การประสูติของพระโอรสองค์ใหม่ของ เจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่ง เคมบริดจ์และเจ้าหญิงแคเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ไม่ได้เป็นข่าวดีเฉพาะกับราชวงศ์วินเซอร์และชาวอังกฤษเท่านั้น โดยมีรายงานว่า ภาคธุรกิจและแบรนด์ในสหราชอาณาจักรต่างก็เฝ้ารอองค์รัชทายาทลำดับที่ 3 ของทั้ง 2 พระองค์ เช่นกัน เพราะมีคาดการณ์ไปในทางเดียวกันว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา พร้อมเป็นโอกาสทางการตลาดให้สินค้าและบริการมากมาย ไม่ต่างจากการประสูติของเจ้าชายจอร์จและเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์เมื่อปี 2013 และ 2015 ตามลำดับ

แสงสว่างจากเจ้าชายน้อยสู่ British Brand

2-3 ปีมานี้เศรษฐกิจในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะอังกฤษไม่สู้ดีนักเพราะความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงตามค่าจ้างเฉลี่ย จนประชาชนต้องประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจและแบรนด์ค้าปลีก แต่สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น โดย Brand Finance บริษัทที่ปรึกษาด้านแบรนด์คาดการณ์ว่า พระโอรสองค์ใหม่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรได้ราว 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,200 ล้านบาท) ก่อนที่พระองค์จะอายุครบ 1 ชันษา ซึ่งแบรนด์ที่จะได้ประโยชน์ไปมากสุดคือ สินค้าเกี่ยวกับเด็ก โรงพยาบาล ของเล่นเด็กและของที่ระลึกต่างๆ รวมถึงกิจการท่องเที่ยว โรงแรม และธุรกิจการบินซึ่งสามารถผลิตสินค้า บริการหรือสร้าง Campaign ที่เชื่อมโยงกับพระโอรสองค์นี้

พระโอรสองค์ใหม่ Inside

ด้านศูนย์วิจัยค้าปลีก (The Centre for Retail Research) ของอังกฤษคาดว่าเจ้าชายน้อยพระองค์นี้ จะช่วยกระตุ้นยอดขายสินค้าเด็กอ่อนและของที่ระลึกได้รวมกันราว 67 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 2,077 ล้านบาท) ขณะที่ JoJo Maman Bebe แบรนด์ค้าปลีกสินค้าเด็กของอังกฤษเน้นตลาด High End เชื่อว่ารัชทายาทองค์ใหม่จะกระตุ้นยอดขายทั้งสาขาในประเทศและสาขาในสหรัฐที่เพิ่งเปิดใหม่ ส่วน Mothercare แบรนด์ค้าปลีกสินค้าเด็ก ของอังกฤษอีกแบรนด์หวังว่า เสื้อผ้าเด็กสีขาว แดง หรือน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีเดียวกับธงชาติอังกฤษน่าจะขายดี

แม้เป็นที่ 3 แต่ไม่ใช่เพราะเสื่อมมนต์ขลัง

นอกจากเป็นลำดับที่ 5 ในการขึ้นครองบัลลังก์ ถัดจากเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแฮร์รี่ เจ้าชายจอร์จ และเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์แล้ว เจ้าชายพระองค์นี้ ยังเป็นรองสมาชิกราชวงศ์ เรื่องอานิสงส์ต่อเศรษฐกิจของมาตุภูมิด้วย โดย Brand Finance ระบุว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจราว 50 ล้านปอนด์จากเจ้าชายน้อยนั้น น้อยกว่าทั้งของเจ้าชายจอร์จและเจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ซึ่งอยู่ที่ 75 และ 100 ล้านปอนด์ (ราว 3,300 และ 4,400 ล้านบาท) ตามลำดับ

เจ้าชายแฮร์รี่ เมเแกน

อย่างไรก็ตามตัวเลขที่น้อยกว่า ไม่ได้หมายความว่าข่าวการประสูติของรัชทายาทในราชวงศ์อังกฤษเสื่อมมนต์ขลัง หรือกระตุ้นเศรษฐกิจได้น้อยลง เพราะตามปกติแล้วเด็กผู้หญิงจะได้รับความสนใจมากกว่าเด็กชาย อยู่แล้ว และยังเป็นการประสูติไม่ห่างจากพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน แมเคิล ในวันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งคงจะผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจมากกว่าด้วย

จับตาดูการตั้งพระนามเจ้าชายองค์ใหม่

ยังมีอีกความเคลื่อนไหวต่อเนื่องของเจ้าชายน้อยที่ต้องจับตาดู โดยชาวอังกฤษและคนทั่วโลกต่างอยากรู้ว่า ดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ จะใช้ชื่อใดตั้งพระนามพระนามโอรส ซึ่งที่มีความเป็นไปได้มากสุด คือ อัลเบิร์ต เพราะคือพระนามของพระบิดาของราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกษัตริย์จอร์จที่ 6 และ อาร์เธอร์ เพราะเป็นพระนามของกษัตริย์อังกฤษในตำนานซึ่งคนทั่วไปรู้จักกันดี

พระโอรสองค์ใหม่่ ครอบครัว

ทั้งนี้เป็นที่คาดว่าเมื่อสำนักพระราชวังอังกฤษประกาศพระนามของเจ้าชายน้อย ชื่อนั้นจะกลายเป็นชื่อยอดนิยมของเด็กเกิดใหม่ในอังกฤษของปี 2018 ไม่ต่างจากที่ชื่อจอร์จและชาร์ล็อตต์ ต่างได้รับความนิยมสูงสุดในปีที่เจ้าชายจอร์จและชาร์ล็อตต์ประสูติ / bbc ,cnn ,time ,brandfinance

อ่าน Marketing Content อ่าน Marketeer