เดอะวิสดอมกสิกรไทย จัดเวทีเอ็กซ์คลูซีฟ ไลฟ์ เจาะลึกประเด็นเศรษฐกิจ การลงทุนและการท่องเที่ยวปี 2564 ภายใต้ชื่อ THE WISDOM The Symbol Of Your Vision: 2021 Economic Outlook & Investment Forum” โดยรวบรวมเหล่าวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมาวิเคราะห์ทิศทางและแนวโน้มเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเพื่อให้นักลงทุนเตรียมรับมือและวางแผนการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย สรุปภาพรวมเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกสอง ทำให้ภาพของเศรษฐกิจมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ธุรกิจได้รับผลกระทบในวงกว้างมากขึ้นกว่าครั้งแรก ทั้งด้านการส่งออก การค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนธุรกิจในห่วงโซ่การท่องเที่ยว โดยยังคงมีคำถามอีกหลากหลายทั้งเรื่องการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ความสำเร็จของการฉีดวัคซีนจนถึงขั้นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) จะเกิดขึ้นได้เร็วแค่ไหน ประเทศไทยจะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวได้เมื่อไหร่ ปัญหาที่ต้องจัดการหลังสถานการณ์โควิด—19 ดีขึ้นมีอะไรบ้าง?

แม้จะยังไม่สามารถตอบคำถามข้างต้นได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือระดับความพร้อมของแต่ละประเทศด้านการจัดการเพื่อที่จะรับมือกับความเสี่ยงจากการระบาดของไวรัสในอนาคตมีไม่เท่ากัน โดยหากพิจารณาจากความคืบหน้าเรื่องการฉีดวัคซีน จะเห็นว่าสหรัฐฯ มีความก้าวหน้ามากกว่าหลายประเทศในแถบเอเชีย หรือกระทั่งนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาโจ ไบเดน ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยมีการคาดการณ์ว่า FED อาจจะทยอยออกจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินภายในปี 2565

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ธนาคารกสิกรไทยระบุว่ามีสัญญาณการฟื้นตัวจากลูกค้าที่สามารถชำระเงินกู้ได้ในสัดส่วนที่มากกว่าที่คาดไว้ตั้งแต่ปลายปี 2563 จนกระทั่งตอนนี้ อย่างไรก็ตาม สัญญาณเหล่านี้ยังคงตั้งอยู่บนเงื่อนไขของเศรษฐกิจและปัจจัยแวดล้อมที่ไม่มีความแน่นอนสูง ซึ่งเป็นโจทย์ที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

อีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยมากที่สุด คือเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งงานนี้ คุณยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้วิเคราะห์ทิศทางการท่องเที่ยวไทยให้ได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น โดย Marketeer สรุปมาให้ดังนี้

1. วัคซีน คือ Game Changer ที่จะทำให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวฟื้นกลับมา สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไปจะเป็นการเปลี่ยนแปลงด้วยอัตราเร่ง การเกิดโควิด-19 สถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่มีใครคาดการณ์ได้ ดังนั้นเรื่องไทม์ไลน์ต่าง ๆ ทั้งการเปิดประเทศ การใช้วัคซีน การบริหารจัดการความเสี่ยงขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศ จึงต้องจับตาดูอยู่ตลอด

2. ดีมานด์นักท่องเที่ยวต่างประเทศสูง ช่วงที่ผ่านมา ททท. ตรวจสอบดีมานด์นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ปรากฏว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมีความต้องการเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมาก แต่ติดเงื่อนไขเรื่องวัคซีนและการกักตัว ซึ่งในกรณีเรื่องวัคซีน ททท. เอง ได้มีการเช็กเรื่องแผนการฉีดวัคซีนของประเทศนั้น ๆ เพื่อจะได้รู้ว่าคนกลุ่มไหนสามารถเดินทางได้ และสามารถเดินทางได้เวลาไหน ซึ่งประเทศที่มี vaccine rollout plan พร้อมก่อนใครคือ รัสเซีย และคาดว่าน่าจะพร้อมเดินทางภายใน 2 เดือนหลังจากได้รับวัคซีนครบ

เมื่อต่างประเทศมีความต้องการเข้ามาท่องเที่ยวและได้รับวัคซีนพาสปอร์ตหรือใบรับรองแล้ว ประเทศไทยก็ควรเตรียมความพร้อมในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและทำความเข้าใจกับประชาชนในประเทศถึงสถานการณ์ในการรับนักท่องเที่ยว

3. ปัจจัยกำหนดดีมานด์นักท่องเที่ยว อย่างแรกคือ มาตรการสาธารณสุข เช่น การกักตัว หรือระเบียบการท่องเที่ยวต่าง ๆ ถัดมาคือ ความรู้สึก (sentiment) ของคนไทยและคนในพื้นที่ท่องเที่ยวว่ายินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหน และเรื่อง vaccine rollout plan ที่สามารถสร้างความมั่นใจได้ทั้งเจ้าบ้านและผู้เดินทาง ประเด็นที่สี่คือ การอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว (Ease of Traveling) อย่างเอกสารเข้า-ออก ไฟล์ทบินต่าง ๆ สุดท้ายคือ เรื่อง นโยบายการอนุญาตให้ออกนอกประเทศของแต่ละประเทศ

4. วัคซีนพาสปอร์ต/ใบรับรองความปลอดภัย เรื่องนี้ WHO กำลังดำเนินการหารูปแบบวิธีการยืนยันความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางข้ามประเทศเพื่อเป็นต้นแบบแนวทางให้กับทุกประเทศ ซึ่งในเรื่องวัคซีนพาสปอร์ตนี้มีรายละเอียดและความซับซ้อนค่อนข้างมาก ยกตัวอย่าง วัคซีนที่ประเทศนั้น ๆ ฉีดอาจต้องได้รับรองจากมาตรฐานจากหน่วยงานของไทยด้วย

5. ปี 2564 ททท. ตั้งเป้านักท่องเที่ยวประมาณ 6.5 ล้านคน รายได้รวมประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท ขณะที่ ททท. พยายามผลักดันให้มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ Q3 โดยรัฐบาล และ ททท. เองอาจเริ่มจากมีการเปิด Sandbox ในบางพื้นที่ เพื่อดูผลตอบรับและเป็นแนวทางในการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบในที่สุด

6. คาดยุโรป อเมริกาเหนือ สแกนดิเนเวีย รัสเซีย คือกลุ่มแรกที่จะเข้ามาท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นช่วงหลังซัมเมอร์ที่นักท่องเที่ยวมองหาทริป Long Holiday การมีความพร้อมในเรื่องวัคซีน รวมถึงความกังวลเรื่องการฉีดวัคซีนในประเทศท่องเที่ยว โดยผลสำรวจความคิดเห็นจากนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส ระบุว่าประเทศที่มาท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องมีการฉีดวัคซีนขอเพียงแค่เป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ประเทศไทยสามารถควบคุมการติดเชื้อได้เป็นอย่างดี

ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวอาเซียนและเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยังคงเข้มงวดการเข้าออกประเทศและหันมาท่องเที่ยวภายในประเทศแทน

7. นักท่องเที่ยวจีนอาจลดลง ก่อนหน้าที่จะเกิดโควิด-19 นักท่องเที่ยวจีนคือตลาดหลักของไทย เนื่องจากในตอนนี้จีนยังไม่มีนโยบายให้เดินทางออกนอกประเทศ และตัวนักท่องเที่ยวจีนเองยังสนุกอยู่กับการท่องเที่ยวภายในประเทศ ทำให้การเปิดประเทศในปีนี้เราต้องโฟกัสที่ด้านคุณภาพของนักท่องเที่ยวแทนการเน้นที่จำนวน

8. การท่องเที่ยวมิติใหม่ที่มาพร้อมค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น การท่องเที่ยวที่กำลังกลับมาจะแตกต่างจากเดิม เริ่มตั้งแต่ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น จนถึงปลายทางการท่องเที่ยวที่ต้อง Hygiene มากขึ้น ซึ่งตรงนี้ ททท. รวมถึงผู้ประกอบการในแต่ละจังหวัดต้องเตรียมตัวและวางแผนให้ดีเพื่อต่อสู้กับการท่องเที่ยวประเทศอื่น ๆ ที่เริ่มเตรียมพร้อมแล้ว เช่น เวียดนาม และเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

9. ผู้ประกอบการต้องปรับตัวในเชิงคุณภาพมากขึ้น ให้เป็น High Value Tourism ที่จับต้องได้ หรือการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม หรือการท่องเที่ยวเชิงกีฬา เป็นต้น เพื่อรองรับความต้องการและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวในอนาคต

10. สามสิ่งที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ คือ เรียนรู้ให้เร็ว กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และมีความตั้งใจที่จะปรับปรุง



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer