สหภาพยุโรป (EU) มีคำสั่งว่าต่อไปอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ทั้งหมดโดยเฉพาะ Smartphone ที่วางจำหน่ายอยู่ในยุโรป จะใช้หัวชาร์จได้เฉพาะแบบ Type C เท่านั้น ตามแผนลดขยะอิเล็กโทรนิกส์ และลดความยุ่งยากของผู้บริโภคที่ปัจจุบันต้องมีสายชาร์จหลายอัน หรืออาจต้องซื้อใหม่แบบใช้แล้วทิ้งหากเกิดลืมขึ้นมา

คำสั่ง (Directive) ดังกล่าวผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการยุโรปวานนี้ เป็นการปรับแก้คำสั่งเรื่องอุปกรณ์วิทยุ และเป็นการรับลูกต่อมาจากการพิจารณาของรัฐสภายุโรปเมื่อปี 2020

โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 2 ปีจากนี้ชาติสมาชิก EU ทั้งหมดต้องทำตาม และยังครอบคลุมไปถึง Tablet กล้องถ่ายรูป ลำโพงแบบพกพาและ Joystick ของเครื่องเล่นเกมต่างๆ ด้วย

นี่จึงส่งผลให้ 2 ปีจากนี้แบรนด์เทคโนโลยีทั้งหมดที่ส่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายหรือผลิตใน EU ต้องเปลี่ยนไปใช้หัวชาร์จและรูเสียบชาร์จแบบ Type C ได้เพียงแบบเดียว และหัวชาร์จแบบ Micro USB และ Lightning ใช้ไม่ได้อีกต่อไป

EU ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้วชาวยุโรปมีสายชาร์จอยู่คนละ 3 เส้น แต่มี 38% เคยประสบปัญหาลืมพกติกไปเมื่อออกไปนอกบ้าน และจึงไม่สามารถหายืมได้อย่างน้องหนึ่งครั้ง จนต้องซื้อสายชาร์จใหม่แบบฉุกเฉิน คิดเป็นเงินที่สูญไปถึงปีละ 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 93,600 ล้านบาท)  

ตามข้อมูลเมื่อปี 2018 ของ EU ระบุว่า ครึ่งหนึ่งของ Smartphone ในตลาดใช้หัวชาร์จแบบ Micro USB อีกที่เหลืออีก 29% และ 21% เป็นแบบ Type C และ Lightning ตามลำดับ

ย้อนไปเมื่อปี 2009 EU แบรนด์เทคโนโลยีหลายแบรนด์ซึ่งมี Samsung Huawei และ Apple รวมอยู่ด้วย เคยลงนามเพื่อ เปลี่ยน หัวชาร์จเป็นแบบ Type C โดยสมัครใจแล้ว

แต่ดูเหมือนว่ากลุ่ม Smartphone ในระบบปฏิบัติการ Android เช่น Samsung และกลุ่มแบรนด์จีนจะให้ความร่วมมือมากกว่า โดยได้ทยอยเปลี่ยนเป็นแบบ Type C ไปแล้ว

แต่หัวสายชาร์จของ iPhone และ Gadget ตระกูล i รุ่นต่อๆ มาของ Apple ก็ยังเป็นแบบ Lightning ดังนั้นคำสั่งของ EU ครั้งนี้จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Apple และทำให้อาจต้องเปลี่ยนไปใช้แบบ Type C เต็มตัว

Apple ระบุว่าคำสั่งของ EU จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคใน EU และยังเป็นการตีกรอบการพัฒนานวัตกรรมอีกด้วย

แม้เวลาอีก 2 ปีในการปรับเปลี่ยนและมีแท่นชาร์จไร้สายซึ่งรอดพ้นคำสั่งของ EU แต่ Apple ก็ยังไม่พอใจจากหลายสาเหตุ เพราะต้องเปลี่ยนไปใช้หัวชาร์จแบบ Type C เหมือนของ Smartphone กลุ่ม Android ซึ่งถือเป็นคู่แข่ง

และที่สำคัญต้องสูญเงินก้อนใหญ่จากค่าลิขสิทธิ์ในการเข้าถึงรายละเอียด Gadget ตระกูล i (Made for iPhone/iPad/iPod-MFi) จากผู้ผลิต Gadget และ Software บริษัทต่างๆ ด้วยไปโดยปริยายนั่นเอง / theverge, theguardian, cnn, bbc, cnbc



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน