ตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง

แม้จะไม่ค่อยเห็นมูฟเมนต์ทางการตลาด หรือโฆษณาบ่อยนัก แต่แข่งขันกันไม่น้อยเพราะมีแบรนด์ให้เลือกมากกว่า 10 แบรนด์

ปีที่ผ่านมาแน่นอนว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ

กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ FMCG ขยายตัวลดลง 6.7%

ขณะที่ตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงในกลุ่ม ‘สเปรย์กำจัดแมลง’ เติบโต 4%

กลุ่มสเปรย์กำจัดแมลงคือเซกเมนต์ใหญ่ที่สุดของตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงรวม

มีมูลค่าตลาดราว 2,500 ล้านบาท

แบ่งเป็นสเปรย์กลุ่มกำจัดแมลงรวม 59%
สเปรย์กลุ่มกำจัดปลวกและแมลงคลาน 24%
สเปรย์กลุ่มกำจัดยุง 17%

(ข้อมูลจากรายงานดัชนีค้าปลีกของ Nielsen มี.ค. 2019)

แล้วตลาดสเปรย์กำจัดแมลงแข่งขันกันที่ตรงไหน

เรามองว่า

เรื่องของประสิทธิภาพการใช้งานมาเป็นอันดับต้น ๆ สเปรย์กำจัดแมลงฉีดแล้วเห็นผลทันที จึงทำให้ตลาดสเปรย์กำจัดแมลงเป็นทางเลือกอันดับแรก

การเป็นทางเลือกอันดับแรก ๆ ของผู้บริโภคนี้เองจึงทำตลาดสเปรย์กำจัดแมลงยังมีมูลค่ามากที่สุด

ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ หรือแบรนดิ้งยังเป็นปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้าแทบจะทุกกลุ่มไม่เว้นแม้แต่สเปรย์กำจัดแมลง

และยิ่งกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มวัยแม่บ้าน ที่ต้องดูแลบ้าน และคนในครอบครัว ความแข็งแกร่งของแบรนด์ยังมีผลต่อการหยิบเลือกซื้ออยู่เสมอ

แม้จะมีกลุ่มคนที่ที่จงรักภักดีกับแบรนด์ แต่ก็ยังมีไม่น้อยที่ไม่ได้มองเรื่องแบรนดิ้งเป็นหลัก แต่พิจารณาเรื่อง ‘ราคา’ เป็นสิ่งสำคัญ

เพราะหากลองไปสังเกตเชลฟ์ดี ๆ ราคาของสเปรย์กำจัดแมลงแต่ละแบรนด์ราคาต่างกันไม่กี่บาทเท่านั้น

สิ่งสำคัญคือความเป็นมิตร ที่แม้จะไม่เป็นมิตรต่อแมลง แต่จะต้องเป็นมิตรกับผู้บริโภคที่ซื้อไปใช้

และการเพิ่มมูลค่ายกระดับให้สเปรย์กำจัดแมลง ด้วยการแต่งกลิ่นให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นหอมต่าง ๆ

บวกกับใส่นวัตกรรมใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์กำจัดแมลงแบบโฟม ฯลฯ ที่จะทำให้ผู้ใช้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

I-



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน