กำลังเป็นกระแสสำหรับร้านไอศกรีม สเวนเซ่นส์ (Swensen’s) สาขาสยาม พารากอน ที่มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ ทั้งขยับโลเคชั่น ขยายพื้นที่ ดีไซน์ใหม่สดใสสะดุดตา และที่สำคัญมี “สเวนเซ่นส์ คราฟท์ บาร์” (Swensen’s Craft Bar) ไอศกรีมทำมือสูตรพิเศษ ซึ่งเป็นคราฟท์บาร์แห่งแรกและแห่งเดียวในโลก

สเวนเซ่นส์ คราฟท์ บาร์ (Swensen’s Craft Bar) คือ แฟลกชิปสโตร์ สาขาใหม่ที่ต่อยอดความสำเร็จจากโมเดลแฟลกชิปสโตร์ในต่างจังหวัด (ย้อนอ่านได้ที่ https://wp.me/p7IvfP-KCH) ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยการออกแบบตกแต่งร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะสาขา มี Storytelling เป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญ ทำให้สเวนเซ่นส์ตัดสินใจสานต่อความสำเร็จนี้

ความพิเศษของสเวนเซ่นส์ คราฟท์ บาร์ คือ ไอศกรีมที่เกิดจากงานฝีมือทำกันสด ๆ ให้เห็นที่หน้าร้าน โดยในเฟสแรกมีให้ลอง 6 รสชาติ บวกกับการตกแต่งร้านสไตล์มินิมอล ทำให้แฟลกชิปสโตร์สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ผู้บริโภคได้ไม่น้อย

แต่อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ สเวนเซ่นส์ ตัดสินใจทำแฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ใจกลางเมืองอย่างสยาม พารากอน และทำไมต้องเป็นคอนเซ็ปต์ สเวนเซ่นส์ คราฟท์ บาร์?

อนุพนธ์ นิธิยานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด ในเครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตอบคำถามนี้กับ Marketeer ว่า

“จากความสำเร็จของ Regional Flagship Store ทั้ง 3 สาขาที่ภูเก็ต น่าน และยะลา ทำให้เราเรียนรู้ว่าการสร้างเรื่องราวความพิเศษและการมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ คือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการและให้การตอบรับที่ดี ขณะเดียวกันจากการสำรวจพบว่า พฤติกรรมลูกค้าในกรุงเทพมหานครคือกลุ่มที่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ มากที่สุด เป็นที่มาของแฟลกชิปสโตร์ แห่งใหม่นี้”

เมื่อตั้งธงแล้วว่าจะสร้างแฟลกชิปสโตร์ที่มอบประสบการณ์ที่พิเศษให้กับคนกรุงเทพฯ  โจทย์สำคัญของสเวนเซ่นส์คือ เรื่องโลเคชั่น และ คอนเซ็ปต์ร้าน

“แม้ 3 แฟลกชิปสโตร์ที่ผ่านมาจะอยู่นอกห้างทั้งหมด แต่ด้วยเงื่อนไขเรื่องทำเล ที่จอดรถ รวมถึงความสะดวกสบายในการเดินทางทำให้ยากที่จะหาพื้นที่ที่ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ ประกอบกับช่วงนั้นสยาม พารากอนเปิดให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ร้าน ด้วยตัวห้างฯ ที่เป็นไพร์มโลเคชั่นตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีประชากรหลากหลาย รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์เปิดรับและมองหาความแปลกใหม่ตลอดเวลา ทั้งยังตอบโจทย์ข้างต้นทั้งหมด เราจึงตอบรับขยายพื้นที่พร้อมรีโนเวตร้านใหม่ให้เป็นแฟลกชิปสโตร์”

แล้วทำไมถึงต้องเป็นคราฟท์ บาร์?

ก่อนหาคำตอบ Marketeer อยากให้ลองเดากันเล่น ๆ ว่าตลอด 35 ปีที่ผ่านมา สเวนเซ่นส์ทำไอศกรีมมาแล้วกี่รสชาติ…คำตอบ คือ 1,000 กว่ารสชาติ  ไม่บอกก็คงรู้ว่าสเวนเซ่นส์คือมือวางอันดับหนึ่งด้านไอศกรีมในบ้านเรา

แล้วลองเดากันต่อว่า นอกจากเรื่องความเชี่ยวชาญแล้ว สเวนเซ่นส์ทำอย่างไรถึงสามารถกุมหัวใจคนรักไอศกรีมได้ทุกยุคสมัย…คำตอบคือสเวนเซ่นส์สร้างเทรนด์ใหม่ ๆ ให้ตลาด สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวมะม่วง ทุเรียน บิงซู ครัวซองต์ สเวนเซ่นส์เคยทำมาแล้วทั้งสิ้น

เมื่อความเชี่ยวชาญบวกกับการมี Movement อยู่เสมอ รวมถึงการปรับแบรนด์อิมเมจเพื่อขยายกลุ่มเป้าหมาย และให้ครอบคลุมการเป็น Dessert Destination…สเวนเซ่นส์ คราฟท์ บาร์ จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

(ซ้าย) ณพล ศิริมงคลเกษม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด ในเครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), (ขวา) อนุพนธ์ นิธิยานันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด ในเครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ณพล ศิริมงคลเกษม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สเวนเซ่นส์ (ไทย) จำกัด ในเครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) อธิบายเพิ่มเติมว่า

“สเวนเซ่นส์ คราฟท์ บาร์ ตอบโจทย์ลูกค้า กลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา คนทำงาน หรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่ชอบทดลองอะไรใหม่ ๆ ค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่นี่เรามีประสบการณ์ที่พิเศษและแปลกใหม่ของการรับประทานไอศกรีมที่เกิดจากงานฝีมือ โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพสร้างสรรค์ไอศกรีมรสชาติพิเศษ พร้อมเปิดประสบการณ์กับการสาธิตวิธีการทำไอศกรีมแบบสดใหม่จากสเปเชียลลิสต์

“บวกกับการออกแบบตกแต่งร้านด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย สไตล์มินิมอลลิสต์ ถูกใจคนชอบถ่ายภาพอัปเดตโซเชียล เหล่านี้คือ Storytelling จุดเด่นสำคัญของแฟลกชิปสโตร์แห่งนี้ ที่สามารถสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านไอศกรีมของสเวนเซ่นส์อย่างแท้จริง”

การเปิดตัว “สเวนเซ่นส์ คราฟท์ บาร์” แฟลกชิปสโตร์แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ของสเวนเซ่นส์ ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจ สำหรับการเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งของแบรนด์ใหญ่ ท่ามกลางการแข่งขันในยุคดิจิทัลที่มีคู่แข่งหน้าใหม่ทั้งรายเล็กรายใหญ่วนเวียนเข้ามา แต่สเวนเซ่นส์ยังคงความเป็นผู้นำที่สร้างเทรนด์ สร้างกระแสใหม่ ๆ ให้ตลาดอยู่เสมอ

อนุพนธ์กล่าวทิ้งท้ายว่า “คาดว่าสเวนเซ่นส์ คราฟท์ บาร์ จะเรียกกระแสตอบรับจากทั้งในโลกโซเชียลและที่ร้านได้เป็นอย่างดี โดยคาดการณ์ว่าจะช่วยดันยอดขายเติบโตขึ้นจากเดิม 50% และหากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จอาจได้เห็นอะไรใหม่ ๆ จากสเวนเซ่นส์อีกแน่นอน”

สำหรับใครที่อยากลิ้มลองไอศกรีมคราฟท์ บาร์ รสชาติละมุนลิ้น แนะนำให้ตรงดิ่งไปที่ร้านสเวนเซ่นส์ สาขาสยามพารากอน ชั้น G ในช่วงแรกนี้สเวนเซ่นส์มีไอศกรีมรสชาติพิเศษนำร่องมาถึง 6 เมนู ตั้งแต่

  • พิสตาชิโอ เฟอเรโร่ (Pistachios Ferrero) ไอศกรีมคราฟท์ ที่มีส่วนผสมของ เฮเซลนัตคั่วเคลือบช็อกโกแลต พร้อมเวเฟอร์บางกรอบและเฮเซลนัตแบบบดหยาบ ทอปเพิ่มด้วยพิสตาชิโอซิกเนเจอร์
  • แบล็ก ทรัฟเฟิล (Black Truffle) ที่มีส่วนผสมหลักคือเห็ดทรัฟเฟิลกับครีมนมสูตรพิเศษ
  • มิกซ์ เบอร์รี ซอร์เบท์ (Mixed Berry Sorbet) ไอศกรีมรสชาติเปรี้ยวหวานที่มีส่วนผสมของผลไม้สามชนิด ได้แก่ สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี และราสป์เบอร์รี
  • รีส พีนัท บัตเตอร์ (Reese’s Peanut Butter) ไอศกรีมรสเนยถั่วรสชาติเข้มข้น หอมมันจากพีนัตและมิลค์ช็อกโกแลต
  • โรส ลิ้นจี่ ซอร์เบท์ (Rose Lychee Sorbet) ไอศกรีมคราฟท์รสชาติกลมกล่อมหอมหวานจากกลีบกุหลาบและเนื้อลิ้นจี่
  • ครีมมี่ พีช (Creamy Peach) ไอศกรีมรสนมสูตรลับปั่นเข้ากันกับพีชเพียวเร่ และเนื้อพีช



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน