ขยับไม่หยุดสำหรับแบรนด์ สเวนเซ่นส์ (Swensen’s) เมื่อกลางปีที่ผ่านมาเพิ่งปรับแบรนด์อิมเมจครั้งใหญ่เป็น Dessert Destination ให้ครอบคลุมความต้องการผู้บริโภค พร้อมเดินหน้าเปิด Regional Flagship Store กับสาขาแบบ Stand Alone แห่งที่สองที่กาดน่านไปหยกๆ

ล่าสุด สเวนเซ่นส์ส่งท้ายปีด้วยการเปิดตัว สวีท อะฮอลิค บาย สเวนเซ่นส์” (Sweet Aholic by Swensen’s ) ร้านขนมหวานแบรนด์ใหม่ ต้นแบบป๊อป อัพ สโตร์ ที่พร้อมเปลี่ยนไปตามเทรนด์ผู้บริโภค แปลกใหม่ด้วยการนำเสนอแบบ Episode เปิดขายช่วงเวลาสั้นๆ ชวนตื่นเต้นและน่าติดตาม

ทำไมแบรนด์ใหญ่อย่าง “สเวนเซ่นส์” ถึงลุกมาทำร้านขนมหวานแบรนด์ใหม่?

ที่มาของ Sweet Aholic มีแนวคิดอย่างไร?

แล้วทำไมต้องเป็นร้านป๊อป อัพ สโตร์ในช่วงเวลาสั้นๆ ?

อยากได้ตลาดใหม่ ต้องทำอะไรที่แตกต่าง

เรารู้จัก สเวนเซ่นส์ กันในนามของร้านไอศกรีมสำหรับครอบครัว ที่ไม่ว่าจะพัฒนาและสรรหารสชาติใหม่ๆ มานำเสนอ หรือปรับแบรนด์อิมเมจเพิ่มเมนูใหม่เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมาย และให้ครอบคลุมการเป็น Dessert Destination แต่ลูกค้าส่วนใหญ่กว่า 80% ยังคงเป็นกลุ่มครอบครัวเช่นเดิม

แม้จะเป็นจุดแข็งที่แบรนด์อื่นไม่สามารถเทียบชั้นได้ แต่ในขณะเดียวกันสเวนเซ่นส์เองก็ต้องการขยายฐานกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น

จุดนี้เอง เป็นที่มาของการลุกขึ้นมาปั้นแบรนด์ใหม่อย่าง “Sweet Aholic by Swensen’s” ที่ทุกอณูของแบรนด์ตั้งแต่เบื้องหลังการทำงาน สินค้า บริการ ตลอดจนรูปแบบร้านจัดทำขึ้นมาใหม่ ที่สำคัญแตกต่างจากสเวนเซ่นส์และร้านขนมหวานทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

อนุพนธ์ นิธิยานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด ใน เครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกกับ Marketeer ว่า

“สเวนเซ่นส์ ต้องการตอกย้ำความเป็นเบอร์หนึ่งของร้านขนมหวานที่อยู่คู่คนไทยมาเป็นเวลานาน ตลอดจนต้องการสร้างประสบการณ์ใหม่ จึงเปิดตัวแบรนด์  “สวีท อะฮอลิค บาย สเวนเซ่นส์” เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นที่มองหาความแปลกใหม่และหน้าตาของอาหาร รวมไปถึงสภาพแวดล้อมภายในร้านที่ทันสมัยเหมาะแก่การถ่ายภาพอัปเดตกับชาวโซเชียล อีกทั้งดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นด้วยภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ดูทันสมัยและแปลกใหม่ชวนให้มาลิ้มลอง”

ขณะที่ ณพล ศิริมงคลเกษม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด ใน เครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เล่าถึงคอนเซ็ปต์และที่มาที่ไปของแบรนด์ Sweet Aholic by Swensen’s ให้ฟังว่า

“สวีท อะฮอลิค บาย สเวนเซ่นส์ (Sweet Aholic by Swensen’s) ป๊อป อัพ สโตร์ ร้านขนมหวานแบรนด์ใหม่แกะกล่อง เกิดขึ้นภายใต้แนวความเชื่อที่ว่า “ของหวาน” คือความสุขเคียงข้างคุณในทุกอารมณ์ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจาก Insight ตลาดที่ทุกวันนี้เทรนด์และความต้องการผู้บริโภคเปลี่ยนไป ขณะที่มีคาเฟ่ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของสเวนเซ่นส์ยังคงเป็นกลุ่มครอบครัว

“เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เด็กลง เราจึงสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาโดยให้ทุกอย่าง “แตกต่าง” จากสเวนเซ่นส์ที่ทุกคนรู้จัก ตั้งแต่ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ทันสมัยแปลกใหม่ รูปแบบของร้านที่เป็นป๊อปอัพคาเฟ่สไตล์มินิมอล สินค้าที่พัฒนาขึ้นมาใหม่และไม่มีขายในสเวนเซ่นส์ (ยกเว้นการนำไอศกรีมของสเวนเซ่นส์มาใช้) รวมถึงรูปแบบการนำเสนอที่ดีไซน์ให้เป็นเหมือน Episode ให้ติดตาม”

เบื้องหลังการทำงานกว่า 2 เดือน กับการเปิดร้านเพียง 2 สัปดาห์

ณพล เล่าถึงเบื้องหลังการทำงานก่อนจะเป็นร้านขนม Sweet Aholic ว่าทุกอย่างใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ ออกแบบ คิดค้นสินค้า กระทั้งการเปิดตัว ที่น่าสนใจคือรูปแบบการทำงานที่คล้ายกับ “สตาร์ทอัพ” คือตัดสินใจเอง ลงมือทำอย่างรวดเร็ว และการดีไซน์ทุกอย่างล้วนมาจาก Insight ของกลุ่มเป้าหมาย

การออกแบบการนำเสนอให้เป็น Episode ที่ว่าก็มาจาก Insight ผู้บริโภคกลุ่มวัยรุ่น ที่แม้จะชื่นชอบและมองหาความแปลกใหม่แต่ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนใจอยู่เสมอ Sweet Aholic จึงมีโมเดลการนำเสนอในระยะสั้นๆ ในช่วงเทศกาลต่างๆ

โดย EP.1 เมนูแรกที่นำเสนอคือ “ครัวซองต์ฝรั่งเศส” ที่มีราคาตั้งแต่ 69, 89 และ 129 บาท เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 18 -31 ธันวาคม 2563 เฉพาะที่ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ชั้น G เท่านั้น

ที่เลือกโลเคชั่นศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ Sweet Aholic ต้องการ และที่เลือกครัวซองต์นั่นเพราะจากการสำรวจ ครัวซองต์คือขนมที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ซึ่งการที่อยู่ในเครือไมเนอร์ ฟู้ด ถือเป็นแต้มต่อสำคัญในเรื่องการเลือกใช้วัตถุดิบและการคิดสูตรขนมให้หอมกรุ่นด้วยเนยสูตรพิเศษ ขณะที่ตัวร้านดีไซน์ให้เป็นแบบ ป๊อป อัพ สโตร์ เพื่อให้สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย

เป้าหมายของ Sweet Aholic ไม่ใช่แค่การรุกตลาดขนมหวานหรือแค่ตอกย้ำการเป็น Dessert Destination หากแต่เป็นการสร้างแบรนด์ที่เริ่มนับหนึ่งใหม่ ตั้งแต่การสร้าง Brand Identity, Brand Awareness กระทั่งการออกแบบ Business Model ใหม่ให้สอดรับกับกลุ่มเป้าหมายอย่างกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งตรงนี้เองจะมาอุดช่องว่างของแบรนด์ใหญ่อย่างสเวนเซ่นส์ได้

สำหรับ EP.2 ของ Sweet Aholic ยังไม่มีแพลนที่แน่ชัด ทั้งอนุพนธ์และณพลต่างกล่าวย้ำว่าต้องรอดู Lesson Learn จากการเปิดตัวครั้งแรกก่อน เบื้องต้นตั้งใจจะเปิดร้านไตรมาสละ 1 ครั้ง อาจเปลี่ยนเมนูและสถานที่ไปตามเทรนด์ในช่วงเวลานั้นๆ

“ท้ายที่สุดคือ ต้องรอดูผลตอบรับจากผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ด้วย Business Model ใหม่ที่แตกต่างจากสเวนเซ่นส์ ทำให้เราพร้อมปรับเปลี่ยนตามปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น”

ในของสื่อการตลาด การสร้างแบรนด์ใหม่ในรอบ 30 ปีของสเวนเซ่นส์ คือการเคลื่อนไหวของแบรนด์ใหญ่ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ในมุมของผู้บริโภค ที่น่าลุ้นคือ Sweet Aholic เปิดร้านที่ไหน ขายขนมอะไร?

คืบหน้าอย่างไร Marketeer จะกลับมาเล่าให้ฟัง

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer