ฐาปน สิริวัฒนภักดี ผู้คุมบังเหียน ไทยเบฟเวอเรจ กับยุทธศาสตร์ PASSION 2025 (วิเคราะห์)

เจ้าสัวเจริญในวัย 76 ที่มีอาณาจักรต่าง ๆ มากมายอยู่ในมือ ในเวลานี้เจ้าสัวแบ่งให้ทายาททั้งลูกชาย ลูกสาว และลูกเขยเป็นผู้ดูแล

“เครือไทย โฮลดิ้งส์” กลุ่มธุรกิจประกัน การเงิน ได้ลูกสาวคนโตของเจ้าสัว อาทิ นันท์ พีชานนท์ ดูแล

พอร์ตอสังหาฯ ในชื่อ “AWC” มอบให้ วัลภา ไตรโสรัส เป็นผู้ดูแล

อาณาจักรค้าปลีก “BJC” ไว้วางใจให้ลูกเขยอย่าง อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ดูแล

พอร์ตอสังหาฯ อีกอัน “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้” ให้ลูกชายคนเล็ก

ส่วนอาณาจักรเครื่องดื่มครบวงจรติดทอปในเอเชียอย่าง “ไทยเบฟเวอเรจ” ไว้วางใจให้ “ฐาปน สิริวัฒนภักดี” เป็นคนนำทัพ

อ่าน: อสังหาฯ อีกกองหนึ่งในมือของ “ปณต สิริวัฒนภักดี” ลูกชายคนเล็ก “เจ้าสัวเจริญ”

อ่าน: อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ผู้นำบิ๊กซี มั่นใจเศรษฐกิจซึม ไม่ใช่แค่ปีหน้าแต่อาจจะถึง 3 ปี

ปีที่ผ่านคือปีสุดท้ายของแผนธุรกิจ 6 ปี (2014-2020) ของไทยเบฟที่วางไว้จาก Vision 2020

6 ปีที่ผ่านมายอดขายและกำไรของไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ “ฐาปน” พาไทยเบฟเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ก่อนที่จะเจาะลึกธุรกิจในกลุ่มไทยเบฟ ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยภาพรวมว่า

ไม่มีใครคาดคิดถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดมาก่อน เป็นความท้าทายที่เกิดขึ้นที่ไทยเบฟยังสามารถประคองธุรกิจให้ผ่านไปได้

โดยในช่วงโควิด-19 ธุรกิจไทยเบฟได้รับผลกระทบราว 14% ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนของปี ’63 (ต.ค. 62-มิ.ย. 63) นั้นลดลงกว่า 7%

ขณะที่เมื่อวานนี้คือ วันแรกของปีงบประมาณใหม่ (ต.ค. 63-ก.ย. 64) และเป็นจุดเริ่มต้นที่ไทยเบฟจะต่อยอดไปสู่ชัยชนะกับวิสัยทัศน์ 6 ปี (2020-2025) จากนี้ไปกับ “PASSION2025”

กับ 3 แนวทางคือ  

 BUILD สร้างความสามารถและโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ โดยต่อยอดจากพื้นฐานธุรกิจที่มีอยู่

STRENGTHEN เสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพื่อรักษาและก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน

UNLOCK นำศักยภาพของไทยเบฟที่มีอยู่มาก่อให้เกิดพลังสูงสุด

แล้วภาพรวมทิศทางของ 4 ธุรกิจหลักของไทยเบฟในปีนี้และปีหน้าจะเดินไปทิศทางไหนบ้าง

 

สุรา

ประภากร ทองเทพไพโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจสุรา เปิดเผยว่า ปีนี้เป็นปีที่ท้าทายมากสำหรับกลุ่มสุรา อุปสรรคมีเยอะ

แต่ภาพรวมสุราในไทยรายได้ยังดีตามที่เราอยากได้ แม้ช่วงเดือน เม.ย-พ.ค. จะไม่ได้ขายเลย

ในรอบ 12 เดือนย้อนหลัง แสงโสมสามารถเติบโตกว่า 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในส่วนของ เบลนด์ 285 ซิกเนเจอร์ เติบโตถึง 37%

นอกไปจากนั้น เมอริเดียนบรั่นดียังสามารถเพิ่มการเติบโตได้ถึง 50% และมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 8%

ทิศทางต่อจากนี้ในกลุ่มสุราของไทยเบฟคือ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จับกลุ่มลูกค้าทุกเซกเมนต์ โดยตอนนี้ได้ออก “Phraya Elements” พรีเมียมรัม

และมีการขยายกำลังการผลิตของบรั่นดีเมอริเดียน ที่ได้รับการตอบรับจากตลาดค่อนข้างดี โดยในเฟสแรกจะใช้งบลงทุน 500 ล้านบาท แล้วเสร็จ มี.ค. 64 และเฟสต่อไปราว 1,000 ล้านบาท

ขณะที่ทิศทางของสุราในประเทศไทยนั้น ประภากรระบุว่า ทิศทางของบรั่นดีในไทยสามปีที่ผ่านมาเติบโตค่อนข้างเยอะ ต่างจากสุราทั่วไปที่ตอนนี้ยังน่าเป็นห่วง

ถ้าเศรษฐกิจยังไม่พลิกฟื้นได้เหมือนเดิมก่อนที่มีโควิด-19 รายได้ของประชาชนไม่ได้ดีเท่า สิ่งเหล่านี้ก็กระทบต่อการบริโภคของประชาชน

เบียร์

โฆษิต สุขสิงห์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง และผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจเบียร์ประเทศไทย เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดเบียร์ในประเทศไทยในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมาจะมีการเติบโตเฉลี่ยในอัตราที่ลดลง

แต่ช้างยังคงมีการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่าตลาด คาดว่าตลาดเบียร์ในไทยปีนี้จะลดลงไม่เกิน 2 digit

และถ้าหากให้มองโอกาสของการกลับมาฟื้นตัวนั้น โฆษิตระบุว่า ตอนนี้ยังขาดปัจจัยอย่างนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกันตลาดร้านอาหารกลับมาแล้วได้กว่า 70-80%

ส่วนตลาดเบียร์ในเวียดนามนั้นหลังจากที่ไทยเบฟเข้าซื้อซาเบโก้มาแล้วเมื่อหลายปีที่ผ่านมา จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องปรับแผนต่าง ๆ

และเพิ่มช่องทางการขาย เร่งขายผ่านทางออนไลน์ รวมทั้งเพิ่มกำลังผลิตและสายการผลิตกระป๋องใหม่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดเวียดนาม

สำหรับซาเบโก้นั้นมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 35-40%

เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์

เลสเตอร์ ตัน ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอลล์ ประเทศไทย เผยว่า ผลการดำเนินการ 9 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ถือว่าดี หลังจากที่กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มีผลการดำเนินการขาดทุนมาเมื่อสองสามปีที่แล้ว

โดยมีผลมาจากการลงทุนในแบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพ การปรับเปลี่ยนโครงการด้านการเงิน และการสร้างความยั่งยืนของผลกำไร

สำหรับทิศทางของเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์นั้น ไทยเบฟจะเน้นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มกลุ่มสุขภาพมากยิ่งขึ้นให้ตรงความต้องการของเทรนด์โลก

ทั้งนี้เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ของไทยเบฟทำตลาดทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนโดยโฟกัส 3 ตลาดหลัก คือ ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ 

อาหาร

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) ระบุว่า ธุรกิจอาหารได้รับผลกระทบมากจากการที่ไม่ได้เปิดสาขา แต่กลุ่มอาหารของไทยเบฟทรานส์ฟอร์มได้เร็ว เห็นโอกาสเดลิเวอรี่ที่เกิดขึ้น

ทำให้ร้านอาหารที่ไม่เคยเป็นร้านเดลิเวอรี่ก็ส่งได้ ซึ่งทำให้การขายผ่านช่องทางเดลิเวอรี่เติบโต 2 digit

สำหรับแผนกลยุทธ์ของกลุ่มธุรกิจอาหารในปี 2564 คือการขยายสาขาในรูปแบบต่าง ๆ ให้เหมาะกับสถานการณ์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

มุ่งเน้นการขยายช่องทางการให้บริการหลายรูปแบบและใหม่ อย่างโมเดล food truck  ที่กลุ่มไทยเบฟได้ทดลองทำ KFC food truck มาลองตั้งอยู่หน้าตึกสาทรสแควร์ เปิดลองตลาด และหาแนวทางต่อไป

รวมทั้งออกเมนูกลุ่มสุขภาพมากยิ่งขึ้น

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline