ชิกเก้นคิง ไก่ทอดโรยหอมเจียว ที่ “เบอร์เกอร์คิง” ขอลงสนามตลาดไก่ทอดเมืองไทยเต็มตัว

 

หนึ่งในแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดในไทยที่มีมูฟเมนต์น่าสนใจมาตั้งแต่ต้นปีคงปฏิเสธไม่ได้ว่าคือ “เบอร์เกอร์คิง” ของกลุ่มไมเนอร์ฯ

ที่ไล่ตั้งแต่การรีเฟรชแบรนด์ใหญ่ในรอบ 20 ปี เปลี่ยนหมดตั้งแต่โลโก้ หน้าร้าน ยันชุดยูนิฟอร์มของพนักงานตามทิศทางบริษัทแม่  (อ่าน: “เบอร์เกอร์คิง” โฉมใหม่สาขาแรกของเอเชีย )

กลยุทธ์ในปีนี้นอกจากจะเห็นการรีเฟรชแบรนด์ใหม่แล้ว ธนวรรธ ดำเนินทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เคยบอกให้ฟังว่า เบอร์เกอร์คิงจะมีเมนูใหม่ออกมาทุกเดือน

เดือน ก.พ. มี 2 เมนูใหม่ในแคมเปญ “แบล็ค แอนด์ พิ้งค์” ต้นเดือน มี.ค. เกาะเทรนด์โลกออกเมนูเนื้อจากพืช “แพลนต์เบส วอปเปอร์”

ส่วนล่าสุดในวันนี้ “เบอร์เกอร์คิง” ขอลงสนามตลาดไก่ทอดของเมืองไทยเต็มตัว ด้วยการเปิดตัวไก่ทอด “ชิกเก้นคิง” เมนูไก่ทอดติดกระดูก (Bone-in Chicken) เป็นที่แรกของโลก

แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้เบอร์เกอร์คิงลงมาเล่นในตลาดไก่ทอดที่มีมูลค่า 28,000 ล้านบาทนี้

ธนวรรธ ดำเนินทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า เบอร์เกอร์คิงมองเห็นพฤติกรรมของคนไทยที่ชอบกินไก่มาก

โดยคนไทยบริโภคไก่มากเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือหมู และเนื้อตามลำดับ

ชิกเก้นคิง-เบอร์เกอร์คิง ลงสนามแข่งในตลาดไก่ทอด

ส่วนเฉพาะตลาดไก่ทอดก็มีมูลค่า 28,000 ล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลจาก Euromonitor ,63) เติบโตเฉลี่ย 7-9% ทุกปี และยังเป็นเซกเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดอาหารบริการด่วน หรือ QSR

ขณะเดียวกันก็เห็นทิศทางการเติบโตของตลาดไก่ทอดทั่วโลกเหมือนกัน

รวมถึงเหตุผลที่ว่าเบอร์เกอร์คิงจะขอโตไปกับคนไทย และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนไทยมากขึ้น

อย่างที่ธนวรรธเคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่า แม้เบอร์เกอร์คิงจะอยู่ในเมืองไทยมาแล้วกว่า 20 ปี แต่เบอร์เกอร์คิงยังเป็นแบรนด์ที่ใหม่กับคนไทย

ทั้งปรับเมนู ทำเมนูใหม่ที่มีราคาถูกลงให้เข้ากับผู้บริโภคคนไทยมากขึ้น เพราะหนึ่งในภาพจำที่มีต่อแบรนด์คือความพรีเมียม และราคาสูง

ปี 2019 เบอร์เกอร์คิง เพิ่มเมนูให้เข้ากับคนไทยมากขึ้น ด้วยการมีเมนูข้าวในร้านเบอร์เกอร์คิง ที่ตอนนี้มีสัดส่วนราว 20% ของเมนูที่ขายทั้งหมดในร้าน

ตลาดไก่ทอด 18,700 ล้านบาท เติบโต 7-9%

ตลาดเบอร์เกอร์ 10,000 ล้านบาท เติบโต 2-3%

ส่วนการลงเล่นตลาดไก่ทอดแบบเต็มตัวนี้ ธนวรรธบอกว่า แม้เบอร์เกอร์คิงจะรู้ดีว่ามีเจ้าตลาดอย่าง KFC  ที่ครองทั้งส่วนแบ่งตลาดเป็นเบอร์ 1 และมีสาขามากกว่า 826 สาขาทั่วประเทศ

และยอมรับว่าเบอร์เกอร์คิงมาทีหลังเพื่อน เพราะฉะนั้นเมื่อมาทีหลังเบอร์เกอร์คิงจึงทำการบ้านมาเยอะมาก

และโจทย์ที่สำคัญคือทำอย่างไรให้เมนูไก่ทอดที่เบอร์เกอร์คิงคาดหวังนั้นแตกต่างจากที่ในตลาดมีอยู่

รวมทั้งดึงลูกค้ากลุ่มคนไทยกลุ่มใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมาใช้บริการ ลองเดินเข้ามาใช้บริการเบอร์เกอร์คิงสักครั้ง

คำตอบที่ได้จากการทำการบ้านคือ “ชิกเก้นคิง” ในแบบไทย ๆ ที่เป็นไก่ทอดที่โรย ‘หอมเจียว’

ตอนนี้ออกมาด้วยกัน 2 สูตรคือ ไก่ทอดโรยหอมเจียวต้นตำรับ  และไก่ทอดโรยหอมเจียวรสซอสเผ็ด ที่เป็นการราดซอสลงบนไก่ทอด แทนที่จะเป็นการผสมลงไปทอดเหมือนเมนูไก่ทอดรสเผ็ดเจ้าอื่น ๆ

ส่วนช่วงกลางปีจะได้เห็นเมนูเบอร์เกอร์ไก่ทอด

การรุกตลาดไก่ทอดในครั้งนี้เบอร์เกอร์คิงหวังได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยรับประทานเบอร์เกอร์คิงทั้งวัยรุ่นและวัยทำงาน

ส่วนเรื่องของรายได้แน่นอนว่าต้องการกลับไปมีรายได้ให้เท่ากับปี 2019 ที่มีรายได้ราว ๆ 2,000  ล้านบาท

เบอร์เกอร์คิงหมายมั่นปั้นมือกับ “ชิกเก้นคิง” ไว้ด้วยการใช้งบการตลาดมากทั้งออนไลน์และออฟไลน์ที่สุดในปีนี้ หวังว่าชิกเก้นคิงจะทำให้รายได้รวมเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 10%

และใน 3 ปี หวังมีสัดส่วนรายได้จากไก่ทอด 15% ของรายได้รวม

ที่น่าติดตามว่า ‘ไก่ทอดโรยหอมเจียว’ นี้จะสู้ศึกที่ร้อนระอุของตลาดไก่ทอดได้หรือไม่

เพราะไม่ได้มีแค่ยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดไก่ทอดเดิมทั้ง KFC, McDonald, Texas, เชสเตอร์, บอนชอน แต่ในตลาดไก่ทอดยังมีผู้เล่นหน้าใหม่โดยเฉพาะไก่ทอดสไตล์เกาหลีเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

รายได้ราว ๆ 2,000  ล้านบาทของเบอร์เกอร์คิงในไทยนั้นมาจาก

80% เมนูเบอร์เกอร์

20% มาจากเมนูอื่น ๆ

I-

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน