ที่สามารถสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยวได้

ทั้งนี้ VGI ให้ความเห็นว่าสำหรับพฤติกรรมพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีนที่เปลี่ยนไปสู่การค้นหาข้อมูลเป็นอันดับแรกของ Journey ก่อนแพลนทริปจะอยู่ได้ยาวนานขนาดไหน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความปลอดภัยของโควิด-19 ของประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่นและลดความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19 ได้มากเท่าใด 

หากประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวมีความปลอดภัยแล้ว พฤติกรรมการค้นหาเพื่อดูความพร้อมจะน้อยลงตามลำดับ แบรนด์สามารถมองสถานการณ์เป็น Scenario โดย Worst case scenario คือ Lockdown จะสิ้นสุดภายในปีนี้ และสถานการณ์เศรษฐกิจกลับสู่ปกติในช่วง Q2/2021 ซึ่งคาดการณ์ว่าความเชื่อมันก็จะกลับมาในช่วงเวลาเดียวกัน พร้อม ๆ กับที่ผู้บริโภคลดความกังวลล

สำหรับการสื่อสารถึงนักท่องเที่ยวจีน ศึกษาแพลตฟอร์มทำหน้าที่แตกต่างกัน เช่น

Search Engine Baidu

ใน Baidu มี SEM ที่เป็นเหมือน Google SEM ในไทย

การที่นักท่องเที่ยวจีนค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวสื่อถึงความตั้งใจที่จะท่องเที่ยว หน้าที่ของแบรนด์คือ ทำให้ชื่อของแบรนด์อยู่ใน Search อันดับต้น ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเห็นและคลิกเข้าไปอ่านข้อมูล

โดยข้อมูลที่แบรนด์ควรให้กับนักท่องเที่ยวเป็นข้อมูลที่สร้างการรับรู้ในความพร้อมการให้บริการผ่านมาตรการต่าง ๆ

Douyin (แอป TikTok ที่คนไทยรู้จัก) และ RED

แพลตฟอร์มที่ให้แบรนด์สื่อสารผ่านคลิปสั้น ๆ แทนการเล่าเป็น Text ที่ผู้บริโภคเห็นภาพได้ยาก

โดยแบรนด์สามารถใช้  Influencer ชาวจีนเป็นผู้เล่าเรื่องราวสื่อไปยังนักท่องเที่ยวจีน ถึงการปรับตัวและมาตรการต่าง ๆ เตรียมพร้อมรับการท่องเที่ยว โปรโมตแบรนด์ในรูปแบบต่าง ๆ

และเมื่อนักท่องเที่ยวชาวจีนตัดสินใจจองทริป แบรนด์สามารถใช้ Social Ad ในรูปแบบ Moment Ad พาแบรนด์เข้าไปอยู่ใน Journey ของนักท่องเที่ยวในทุก ๆ ที่เพื่อตอกย้ำว่ามาไทยนะ เราพร้อมให้บริการ

 

เพราะ 80-90% นักท่องเที่ยวจีนอยากเห็นคอนเทนต์ที่แบรนด์ออกมาสื่อสารถึงมาตรการรองรับโควิด-19 เพื่อสร้างความไว้วางใจ และการให้ข้อมูลความรู้ การท่องเที่ยวไทยให้ปลอดภัย การเผื่อเวลาการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทางออกนอกประเทศหลังโควิด-19

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer