การจับจ่ายผู้บริโภคในเดือนตุลาคมลดลงแค่ไหน
กำลังซื้อลดลง แต่ของใช้จำเป็นกลับเติบโต
จากการสำรวจของ Nielsen พบการใช้จ่ายต่อครัวเรือนของคนไทยเมื่อเปรียบเทียบระหว่างเดือนตุลาคม กับกันยายนที่ผ่านมา พบว่าคนไทยใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคตามห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต ลดลง 6.5% จาก 1,443 บาท เหลือเพียง 1,350 บาท และยังลดความถี่ในการจับจ่ายลง 4.9% จาก 5.8 ครั้ง เหลือเพียง 5.5 ครั้ง โดยกรุงเทพ ปริมณฑลติดลบ 8% ต่างจังหวัดติดลบ 3% จากปัจจัยทางสังคมที่ทำให้มู้ดคนกรุงเทพมีความรู้สึกไม่พร้อมที่จะออกมาจับจ่ายมากกว่าคนต่างจังหวัดพร้อมยอดการใช้จ่ายต่อครั้งลดลง 1.7% เหลือ 244 บาทต่อทริป จาก 248 บาท
แต่การใช้จ่ายที่ลดลงกับซ่อนอะไรบ้างอย่างไว้อยู่ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเดือนตุลาคม กับเดือนกันยายน สินค้าประเภทอาหาร วัตถุดิบและเครื่องปรุงในการประกอบอาหารกลับมีการเติบโต 4.1% ในเชิงมูลค่า และ3.8% ในเชิงปริมาณเนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน และมีองค์กรต่างๆ นำวัตถุดิบต่างๆ มาประกอบอาหารแจกผู้เข้าร่วมถวายความอาลัยจำนวนมาก และสิ่งที่ทำให้เชิงมูลค่าเติบโตกว่าปริมาณเพราะสินค้ามีราคาสูงขึ้นตามค่าเงินเฟ้อในประเทศ
ส่วนสินค้าที่ได้รับผลกระทบที่สุดคือสินค้าประเภทแอลกอฮอล์และบุหรี่ที่ติดลบ 0.8% ในเชิงมูลค่า และ 9.3% ในเชิงปริมาณจากอารมณ์ที่โศกเศร้า และการปิดสถานบริการกลางคืนตามประกาศของรัฐบาลให้เกิดการสังสรรค์น้อยลง
สะดวกซื้อยอดขายตก แต่ไฮเปอร์มาร์เก็ตเริ่มกระเตื้อง
ช่องทางจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในช่องทางต่างๆ ของเดือนตุลาคมที่ผ่านมามีความน่าสนใจคือไฮเปอร์มาร์เก็ตกลับเป็นช่องทางที่มีการใช้จ่ายเพิ่มเมื่อเทียบเดือนก่อนหน้านั้นที่ติดลบถึง 6.6% เป็นติดลบ 2.3% ดึงธุรกิจที่ติดลบกระเตื้องขึ้น ส่วนหนึ่งจากผู้บริโภคบางกลุ่มซื้อวัตถุดิบประกอบอาหาร น้ำดื่มแจกฟรีตามท้องสนามหลวง และผู้บริโภคซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารเองที่บ้านแทนการทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น
ส่วนร้านสะดวกซื้อกลับกลายเป็นช่องทางจับจ่ายที่มีการจับจ่ายลดลงจากเติบโต 12.5% ในเดือนกันยายน เหลือ 8.3% ในเดือนตุลาคม จากการบริโภคนอกบ้านน้อยลง
November in the Rain กำลังซื้อยังคลุมเครือ
โดยปกติของทุกๆ ปี การจับจ่ายในเดือนพฤศจิกายนจะมีการเติบโตกว่าเดินตุลาคมจากแบรนด์สินค้าต่างๆ เริ่มทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ช่วงชิงกำลังซื้อในเดือนธันวาคมซึ่งเป็นเดือนที่มีการจับจ่ายสูงสุดของปี แต่กลับกลายเป็นว่าในเดือนพฤศจิกายนปีนี้การจับจ่าย FMCG กลับติดลบ 3.4% ในเชิงมูลค่า และติดลบ 6.4% ในเชิงปริมาณ แต่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น 3% ตามอัตราเงินเฟ้อ
และในสิ้นปีรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการช็อปช่วยชาตินำเงินใช้จ่ายระหว่างวันที่ 14-31 ธันวาคมมาลดหย่อนภาษี คาดการณ์จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายสูงขึ้นได้
แต่ก็เพียงระยะเวลาสั้นๆ เพราะอารมณ์ในการจับจ่ายผู้บริโภคอาจยังไม่กลับมามากนัก และมองว่าในเดือนมกราคมปีหน้าการจับจ่ายยังคงเติบโตแบบต่ำๆ ต่อไปอีกสักพักใหญ่
ที่มา : Nielsen สำรวจผู้บริโภค 2-10 พฤศจิกายน 2559
นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางค้นหา
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนประเทศเติบโต และนับตั้งแต่มกราคม-ตุลาคม 2559 การท่องเที่ยวไทยเติบโต 11% จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเดือนตุลาคมเติบโต 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา โดยในเดือนตุลาคมประเทศที่มีการเติบโตสูงสุดได้แก่ ตะวันออกกลาง (Middle East) เติบโต 29.4% ยุโรป เติบโต 10.7% อเมริกา เติบโต 8.2% แอฟริกา เติบโต 2.1% จากการหนีหนาวมาหาประเทศทีอบอุ่นกว่า ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการแพลนแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้า ส่วนประเทศที่ท่องเที่ยวไทยลดลงได้แก่จีน ลบ 16.2% จากทัวร์ศูนย์เหรียญที่หายไป และโอเชียเนียติดลบ 6.1%
