ศุภจี สุธรรมพันธุ์ กับภารกิจหิน พา ดุสิตธานี ฝ่าวิกฤต (สัมภาษณ์พิเศษ)

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่าตัวเองตอนนี้ถ้าดูด้านบนอาจจะดูงามสง่า นิ่ง สงบ เหมือนหงส์ แต่ความจริงแล้ว เท้ากำลังตีน้ำเป็นพัลวัน ต้องคิดตลอดและทำทุกอย่างเพื่อพาองค์กรให้รอดจากวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมอย่างหนัก

และยังคาดเดาไม่ได้ว่าสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้จะลากยาวไปอีกนานแค่ไหน

ในวันที่เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอของดุสิตธานีเมื่อปี 2559 นั้นเธอเต็มไปด้วย Passion ของการสร้างแบรนด์ไทยให้คนทั้งโลกยอมรับ และมีแผนการบุกบริหารโรงแรมในต่างประเทศให้เป็นรายได้หลักอีกทาง 

เธอยังวางยุทธศาสตร์ความใหญ่ “ลดความเสี่ยง” สร้างรายได้มาจากหลายทาง จนปัจจุบันดุสิตธานีแบ่งธุรกิจเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ โรงแรมและรีสอร์ต การศึกษา อาหาร และอสังหาริมทรัพย์  

ในช่วงเวลา 5 ปี ภายใต้การเป็นผู้นำของเธอ รายได้และกำไรของดุสิตธานีเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 5,423 ล้านบาท กำไร 114 ล้านบาท เมื่อปี 2559 เพิ่มเป็น 6,120 ล้านบาท กำไร 320 ล้านบาท เมื่อปี 2562

แต่ครึ่งปี 2563 ที่ผ่านมารายได้ลดเหลือเพียง 1,646 ล้านบาท และมีตัวเลขขาดทุนถึง 535 ล้านบาท จากการปิดโรงแรมเกือบทั้งหมด 

ในช่วงเวลานั้นเธอพยายายามทำทุกทางเพื่อสร้างรายได้ และเก็บคนเอาไว้ ไม่ว่าทำธุรกิจจัดเลี้ยงนอกสถานที่ (Dusit Event) บริการรับทำความสะอาดหรือซ่อมแซม (Dusit On-Demand) ขายอาหารเดลิเวอรี่ หรือรับเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงแรมอื่น ๆ 

 ทุกโรงแรมในเครือดุสิตทั่วโลกเปิดหมดแล้ว

จนกระทั่งเดือนตุลาคม 2563 ดุสิตธานีที่มีห้องพักในเครือทั้งหมด 40 โรงแรม 299 วิลล่า รวม 339 แห่ง ใน 14 ประเทศทั่วโลก ได้กลับมาเปิดให้บริการครบทุกแห่งทั้งในไทยและทั่วโลกแล้ว ( กาตาร์ จีน บาห์เรน ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ ภูฏาน มัลดีฟส์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ อียิปต์ เวียดนาม โอมาน อินเดีย )

แต่เมฆหมอกของโควิด-19 ยังคงครอบคลุมจนยังเห็นทางออกได้ไม่ชัดเจน รายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละประเทศที่อีกไม่รู้เมื่อไหร่จะกลับมา เป็นช่วงเวลาที่ดีมานด์ลดลง ซัปพลายเท่าเดิม แต่ในขณะเดียวกันต้นทุนก็เพิ่มขึ้น เพราะต้องใส่เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยต่าง ๆ เข้ามาด้วย

ส่วนแผนการลงทุนหลายอย่างที่ถูกวางไว้ต้องหยุดชะงักลงอย่างไม่มีกำหนด เพื่อรักษาเงินสดเอาไว้

ในช่วงภาวะอย่างนี้ ใจของผู้นำ ต้องนิ่งแค่ไหนถึงจะพาองค์กรฝ่ามรสุมครั้งนี้ออกไปได้

ในขณะเดียวกัน ใจของพนักงาน ต้องไม่เสียด้วยเช่นกัน การให้ความสำคัญในเรื่องการสื่อสารกับพนักงานในช่วงวิกฤตชนิดโอเวอร์คอมมูนิเคชัน อย่างจริงใจเป็นสิ่งที่เธอให้ความสำคัญมาก  

และข้อความส่วนหนึ่งในสารล่าสุดที่พนักงานของดุสิตธานีได้รับจากซีอีโอคนนี้ก็คือ

แม้ว่าในวันนี้เรากำลังก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่พวกเราต้องตระหนักไว้อยู่เสมอ คือสถานการณ์ต่าง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วพริบตา ดังนั้น พวกเราจึงต้องระวังอย่าให้การ์ดตก ทุกคนจะต้องพร้อมที่จะทำงานแบบ Work Smart ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้มากขึ้น คอยหาวิธีที่จะลดกระบวนการและขั้นตอนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และระมัดระวังให้คุ้มค่าที่สุด”

วันนี้การลงทุนหลัก ๆ มีเพียงโครงการดุสิต เซ็นทรัล ปาร์ค ที่ทุบทิ้งโรงแรมดุสิต กรุงเทพ เดิม และสร้างขึ้นมาใหม่ในช่วงเวลาที่ถูกจังหวะมาก ๆ รวมทั้ง อาศัย (ASAI) แบรนด์โรงแรมใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับนักเดินทางกลุ่มมิลเลนเนียลที่มีไลฟ์สไตล์รักความเป็นส่วนตัว ชื่นชอบการใช้ชีวิตในท้องถิ่นหรือในชุมชน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับการเดินทาง ซึ่งเพิ่งเปิดบริการแห่งแรกที่เยาวราช เมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา

และเตรียมก่อสร้างเพิ่มเติม พร้อมเข้าบริหารอีกกว่า 6 แห่ง ได้แก่ โรงแรมอาศัย แห่งที่สองในกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ในเขตสาทร โรงแรมอาศัย จำนวน 3 แห่งในเซบู ฟิลิปปินส์ โรงแรมอาศัย 1 แห่งในย่างกุ้ง เมียนมา และอีก 1 แห่งในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะทยอยเปิดให้บริการได้ตั้งแต่ต้นปี 2564 เป็นต้นไป

ดุสิตยังจับมือกับบริษัท อสังหา “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” เปิดดีลร่วมทุน“ ปั้นคอนโดใจกลางศรีราชา ภายใต้ชื่อ “The Hampton Sriracha by Origin and Dusit” ที่คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการปลายปีนี้

ที่น่าสนใจอีกเรื่องคือ ดุสิตฟูดส์ ธุรกิจทางด้านอาหาร ของดุสิตธานี เริ่มลงทุนครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2561 ด้วยการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โพรดิวซ์ จำกัด หรือ NRF ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารพร้อมปรุง ซอส และเครื่องดื่มชั้นนำของไทย

และ NRF จะมีการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันพรุ่งนี้  9 ตุลาคม 2563  

บทเรียนที่ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้รับจากโควิดครั้งนี้คือโมเดลต่าง ๆ ที่เตรียมไว้และคิดว่าดีพอ ยังคงต้องปรับกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับวิกฤตโควิด-19 และไว้รับมือกับดิสรัปชั่นใหม่ ๆ ที่คาดไม่ถึงในอนาคตข้างหน้าด้วย

การรับมือกับวิกฤตต้องเริ่มต้นที่ “ใจ” ซึ่งมาพร้อมกับ “ปัญญา” และ “สติ” ทำให้มั่นใจว่าจะมีหนทางทำให้ดุสิตธานีรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ได้แน่นอน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

     



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer