คุณใช้เงินสดจ่ายเงินครั้งสุดท้ายเมื่อไร?
เมื่อกี้นี้ กับร้านขายของชำข้างบ้าน
เมื่อวันก่อน ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอย
หรือไม่ได้ใช้เงินสดมากกว่าอาทิตย์นึงแล้ว
จากการสำรวจของวีซ่าพบว่าคนไทย 82% มีการใช้จ่ายในรูปแบบ Cashless Society และ 51% พกเงินสดน้อยลง ข้อมูลนี้เป็นการสำรวจคนไทย 1,000 คน อายุ 18-65 ปี รายได้ 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ที่วีซ่านำมาเผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2564
พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ นอกจากการผลักดันของภาครัฐและภาคเอกชน สร้างความคุ้นเคยในการใช้จ่ายในรูปแบบ Cashless ผ่านโครงการ บริการ และแคมเปญต่างๆ เช่น โครงการพร้อมเพย์ การชำระเงินผ่าน QR Code การให้บริการชำระเงินผ่าน ePayment, eMoney บัตรเครดิต และเดบิต
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังเป็นหนึ่งในตัวแปรที่ทำให้ผู้บริโภคลดการใช้เงินสด และหันมาใช้บริการในรูปแบบ Cashless เพื่อลดอัตราเสี่ยงในการแพร่ระบาดแทน
จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ในปี 2563 ประเทศไทยมีการทำธุรกรรมในรูปแบบ Cashless มากถึง 63,635,551 ล้านบาท
โดยเป็นธุรกรรมทั้งหมดนี้เป็นธุรกรรมที่มาจากการโอน การชำระเงินค่าสินค้าและบริการมาจากช่องทาง
Internet Banking 28,378,000 ล้านบาท
Mobile Banking 33,459,000 ล้านบาม
eMoney 309,551 ล้านบาท
บัตรเดบิต 180,000 ล้านบาท
บัตรเครดิต 1,309,000 ล้านบาท
แต่ถ้าให้มองเฉพาะในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 มูลค่าธุรกรรมผ่าน Cashless รวมทั้งสิ้น 12,218,414 ล้านบาท มาจาก
Internet 4,870,000 ล้านบาท
Mobile 7,068,000 ล้านบาท
eMoney 58,414 ล้านบาท
บัตรเดบิต 27,000 ล้านบาท
บัตรเครดิต 195,000 ล้านบาท
.
การที่คนไทยหันมาสู่การชำระเงินในรูปแบบ Cashless นอกจากจะเป็นผลดีในเรื่องของการลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคแล้ว ยังเป็นการลดการถูกโจรกรรมเงินสด เงินสดสูญหาย และอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค
การลดการใช้เงินสดยังเป็นการลดภาระและค่าใช้จ่ายแฝงที่จะเกิดขึ้นกับการใช้เงินสดอีกด้วย
ในเดือนธันวาคม 2564 ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ทั้งประเทศไทยมีเงินสดหมุนเวียนมากถึง 1,812,690 ล้านบาท เป็นเงินสดหมุนเวียนที่ไม่รวมเงินสดที่อยู่ในมือสถาบันรับฝากเงินและรัฐบาล
และเมื่อรวมทั้งหมดจะมีเงินสดหมุนเวียนในมือสถาบันรับฝากเงินและรัฐบาลจะมีเงินสดหมุนเวียนทั้งสิ้น 2,174,750 ล้านบาท
แบ่งเป็นธนบัตร 2,094,450 ล้านบาท และเหรียญกษาปณ์ 80,300 ล้านบาท
และเมื่อดูที่ต้นทุนการผลิตของธนบัตรอ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2561 จะมีต้นทุนการผลิตธนบัตรฉบับละ 0.1-2.1 บาท ขึ้นอยู่กับมูลค่าของธนบัตร โดยธนบัตรพันบาท มีต้นทุนสูงสุดคือ 2.1 บาท
แต่ถ้ามารวมกับต้นทุนในการเก็บรักษา ขนส่ง และกระจายไปถึงมือผู้บริโภค จะมีต้นทุนทั้งหมดรวมกัน 50,000 ล้านบาทต่อปี
ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนไทยจะธนบัตรชำระเงินสดเฉลี่ยธุรกรรมละ 3.7 ฉบับ ทำให้มีต้นทุนต่อธุรกรรมเฉลี่ย 1.26 บาท
สำหรับการชำระเงินในรูปแบบ Cashless ถ้าไม่รวมต้นทุนในการพัฒนาระบบ จะมีต้นทุนเฉลี่ยธุรกรรมละ 0.1-0.4 บาทเท่านั้น
แต่ข้อเสียของการใช้เงินในรูปแบบ Cashless คือประเทศไทยมีแพลตฟอร์มการชำระเงินในรูปแบบ Cashless หลายรูปแบบ และส่วนใหญ่ไม่มีการเชื่อมโยงระบบข้อมูลกัน ประกอบกับจุดรับชำระเงินในรูปแบบ Cashless ทุกจุดไม่ได้รองรับการชำระเงินทุกแพลตฟอร์ม ทำให้ผู้ใช้งานต้องมีแอปพลิเคชั่น หรือแพลตฟอร์มการชำระเงินหลายแพลตฟอร์มเพื่อใช้จ่ายแทนเงินสด
รวมถึงจุดรับชำระเงินในรูปแบบ Cashless ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ
และผู้บริโภคบางส่วนไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้เงินในรูปแบบ Cashless จากความคุ้นเคยเดิมๆ ที่มีอยู่ ทำให้การใช้เงินสดยังคงมีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันของคนไทยอยู่มาก
แต่เราเชื่อว่าในอนาคต ประเทศไทยจะเปลี่ยนไปสู่ Cashless Society มากกว่านี้แน่นอน


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน