เพราะคนไทยไม่หยุดสวย และต้องโชว์หน้าตาผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งมีอิทธิพลต่อตลาดศัลยกรรมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสวยโชว์เพื่อนผ่านโซเซียล
ตลาดศัลยกรรมในประเทศไทยจึงเป็นตลาดที่หอมหวนด้วยมูลค่า 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ศัลยกรรมจากโรงพยาบาล 70% จากคลินิกความงาม 30% มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 20% ในทุกปี ถึงแม้เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ตาม
และเมื่อนับจากปี 2555 ตลาดศัลยกรรมความงามมีมูลค่าเพียง 19,500 ล้านบาทเท่านั้น ด้วยคู่แข่งหน้าใหม่ที่ตบเท้าเข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาด ในวันที่ภาครัฐว่างนโยบายส่งเสริมไทยเป็นฮับการท่องเที่ยวทางการแพทย์ สุขภาพและความงาม

ยันฮี สวยแบบไทยที่คนต่างชาตินิยม
รพ. ยันฮีได้ขึ้นชื่อว่าเป็น สถาบันศัลยกรรมความงามที่อยู่คู่ตลาดไทยมาเป็นเวลานาน มองเห็นโอกาสการเติบโตในตลาดศัลยกรรมความงามจากลูกค้าทั้งไทยและเทศ ที่ต้องการอัพความงามเสริมบุคลิกมากขึ้น จนปัจจุบันมีผู้มารับการศัลยกรรมตกแต่งประมาณ 100 คนต่อวัน จากหมอศัลยกรรมตกแต่ง 16 คน โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการมากที่สุดได้แก่ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน ดูไบ เวียดนาม ลาว เมียนมา
เพื่อรองรับการเติบโตยันฮีทุ่ม 800 ล้านขึ้นตึกใหม่ สามารถเพิ่มเตียงผ่าตัดเล็กจาก 20 เตียงเป็น 30 เตียง โดยคาดการณ์แล้วเสร็จ 2561 พร้อมเพิ่มหมอศัลยกรรมตกแต่งเป็น 20 คนใน อนาคตพัฒนาการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้อยู่อันดับต้นๆ และเพิ่มศักยภาพของบุคลากรผ่านการศึกษาดูงานในต่างประเทศทุกปี
โดยในปีนี้ยันฮีคาดหวังว่าคาดการณ์รายได้เติบโต 15% จากโปรโมชั่นส่วนลด 5-10% และแคมเปญสวยก่อน ผ่อนทีหลัง ร่วมกับธนาคารจัดผ่อนชำระ 0% จูงใจให้ผู้สนใจศัลยกรรมตัดสินใจศัลยกรรมเพื่อความงามง่ายขึ้น
วอนจิน บิวตี้ ยกรพ.เกาหลีมาที่ไทย
เมื่อเกาหลีแลนด์เป็นแดนศัลยกรรมที่ขึ้นชื่อเรื่องการศัลยกรรมความงามและเทคโนโลยีการแพทย์ที่ก้าวหน้า สวย-หล่อ ฉบับ K-Pop เกาหลี จนชาวไทยหลายที่อยากดูดีแบบ K-Pop ยอมลงทุนบินไปทำศัลยกรรมที่เกาหลีเลยทีเดียว
ศัลยกรรมความงามฉบับเกาหลีเป็นที่หมายปอง “วอนจิน บิวตี้ เมดิคอล กรุ๊ป” โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ ประจำปี 2559 จาก The Korean Association of Plastic Surgeons สมาพันธ์ศัลยแพทย์เกาหลีที่เน้นการป้องกันการศัลยกรรมอย่างผิดกฎหมายและยกระดับคุณภาพบริการทางการแพทย์ทั้งในเกาหลีและในต่างประเทศที่มีผู้เข้าบริการศัลยกรรมตกแต่งเฉลี่ยปีละ 35,000 ราย จึงเห็นโอกาสอันงดงามในการบุกตลาดศัลยกรรมไทยด้วยการร่วมทุนนักธุรกิจไทย
การลงทุนในธุรกิจศัลยกรรมในครั้งนี้ได้ใช้งบประมาณการลงทุนไว้ 200 ล้านบาท แบ่งการลงทุนออกเป็น 2 เฟส คือ
ในเฟสแรกเป็นการเปิดให้บริการคลินิก วอนจินแอทเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ในลักษณะแฟล็กชิพสโตร์ ขนาดพื้นที่ 116 ตารางเมตร ให้บริการ 3 บริการหลักได้แก่ หนึ่ง-ให้คำปรึกษา และแนะเกี่ยวกับศัลยกรรมความงาม ประเมินงบประมาณในการศัลยกรรม พร้อมเป็นตัวแทนประสานงาน ส่งตัวผู้ใช้บริการไปทำศัลยกรรมที่ รพ. วอนจิน เกาหลีใต้ ในราคาคนเกาหลีที่ถูกกว่าราคาของชาวต่างชาติถึง 30-40%
สอง-บริการ Medinent เทคนิคเฉพาะในการสักคิ้ว ขอบตา และริมฝีปากกึ่งถาวร สาม- จำหน่ายเวชสำอางภายใต้แบรนด์ Dr.Jin และแบรนด์ Cellium ที่คิดค้นและพัฒนาโดยศูนย์วิจัยของวอนจิน Wonjin Bio Health Care ได้มาตรฐานรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.)
เฟสที่สองเปิดรพ.ให้บริการด้านศัลยกรรมและความงามครบวงจรบนพื้นที่ 3,500 ตารางเมตร บนทำเลที่มองไว้เบื้องต้น 2-3 แห่ง ด้วยจุดเด่นบริการมาตรฐานเดียวกับรพ.วอนจินในประเทศเกาหลีใต้ มีแผนกศัลยกรรม ดูแลผิวพรรณ ดูแลรักษาฟัน และเอนไทร์เอจจิ้ง
เพราะความสวยหยุดไม่ได้ และสังคมไทยให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตามากขึ้น จนคนรุ่นใหม่เกิดแนวคิดการทำศัลยกรรมเป็นการลงทุนให้กับตัวเอง เพิ่มบุคลิกภาพในการทำงาน และเพิ่มโอกาสในการได้งานที่ดีเงินเดือนทีดีตลาดนี้จึงเติบโตแม้เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรก็ตาม
2556-2558 คนไทยนิยมศัลยกรรมความงามอะไร
เสริมจมูก 30%
เลเซอร์หน้าใส 16.7%
สักคิ้ว 15.2%
อื่น ๆ เช่น ร้อยไหมโบท๊อกซ์ ตาสองชั้น ฉีดฟิลเลอร์ เสริมหน้าอก และผ่าตัดริมฝีปาก 38.1%
ที่มา : ประชุมสัมมนาวิชาการระดับชาติ ประจำปี 2559 คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 1ก.ค. 2559 จากผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างเพศหญิง 400 รายที่ทำศัลยกรรมตั้งแต่ปี 2556-2558
ไทย ศูนย์กลางทางการแพทย์เอเชีย
ประเทศไทยมีชื่อเสียงด้านศูนย์กลางทางการแพทย์แห่งเอเชีย และเป็นที่ยอมรับในฐานะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางการแพทย์ด้วยส่วนแบ่งตลาด 40% จากตลาดท่องเที่ยวทางการแพทย์ทั่วโลก ด้วยจุดเด่นด้านเทคโนโลยี บุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญ การให้บริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานสูง วัดได้จากสถิตินักท่องเที่ยวเดินทางมานรักษา 2.5 ล้านคนที่เดินทางมาด้วยเหตุผลทางการแพทย์และเติบโต 15% ในทุกๆ ปี
