‘ธุรกิจอีเวนต์’ หนึ่งในธุรกิจที่ได้ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

จนถึงตอนนี้ยังคงสาหัสไม่น้อย

แม้ผู้ประกอบการจะเร่งปรับตัวจากการจัดอีเวนต์ออฟไลน์ มาจัดอีเวนต์ออนไลน์ จัดอีเวนต์แบบไฮบริดชดเชยรายได้

แต่ก็ยังไม่พอ

จึงต้อง diversify ไปในธุรกิจใหม่ๆ แบบที่ไม่เคยทำมาก่อน

เช่นเดียวกับ “อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ” ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอีเวนต์ ที่วันนี้หัวเรือใหญ่อย่าง “เกรียงไกร กาญจนะโภคิน” ออกมาแชร์มุมมองการปรับตัวของธุรกิจ และมุมคิการทำงานในวิกฤตช่วงที่ผ่านมาผ่านสัมมนาออนไลน์ Live Concern : เพลย์ลิสต์ พลิกเกมธุรกิจ จัดโดยธนาคารกสิกรไทย

เกรียงไกร เล่าให้ฟังว่า เพราะธุรกิจอีเวนต์มีความอ่อนไหวมาตลอด บทเรียนจากการทำธุรกิจเหล่านั้นทำให้บริษัทมีภูมิคุ้มกัน ที่ผ่านมาอินเด็กซ์ ครีเอทีฟเองจึงปรับพอร์ตอยู่ตลอดเวลา  หนึ่งในกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงคือการขยายธุรกิจไปต่างประเทศให้มากขึ้น

แต่พอมาเจอโควิด-19 นี่คือเรียบร้อย บทเรียนจากการปรับตัวที่คิดว่าจะช่วยได้เท่ากับศูนย์ ออฟไลน์อีเวนต์ทั้งในไทย และต่างประเทศจัดไม่ได้

จากปี 2562  มีรายได้เป็นพันล้าน พอมาเจอโควิด-19 ทำให้อินเด็กซ์ ครีเอทีฟศูนย์เสียรายได้ไปกว่า 1,400 ล้านบาท

ปิดปี 2563 มีรายได้ราว 460 ล้านบาทเท่านั้น

เรียกได้ว่าตอนนั้นแคชโฟลว์ของบริษัทเท่ากับศูนย์ แต่บริษัทยังมีต้นทุนพนักงานกว่า 300 คน และมีค่าใช้จ่าย fix cost  ที่ 25 ล้านบาท แล้วอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ ปรับตัวอย่างไร

เกรียงไกรให้มุมมองไว้ว่า การปรับตัวเร็ว  ความยืดหยุ่น และการมองหาธุรกิจใหม่ๆ ตลอดเวลาคือทางออกที่จะทำให้อยู่รอด

“ต้องรู้จักตัวเอง เวลามีอะไร speed เป็นเรื่องสำคัญ ทุกอย่างต้องเร็ว ต้อง dynamic จริงๆ โลกทุกวันนี้มันเร็วกว่าเดิมเยอะ ไม่ได้มีคู่แข่งแค่ในประเทศ โลกพร้อมจะปรับเปลี่ยนตลอดเวลา”

และต้องทำธุรกิจแบบ ‘หมาข้างถนน’ ที่ต้องระมัดระวัง และมองหาโอกาสตลอดเวลา และ ‘ไม่ใช่สิงห์ติดปีก’ ต้องไม่คิดว่าสิ่งที่ทำมันดีที่สุด แต่ต้องพัฒนาทำธุรกิจไปเรื่อยๆ

แล้วที่ผ่านมาอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ ขยายธุรกิจใหม่ทำอะไรไปแล้วบ้าง

ทางรอดของอินเด็กซ์ฯ ในปีที่ผ่านมาเริ่มมาจากพนักงานตัวเล็กๆ ในทีมที่ของบ 60,000 บาท ไปเปิดบริษัทบริการฆ่าเชื้อ แต่ต้องใช้เวลาแค่ไหนถึงจะคุ้มทุน จึงกลับมานั่งคิดเบรนสตอมกันจนกลายมา เป็น KILL & KLEAN เป็นธุรกิจใหม่ และขายเป็นแฟรนไชส์

ที่แม้ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนแต่วันนี้  Kill & Klean ปัจจุบันมีแฟรนไชส์อยู่ 25 แห่ง ใน 6 ประเทศ

นอกจากนี้อินเด็กซ์ฯ ยังเสริมพอร์ตด้วยธุรกิจที่ดึง painpoint ของธุรกิจโรงแรมที่ไม่มีนักท่องเที่ยว โรงพยาบาลไม่มีลูกค้า มาเกิดเป็นธุรกิจใหม่เพื่อรองรับในอนาคตในชื่อ ANYA MEDITEC  บนแนวคิด BRING HOSPITAL TO HOTEL เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงระหว่าง hospital-hotel เข้าด้วยกัน

ให้บริการเริ่มตั้งแต่การตรวจ screening test ทำ sleep test ต่างๆ และเตรียมออกแบบโปรแกรมรักษาใหม่ๆ ในอนาคตรองรับนักท่องเที่ยวกลับมา

ส่วนธุรกิจเดิมที่แม้จะยังจัดอีเวนต์ไม่ได้แบบ 100% อินเด็กซ์ฯใช้ข้อดีของการที่มีบริษัทย่อยๆ ที่มีอยู่ครบในซัพพลายเชนธุรกิจอีเวนต์ มาจัดเอีเวนต์เฮ้าส์ ออฟ อิลลูมิเนชั่น ,ไลท์ เฟสต่างๆ

ล่าสุดปรับตัวลุยธุรกิจใหม่แฟรนไชส์ร้านสะดวกซักหยอดเหรียญในชื่อ “KK Wash” ที่ตั้งเป้ามี 200 สาขาในปีนี้

ที่ทั้งหมดนี้คือบทเรียนในการทำธุรกิจที่ทำแค่ธุรกิจเดียวไม่พอ

ส่วนธุรกิจอีเวนต์จะกลับมาได้เมื่อไร หัวเรื่อใหญ่ของอินเด็กซ์ ครีเอทีฟมองว่า ต.ค. นี้น่าจะกลับมาได้



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน