มูลค่าตลาดสมาร์ทโฟนในปีนี้คาดการณ์เติบโต 1% แม้ ตลาดสมาร์ทโฟน ด้านมูลค่าจะเติบโต แต่ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนกลับเท่ากับปีที่ผ่านมา คือ 1.2 ล้านเครื่อง ต่อเดือนโดยเฉลี่ย เพราะอะไร
1.ตลาดสมาร์ทโฟน ในประเทศไทยเติบโตด้วยตลาด Replacement
ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนมองหาสมาร์ทโฟนที่มีราคาสูงกว่าเครื่องเก่าที่เคยใช้ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่ผ่านมา และโดยส่วนใหญ่แล้ว จะเลือกซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ระดับราคา 3,000-7,000 บาท
ในปีที่ผ่านมาจากข้อมูลของหัวเว่ยพบกว่าเครื่องสมาร์ทโฟนระดับราคาต่ำกว่า 3,000 บาท จะมีสัดส่วนที่น้อยลงเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับราคาอื่นๆ ในกลุ่ม Entry Level
ส่วนแบ่งสมาร์ทโฟนระดับ Entry Level
| 2558 | 2559 | 2560 | |
| ต่ำกว่า 3,000 บาท | 43% | 47% | 33% |
| 3,000-5,000 บาท | 48% | 43% | 52% |
| 5,000-7,000 บาท | 9% | 11% | 14% |
ที่มา :หัวเว่ย, 2561
2.ผู้บริโภคเริ่มซื้อสมาร์ทโฟนในระดับราคาสูงขึ้น
ซึ่งระดับราคาสูงนี้มาพร้อมกับสเปคที่สามารถใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม ไลฟ์ไซเคิลของผู้บริโภคในการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนจึงช้าลง จากในอดีตเปลี่ยนทุกปี เป็น เปลี่ยนโดยเฉลี่ย 12-13 เดือนสำหรับแอนดรอยด์ และ ไอโอเอสทุก 2 ปี
เหตุผลที่สมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์มีไลฟ์ไซเคิลที่สั้นกว่าไอโอเอส เพราะระบบแอนดรอยด์มีผู้เล่นในตลาดมากกว่า 10 แบรนด์ โดยมีแบรนด์หลักคือ ซัมซุง หัวเว่ย ออปโป้ วีโว่ ได้ออกสมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิปออกมากระตุ้นตลาดปีละมากกว่า 1 รุ่น
โดยราคาของสมาร์ทโฟนแฟลกชิปบางรุ่นของบางแบรนด์เป็นราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น และกระตุ้นให้ผู้บริโภคที่ใช้สมาร์ทโฟนเครื่องเก่าเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่ได้เร็วกว่าไอโอเอส ที่มีสมาร์ทโฟนออกมาสู่ตลาดเฉลี่ยปีละ 2-3 รุ่นเท่านั้น
3.แม้ตลาดสมาร์ทโฟนจะไปที่สมาร์ทกลุ่มระดับราคาสูงขึ้น แต่ถ้าเป็นตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมระดับราคามากกว่า 15,000 บาทต่อเครื่อง ยังการเติบโตเล็กน้อย
เหตุผลจากนวัตกรรมของสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม ที่แบรนด์มือถือแต่ละค่ายส่งมาไม่มีการปรับเปลี่ยนมากนักเมื่อเทียบที่ผ่านมา และไม่สามารถเรียกความ Wow ให้กับผู้บริโภคให้อยากทิ้งมือถือเครื่องและเปลี่ยนเป็นเครื่องใหม่ได้มากนัก
4.เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคใช้สมาร์ทโฟนเพื่อถ่ายรูป อัพรูป และคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย มีความสำคัญกับการทำตลาดของสมาร์ทโฟนขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นจุดที่แบรนด์สมาร์ทโฟนต่างหยิบยกมาแข่งขันเพื่อสร้างยอดจำหน่าย
โดยในวันนี้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ทโฟนมาจาก 1 แบรนด์ 2.สเปค 3. กล้องถ่ายภาพ

เมื่อมองตลาดสมาร์ทโฟน และกลับที่การแข่งขัน จะเห็นได้ว่าเมื่อ2-3 ปีที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนแบรนด์จีน เข้ามาเขย่าตลาดในประเทศไทยมากขึ้น จากพฤติกรรมคนไทยเริ่มมีทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์จีน ในฐานะแบรนด์มือถือที่มีประสิทธิภาพไม่ด้อยไปกว่าแบรนด์มือถือเกาหลี
และคือเหตุผลที่ในวันนี้ สมาร์ทโฟนแบรนด์จีน ทั้งหัวเว่ย ออปโป้ และอื่นๆ ก้าวเท้าเข้ามาสร้างตลาดรุกคืบส่วนแบ่งตลาดมือถือจากซัมซุงทุกลมหายใจ และซัมซุงก็เตรียมพร้อมตอบรับสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนด้วยเช่นกัน
หัวเว่ย ขอเป็นเบอร์ 1 ในปี 2563
หัวเว่ยถือว่าเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย โดยปีที่ผ่านมามีการเติบโต 3 เท่า ด้านรายได้และส่วนแบ่งตลาด
ปัจจุบันหัวเว่ย มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 10% ในตลาดสมาร์ทโฟน
จุดพีคที่ทำให้หัวเว่ยเติบโตในตลาดไทยอย่างน่าสนใจมาจากการเปิดตัว Huawei P9 ที่มีจุดเด่นถ่ายภาพสวยด้วยกล้องเลนส์ไลก้า
และจุดขายเรื่องเลนส์ไลก้านี่เอง ทำให้ผู้บริโภคคนไทยลองเปิดใจลองซื้อหัวเว่ยมาใช้งานอย่างต่อเนื่อง และเปิดทางให้ภาพลักษณ์แบรนด์หัวเว่ยสร้างความมั่นใจมากขึ้นในตลาดแมส
ซึ่งแน่นอนว่าหัวเว่ยไม่รอช้าที่จะอาศัยจังหวะนี้เปิดตัวรุ่นอื่นๆ เข้าตีตลาดสมาร์ทโฟนไทย ทุกระดับราคา
มาในปีนี้ ทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย วางเป้าหมายการเติบโต 50% ให้กับสมาร์ทโฟนหัวเว่ย เพื่อก้าวสู่ผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนไทยในปี 2563
การขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในสมาร์ทโฟนไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในตลาดนี้มีซัมซุงครองอันดับหนึ่งมาอย่างยาวนาน และมีส่วนแบ่งตลาดนำหน้าหัวเว่ยอยู่มาก แล้วทำไม ทศพรถึงมั่นใจ
ทศพร กล่าวกับ Marketeer ว่า การขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดสมาร์ทโฟนไทยมาจากกลยุทธ์
1.การตั้งราคาที่ผู้บริโภคสัมผัสได้เมื่อเทียบกับสเปคที่ได้รับ
2.มีสินค้าครบทุกระดับราคาออกสู่ตลาด และมีรุ่นแฟลกชิป เข้ามากระตุ้นตลาด 2รุ่นได้แก่ Mate10 และ P20 Series
3.ขับเคลื่อนด้วย Innovation โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม ซึ่งทศพรทศพรมองว่าตลาดนี้มีคู่แข่งขันเพียง 3 รายได้แก่ ไอโฟน ซัมซุง และหัวเว่ย
ล่าสุดทศพรได้นำ Innovation ด้านภาพถ่ายและการประมวลผลภาพถ่ายของ Huawei P20 Series ที่มีจุดเด่นด้านคุณภาพของภาพถ่ายด้วยเลนส์ไลก้า สามารถทำให้คนธรรมดาถ่ายภาพสวยระดับมืออาชีพได้ เข้ามาเจาะกลุ่มสมาร์ทโฟนในกลุ่มพรีเมียมที่เน้นการถ่ายภาพเป็นหลัก
3.ทำ CRM กับกลุ่มลูกค้าหัวเว่ยด้วยการพัฒนาแอป Huawei Gallery เป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าและมอบสิทธิพิเศษผ่านพริวิเลจต่างๆ ให้กับลูกค้าหัวเว่ยโดยเฉพาะ โดยปัจจุบัน Huawei Gallery ยังรองรับเฉพาะรุ่น P20 Series เท่านั้น
4.ขยายแบรนด์ช็อปและออนไลน์ช็อป จากกว่า 100 ช็อปในปีที่ผ่านมา เป็น 140 ช็อปในปีนี้ และให้ความสำคัญกับ ช่องทางออนไลน์ด้วยการเปิดช็อปในอีมาร์เก็ตเพลสอย่างลาซาด้า ช็อปปี้ และอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นช่องทางที่จะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต
ออปโป้ ณเดชน์ไม่พอ ต้องญาญ่า ด้วย
แบรนด์จีนที่เข้ามาทำตลาดในไทยยาวนานถึง 10 ปี อย่างออปโป้ ได้สร้างตลาดผ่านพรีเซ็นเตอร์และจุดขายสมาร์ทโฟน หน้าเนียนมาอย่างยาวนาน
แต่จนแล้วจดรอด ออปโป้ก็ยังคงส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2-3-4 ในแง่ของจำนวนเครื่อง แล้วแต่ช่วงเวลา
เพราะตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย เบอร์ 2-4 มีส่วนแบ่งตลาดห่างกันเพียงจุดทศนิยมเท่านั้น และถ้าแบรนด์ไหนเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ หรือมีแคมเปญโปรโมชันแรงๆ ก็จะขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของตลาด
ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงปีนี้ ชานนท์ จิรายุกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายขาย ไทย ออปโป้ ได้วางกลยุทธ์รุกตลาดไว้ 3 ประการ ได้แก่
1.ยังคงเน้นสร้างแบรนด์ผ่านพรีเซ็นเตอร์ที่เป็นดารา อย่างต่อเนื่องซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญของแบรนด์ในการดึงแฟนคลับของดารา เข้ามาเป็นลูกค้าออปโป้
โดยในปีนี้ออปโป้ยังคงเดินหน้าสร้างแบรนด์ ผ่านพรีเซ็นเตอร์ ญาญ่า-อุรัสยา เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ OPPO F7 ที่มีจุดเด่นกล้องหน้าที่มีระบบ AI ช่วยวิเคราะห์ให้ภาพถ่ายเซลฟี่สวยงามหน้าเนียนสมมาตรและมีมิติมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาออปโป้เคยใช้ณเดชน์ เป็นตัวแทนของรุ่น OPPO F5 ที่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2560
2.เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นจุดขายถ่ายภาพเซลฟี่ที่สวย
3.ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาทตลอดทั้งปีในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และพัฒนาการให้บริการต่างๆ เช่น ยกระดับบริการหลังการขายให้เหนือคู่แข่ง เช่น รับประกันเครื่อง 24 เดือน, ขยายช่องทางในตลาดต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น เป็นต้น
ซัมซุง ขอสร้างประสบการณ์ผู้ใช้
วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ มองว่าพฤติกรรมผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในวันนี้เข้าสู่ยุค Smart User มากขึ้น จากการมองเห็นสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวกสบายและให้ความสนุกสนานในการใช้งาน
เกมการตลาดของซัมซุงในปีนี้นอกเหนือจากการเปิดสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ยังให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์การใช้งาน
โดยล่าสุดซัมซุงได้วางกลยุทธ์สร้างประสบการณ์ลูกค้าซัมซุง ผ่าน Samsung Experience Store และ Galaxy Studio
Samsung Experience Store เป็นการร่วมมือกับดีลเลอร์ เจ้าของแบรนด์ช็อปซัมซุงอย่างเจมาร์ท คอมเซเว่น ทีจีโฟน และอื่นๆ ที่มีอยู่ 128 สาขา รีโนเวทปรับปรุงแบรนด์ช็อปที่ทำหน้าที่เป็นร้านขายสมาร์ทโฟนซัมซุงเพียงอย่างเดียวให้เป็น Experience Store ที่สามารถพรีเซ็นต์ประสบการณ์ในการใช้งานสมาร์ทโฟนซัมซุงได้มากขึ้น
และ Experience Store ยังเป็นควบรวมช่องทางการขายระหว่าง ออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมซื้อสินค้าในรูปแบบ Omni Channel
การปรับปรุงแบรนด์ช็อปของซัมซุงจะเริ่มจาก 10 ช็อปในปีนี้และจะทยอยปรับอย่างต่อเนื่องจนครบ 128 ช็อปในอนาคต
ส่วน Galaxy Studio เป็น Pop Up Store หนึ่งกลยุทธ์ซัมซุงหลังเปิดสมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิป เพื่อพรีเซ็นต์เทคโนโลยีที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิปในทุกแง่มุม ทั้งการใช้งาน และการใช้ร่วมกับสินค้าอื่นๆ ของซัมซุงในรูปแบบ Eco System
อย่างปีที่ผ่านมาซัมซุงได้เปิด Galaxy Studio ที่ลานพาร์ค พารากอน เพื่อพรีเซ็นต์ Galaxy S8 และ S8+
ส่วนปีนี้ Galaxy Studio ยังคงตั้งอยู่ ณ ลานพาร์ค พารากอน เป็นเวลา 1.5 เดือน สิ้นสุด 10 มิถุนายน พื้นที่การเรียนรู้เทคโนโลยี ของซัมซุง Galaxy S9 และ S9+เช่น AR Emoji การถ่ายภาพในที่มืดที่เป็นจุดเด่นของ S9 และ S9+ รวมถึงการใช้งานร่วมกับสินค้าอื่นๆ ของซัมซุง เช่น เครื่องเล่น Gear VR Samsung Watch เป็นต้น
ทั้งนี้เชื่อว่าการแข่งขันของตลาดสมาร์ทจะเข้มข้นกว่านี้แน่นอน เพราะเชื่อว่าถ้าหัวเว่ยขยับส่วนแบ่งตลาดมาใกล้ ซัมซุงมากกว่านี้ ซัมซังคงต้องออกแอคชั่นรักษาผู้นำตลาดที่สมน้ำสมเนื้ออย่างแน่นอน และออปโป้กับแบรนด์มือถือจีนอื่นๆ ก็คงจะไม่ยอมให้ชิงส่วนแบ่งตลาดแต่เพียงผู้เดียวแน่นอน
ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนโลก
ซัมซุง 20.9%
ไอโฟน 14.0%
หัวเว่ย* 9.8%
ออปโป้* 7.3%
วีโว่* 6.5%
อื่นๆ 41.5%
ตลาดรวม15,365,365,000 เครื่อง
*แบรนด์จีน
ที่มา : Gartner, 2561
แต่ที่แน่ๆ เมื่อนำยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนของแบรนด์จีนมารวมกันทั้งหมด ในวันนี้ยอดจำหน่ายแบรนด์จีนได้นำแบรนด์เกาหลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะในวันนี้โลกได้ถูกขับเคลื่อนด้วยมือถือแบรนด์จีนเกินครึ่งของตลาด
สนใจ พฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟน คลิก
อ่านคอนเทนต์การตลาดอ่าน MarketeerOnline
อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้
Website : Marketeeronline.co /
