ยอดค้าปลีกในช่วงครึ่งหลังปี 2564 คาดว่ายังคงหดตัวต่อเนื่อง

แต่น่าจะมีทิศทางดีกว่าครึ่งปีแรก

จากปัจจัยอย่างการระบาดของโควิดระลอก 3 ที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

และจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ในอัตราที่สูงยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันการเติบโตของยอดขายค้าปลีกในปี 2564 ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว

สะท้อนได้จากยอดขายค้าปลีกในช่วงไตรมาส 1/64 ยังคงหดตัวที่ 2.2% (YoY) แม้ว่าจะมีมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐเข้ามาช่วยอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นมาตรการกระตุ้นระยะสั้น

กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่กลับมาและผู้บริโภคบางรายต้องสูญเสียรายได้จากการตกงาน เพราะธุรกิจไม่สามารถประคับประคองหรืออยู่รอดได้

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ช่วยครึ่งปีหลังแม้บรรยากาศน่าจะดีขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญกับปัจจัยต่างๆ ที่อาจะจะส่งกระทบต่อการเพิ่มยอดขาย  และยอดขายน่าจะยังหดตัว

คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 ยอดค้าปลีกจะหดตัวเล็กน้อยที่ 0.2% (YoY) และทั้งปีน่าจะหดตัวต่อเนื่องที่ 2.0%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังมองอีกว่า สิ่งที่ต้องจับตาคือ การฉีดวัคซีนในช่วง 2-3 เดือนนี้ รวมถึงไม่มีการระบาดระลอกใหม่ที่รุนแรงเกิดขึ้น ที่จะมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่จะออกมาใช้จ่ายโดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจ

เช่น สามารถฉีดวัคซีนได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 5 ล้านโดส หรืออาจจะมียอดการฉีดวัคซีนสะสมไม่ต่ำกว่า 20 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนกันยายน แม้ว่าอัตราการฉีดวัคซีนดังกล่าวจะยังไม่เพียงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) สำหรับทั้งประเทศ

แต่ในจังหวัดสำคัญโดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต กรุงเทพฯ สุราษฎร์ธานี หากภายในสิ้นเดือนสิงหาคม % ความครอบคลุมของการฉีดวัคซีนเข็มแรกไม่ต่ำกว่า 50% ของประชากรในแต่ละจังหวัด ก็ยังมีโอกาสที่จะเปิดการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ยอดขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของผู้ประกอบการน่าจะยังขยายตัวต่อเนื่องได้ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหารและของใช้จ าเป็นในชีวิตประจำวัน (FMCG)

ขณะที่ Modern trade กลุ่มซูเปอร์มาร์เก็ตและไฮเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นจำหน่ายสินค้าอาหาร และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันคาดว่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้เล็กน้อยในช่วงครึ่งปีหลัง

ส่วนค้าปลีก Modern trade ที่เน้นจำหน่ายสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร (Non-food) โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีกเฉพาะในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง ของตกแต่งบ้าน น่าจะยังไม่ฟื้นตัวต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า นอกจากการเร่งกระจายวัคซีนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและทำให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินกิจการได้แล้ว

ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ผู้ประกอบการอาจจะเผชิญกับความท้าทายในเรื่องของต้นทุนธุรกิจหรือราคาสินค้าที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้น

หากต้นทุนหรือราคาสินค้ามีการปรับเพิ่มขึ้น1% อาจจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคโดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกาลังซื้อปานกลางลงมาจนถึงกลุ่มฐานราก

คาดว่าจะกระทบต่อยอดขายของค้าปลีกราว 23,600-23,800 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี กลยุทธ์ลดราคา ทำโปรโมชั่นยังจำเป็นเพื่อให้ธุรกิจยังมีกระแสเงินสดเข้ามาหมุนเวียนและประคองธุรกิจ



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน