Marketing Everything/รวิศ หาญอุตสาหะ

หลายต่อหลายครั้งผมมักจะได้รับคำถามในทำนองว่า “อยากทำธุรกิจ” หรือ “อยากทำโปรเจกต์” (หรือบางคนก็กำลังทำอยู่) จะต้องเริ่มอย่างไร ทำอย่างไร ต้องหาความรู้ด้านไหนเพิ่ม มีคอร์สไหนน่าสนใจ เรียน Data เพิ่มดีไหม เรียน Ads เพิ่มดีหรือเปล่า ไปจนถึงขั้นว่ามีเทคนิคหรือเคล็ดลับอะไรที่จะทำให้โปรเจกต์เราสำเร็จ หรือทำให้ธุรกิจสามารถพลิกได้แบบจากหน้ามือเป็นหลังมือ

และส่วนใหญ่คำตอบที่ผมตอบกลับไปก็อาจจะทำให้คนที่ถามมานั้นรู้สึกเบื่อ และเซ็งไม่น้อย เพราะเอาจริง ๆ ผมเองก็ไม่มีเคล็ดลับ หรือวิธีการที่น่าตื่นเต้นอะไรเลยแม้แต่น้อย… เพราะในมุมมองของผมแล้ว สิ่งที่สำคัญมากที่สุด คือ การทำสิ่งที่เป็น “พื้นฐาน” ให้ดีเสียก่อนแล้วค่อยไปดูเรื่องอื่น

ไม่ใช่การเรียนรู้ไม่สำคัญ… การเรียนรู้นั้นสำคัญมาก ยิ่งสำหรับคนที่ทำธุรกิจด้วยแล้ว ต้องเรียนรู้ตลอดเวลาจริง ๆ ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยอย่างมาก

แต่ในบางครั้งการที่เรามองหาแต่สิ่งที่อยู่นอกสนามมากเกินไป ก็อาจจะทำให้เราพลาดหรือมองข้ามสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ในสนาม เหมือนนักมวยที่ขึ้นชกบนเวทีแต่สายตามองหาแต่สิ่งที่อยู่นอกสนาม

ในบทความนี้เลยอยากจะมาเขียนถึง 4 ข้อพื้นฐานที่คนทำธุรกิจทุกคนควรที่จะต้องให้ความสนใจและพยายามพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้นครับ

1. เข้าใจจริง ๆ ว่าเรากำลังขายอะไรกันแน่

อันนี้อาจจะฟังดูแปลก ๆ ก็ในเมื่อเราทำ (หรือกำลัง) ธุรกิจอยู่จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเราขายอะไร จริงไหมครับ

ผมขอยกตัวอย่างที่ผมเคยเห็นให้ฟังล่ะกัน

ปกติผมก็มักจะเป็นคนที่ดื่มกาแฟ หรือชาร้อน ๆ ตามคาเฟ่ต่าง ๆ อยู่เรื่อย ๆ และถ้าเห็นร้านที่น่าสนใจก็ต้องหาโอกาสลองให้ได้อยู่เสมอ และก็ไปเจอเข้ากับร้านหนึ่งที่ตกแต่งร้านได้ดูดีและมีสไตล์มาก ๆ แต่รสชาติกาแฟนั้นไม่ถูกปากเลย (ไม่อยากบอกว่าไม่อร่อยเผื่อมีคนชอบรสนี้) หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ มีโอกาสได้ผ่านร้านอีก เลยขอแวะลองอีกครั้ง ซึ่งบอกได้เลยว่ารสชาติยังคงไม่ถูกปากเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือ ผมแอบสังเกตเห็นว่ามีการเพิ่มของตกแต่งของประดับต่าง ๆ มากขึ้น… หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้เข้าไปกินร้านนั้นอีกเลย จนในที่สุดร้านนี้ก็ต้องปิดตัว ซึ่งผมก็ไม่อาจบอกได้จริง ๆ หรอกครับ ว่าที่เขาปิดตัวลงนั้นเป็นเพราะอะไร อาจจะเป็นเพราะหุ้นส่วน, ไปทำอย่างอื่น หรือลูกค้าเก่าไม่ซื้อซ้ำ

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมบอกได้เลยในฐานะลูกค้า และคนทำธุรกิจ คือ ผมรู้สึกว่าร้านกาแฟร้านนี้ไม่ได้ตั้งใจที่จะขายกาแฟจริง ๆ

2. สินค้าของเราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง ๆ ใช่ไหม?

ถ้าหากคุณทำเรือขาย เรือของคุณก็ต้องแล่นได้ ไม่ล่ม หรือจมไปซะก่อน ถ้าทำเฟอร์นิเจอร์ก็ต้องดูสวย ใช้งานได้ดี ฟังก์ชันตอบโจทย์ ถ้าขายอาหารก็ต้องรสชาติอร่อย (ถูกปากกลุ่มเป้าหมาย) ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นโจทย์พื้นฐานที่ต้องทำให้ได้

3. เรียงลำดับความสำคัญให้ถูก

จริง ๆ ข้อนี้จะมีความคล้ายกับข้อที่ 1 เพียงแต่ข้อหนึ่งนั้นเน้นไปที่ความเข้าใจว่าเรากำลังขายอะไร แต่การ “เรียงลำดับความสำคัญให้ถูก” จะเน้นไปที่การเข้าใจว่าเราต้องทำอะไรก่อน เรื่องนี้เกิดขึ้นในทุกจุดของการบริหารธุรกิจเลยก็ว่าได้ เช่น ถ้าต้องรับคนเพิ่มจะรับใคร ตำแหน่งไหนก่อน เพราะอะไร? การได้คนในตำแหน่งนี้เพิ่มเข้ามาจะทำให้เราสามารถรันธุรกิจได้ดีขึ้นจริง ๆ ใช่ไหม? หรือถ้าต้องลงทุนควรที่จะลงทุนในส่วนไหนก่อน อะไรคือสิ่งที่จำเป็น อะไรคือสิ่งที่สามารถตัดได้ อะไรคือสิ่งที่มีส่วนทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของธุรกิจเรา

4. ลงมือทำ ทำ ทำ และ “ทำ”

แม้ในยุคนี้ที่คำว่าทำงานหนักดูเป็นคำเฉย ๆ ที่กำลังถูกแทนที่ด้วย Work Life Integration หรือ Work Life Integration แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมยังเชื่อในคำว่า Work Hard เสมอมา ยิ่งเฉพาะในช่วงที่เรากำลังเริ่มทำโปรเจกต์ หรือเริ่มธุรกิจใหม่ ผมว่าการ Work Hrad ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ที่จะทำให้โปรเจกต์นั้นสามารถสำเร็จลุล่วงไปได้

ซึ่งทั้งสี่ข้อดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่พื้นฐานมาก ๆ เลยใช่ไหมครับ

แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมได้เคยพบและเจอมา… อย่ามองข้ามเรื่องพื้นฐานเหล่านี้นะครับ เพราะผมเห็นคนทำธุรกิจ ทำโปรเจกต์ ตกม้าตายมานักต่อนักแล้วล่ะครับ กับการที่ไม่สามารถทำเรื่องพื้นฐานที่สุดได้…



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer