ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจยุคโควิด-19 ที่ธุรกิจต่าง ๆ ต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน นอกจากการประคองธุรกิจให้ก้าวข้ามสถานการณ์ได้แล้วนั้น การดูแลลูกค้าเพื่อรักษาความไว้วางใจควบคู่ไปด้วยนั้นดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับ ttb DRIVE สินเชื่อรถยนต์จากทีเอ็มบีธนชาต ที่ผ่านร้อนหนาวทุกวิกฤตมากว่า 20 ปี ยังคงยืนหนึ่งในธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ได้อย่างมั่นคง

“ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ttb DRIVE ผ่านสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ มามากมาย ซึ่งในทุก ๆ วิกฤต เราจัดตั้งโครงการหรือแคมเปญช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถตั้งหลัก มีสภาพคล่อง และผ่านพ้นวิกฤตไปได้” ส่วนหนึ่งในคำตอบจาก ป้อมเพชร รสานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านสินเชื่อรถยนต์ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) เมื่อ Marketeer ถามถึงการเป็นเบอร์หนึ่งของ ttb DRIVE

ที่ถามเช่นนั้น เนื่องจากผลการประกาศรางวัล No.1 Brand Thailand ประจำปี 2020-2021 ttb DRIVE” ยังคงรักษาความเป็นแชมป์แบรนด์สินเชื่อรถยนต์ที่ครองใจผู้บริโภคคนไทยสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อหันไปมองส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อรถยนต์ ttb DRIVE ก็เป็นผู้นำที่ครองส่วนแบ่งมากถึง 30% ทั้งยังรักษาตัวเลขสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งเบื้องหลังที่สำคัญก็คือ ระบบ Scoring Model ที่ใช้ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของลูกค้า ทำให้บริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามที่ว่า เคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้ ttb DRIVE เป็นเบอร์หนึ่งคืออะไร คงไม่สำคัญเท่า ttb DRIVE จะยังคงรักษาความเป็นหนึ่งในอนาคตได้อย่างไร และจะวางกลยุทธ์ตั้งรับเทรนด์การแข่งขันใหม่ ๆ กับการมาของรถ EV (Electric Vehicle) หรือ Phev (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) อย่างไร รวมถึงความเปลี่ยนแปลงหลังจากการรวมกิจการของทีเอ็มบีและธนชาตเสร็จสิ้นแล้ว ttb DRIVE จะแตกต่างจากเดิมอย่างไร

Financial Well-being solution เป็นหนึ่งใน Road Map ความสำเร็จ

ความเป็นมืออาชีพมาอย่างยาวนาน สะท้อนวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำตลาดสินเชื่อรถยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและคู่ค้ามากที่สุด โดยมีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงครอบคลุมทุกภาคส่วนใน Ecosystem ของธุรกิจรถยนต์ให้ดีขึ้นของ ttb DRIVE

และด้วยภารกิจ “มากกว่าสินเชื่อรถ…เพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น” ที่ไม่ใช่ส่งมอบเพียงแค่สินเชื่อรถยนต์ แต่เรามุ่งมั่นที่จะตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและคู่ค้าในทุกมิติ  ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบเพื่อทำให้ชีวิตทั้งลูกค้าและคู่ค้าดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมาตรการช่วยเหลือในยามลูกค้าประสบภาวะวิกฤต และในส่วนของคู่ค้า เราเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างธุรกิจที่มั่นคงด้วยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนธุรกิจรถยนต์อย่างครบวงจร การเป็นแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมและเพียงพอในการทำธุรกิจ รวมถึงเรายังมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อส่งมอบบริการและประสบการณ์ที่ดีที่สุด ผ่าน 4 แกนหลัก คือ

  1. สินเชื่อที่เหมาะสม เข้าถึงง่าย และรวดเร็ว

ttb DRIVE ได้พัฒนาโปรแกรมประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของลูกค้า ด้วยระบบ Scoring Model ที่ช่วยดูแลให้การปล่อยสินเชื่อให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับลูกค้าแต่ละราย ทั้งการกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำ และยอดผ่อนชำระ อีกทั้งเรายังมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลให้คำปรึกษาครอบคลุมทั่วประเทศ

สำหรับคู่ค้า มีการจัดอบรมหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อเสริมความรู้ให้คู่ค้าสามารถนำไปพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้น รวมถึงออกแบบสินเชื่อเพื่อสนับสนุนธุรกิจรถยนต์อย่างครบวงจรในทุกๆ ด้าน และเป็นแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมและเพียงพอในการทำธุรกิจ

  1. โซลูชันและบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าและคู่ค้า

ttb DRIVE ส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการต่าง ๆ สอดรับกับไลฟ์สไตล์ลูกค้ายุคปัจจุบัน ด้วยระบบ ALDX (Automotive Lending Digital Experience) บนโมบายแอปพลิเคชัน ttb touch ที่ให้บริการแบบ End-2-End  ซึ่งลูกค้าจะได้รับความสะดวกสบายตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่เริ่มสมัครสินเชื่อจนได้รับการอนุมัติ อีกทั้งเรายังสนับสนุนพฤติกรรมทางการเงินที่ดี โดยมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนตรงเวลา ได้แก่ ผ่อนดีมีคืน หรือ ผ่อนคนละครึ่ง หรือรับคะแนนสะสม wow ผ่านแอป ttb touch เป็นต้น

ด้านคู่ค้า นอกจากสินเชื่อแล้ว ttb DRIVE ยังพัฒนาโซลูชันและบริการที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารธุรกิจที่ครบถ้วนเพื่อสนับสนุนธุรกิจคู่ค้าในด้านต่าง ๆ เช่น ระบบชำระเงินและเรียกเก็บเงินแบบดิจิทัลผ่าน ttb business one, การร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมกับคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกันและช่วยให้สังคมไทยก้าวพ้นจากสถานการณ์โควิด-19

  1. ยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อรองรับความไม่แน่นอน

การใช้ชีวิตทุกวันนี้ตั้งอยู่บนความไม่แน่นอนมีความเสี่ยงรอบด้าน ขณะที่ภาระบางอย่างกลับมีอย่างต่อเนื่องและแน่นอน ttb DRIVE เล็งเห็นปัญหาตรงนี้จึงคิดค้นมาตรการความช่วยเหลือผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น “ตั้งหลัก” ที่ให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ลูกค้าแต่ละราย หรือ “รถแลกเงินเคลียร์หนี้” (CYC Debt Consolidation) ที่ช่วยจัดการและชำระหนี้ที่อยู่ในระบบ ตัดวงจรหนี้ซ้ำซ้อน ลดภาระผ่อนต่อเดือนและเสริมสภาพคล่องให้ลูกค้า

สำหรับคู่ค้า ttb DRIVE ได้เตรียมทั้ง Special loan ดอกเบี้ยต่ำ การพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย รวมถึงประกันสุขภาพโควิด-19 แบบนิติบุคคลไว้รองรับความต้องการความช่วยเหลือของคู่ค้า และยังช่วยเพิ่มช่องทางการขายผ่าน  DRIVE Connect Platform ที่ใช้งานง่าย ช่วยคาดการณ์ วิเคราะห์ และประเมินผลจากพฤติกรรมของผู้ซื้อได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วฉับไว ทำให้ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วสามารถเสนอขายสินค้าได้ตรงกับที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด

  1. ก้าวไปสู่เป้าหมายด้วยกัน

เป้าหมายสำคัญของ ttb DRIVE คือ “ความก้าวหน้าของลูกค้าและคู่ค้า” เพื่อให้ลูกค้ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและธุรกิจของคู่ค้าเติบโตอย่างยั่งยืน จึงทำให้ ttb DRIVE ตั้งใจศึกษาปัญหา ความต้องการ และทำความเข้าใจลูกค้าคู่ค้าในทุกมิติ

ทุกผลิตภัณฑ์และบริการจาก ttb DRIVE และ ttb จึงเป็นโซลูชันที่ช่วยให้ลูกค้าผ่อนภาระจนหมดได้โดยไม่สะดุด และก้าวไปสู่ชีวิตการเงินที่ดีขึ้น และสำหรับคู่ค้า เราเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างธุรกิจที่มั่นคง และให้คู่ค้าส่งมอบชีวิตทางการเงินที่ดีไปยังพนักงานได้อีกด้วย

นอกจาก 4 แกนหลักข้างต้นแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่ ttb DRIVE ให้ความสำคัญคือ “การพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง” โดยได้จัดตั้ง DRIVE Academy โรงเรียนสินเชื่อรถยนต์ ผลิตทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อรถยนต์ ภายใต้หลักสูตรที่เข้มข้นเพื่อส่งมอบบริการและประสบการณ์ที่ดีและรวดเร็วให้กับลูกค้าและคู่ค้าทุกราย

การอยู่เคียงข้างและการคิดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทั้งปัจจุบันและในอนาคต การเป็นมากกว่าสินเชื่อเพื่อให้ลูกค้าและคู่ค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น (Financial Well-Being) ทั้งหมดนี้นำไปสู่ความสำเร็จที่จะทำให้ ttb DRIVE ก้าวไปข้างหน้าแบบผู้นำอย่างมั่นคง

การรวมกิจการเพื่อสร้างให้ ttb DRIVE แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่หลายคนติดตาม คือ ttb DRIVE ภายหลังการรวมกิจการของทีเอ็มบีและธนชาต หลายคนมองว่าการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้เกิดการติดขัดและไม่ราบรื่นของบริการ แต่ด้วยสิ่งสำคัญอย่างการตั้งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ไว้เสมอ ป้อมเพชรบอกกับเราว่า ด้วยเป้าหมายนี้ทำให้ ttb DRIVE แข็งแกร่งไม่ต่างจากเมื่อครั้งที่เป็น ธนชาตDRIVE

“ปัจจุบันภารกิจการรวมกิจการเสร็จสิ้นไปอย่างราบรื่น ตอนนี้เราเป็น One Team ที่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน One Goal ที่สำคัญการรวมกิจการทำให้เรามีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นแตะ 10 ล้านกว่าคน มีช่องทางการให้บริการที่ครอบคลุมมากขึ้น ส่งผลให้สามารถบริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึง สร้างหรือส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าและคู่ค้าได้มากกว่าเดิม”

“เรารวมประสบการณ์ของทั้งสองธนาคารเพื่อเร่งสร้างศักยภาพทางด้านดิจิทัลที่เป็นมิตรและรู้ใจตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีกว่า สอดคล้องกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละสถานการณ์และช่วงชีวิต ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าและคู่ค้าจริง นำเสนอโซลูชันของเราได้ในกลุ่มที่เหมาะสม และในเวลาที่เหมาะสม

เติบโตในยุค New Normal

เมื่อถามถึงเทรนด์การแข่งขันในอนาคต รวมถึงทิศทางการเติบโตของ ttb DRIVE ป้อมเพชรให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า

“จากกระแสเรื่องสิ่งแวดล้อม การผลักดันจากภาครัฐ รวมถึง OEM เจ้าใหญ่ ๆ ที่เริ่มให้ความสนใจ ทำให้เห็นตลาดรถ EV หรือ Phev เริ่มคึกคักมากขึ้น ttb DRIVE เองในฐานะผู้นำสินเชื่อรถยนต์ มีการเตรียมตัวและพร้อมส่งผลิตภัณฑ์สนับสนุนลูกค้ากลุ่มนี้เช่นกัน”

ขณะเดียวกันอีกหนึ่งกระแสที่กำลังได้รับความสนใจคือ การซื้อ-ขายรถยนต์มือสอง ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนรถมองหาช่องทางการขาย ด้านผู้ซื้อก็ต้องการลด cost จึงหันมาซื้อรถมือสองผ่านช่องทางออนไลน์บนMarketplace ต่าง ๆ เราเห็นการเติบโตการทำตลาดออนไลน์ของตลาดรถยนต์มือสองเพิ่มมากขึ้น

ttb DRIVE จับกระแสตรงนี้ได้ และตอบโจทย์คู่ค้าด้วย DRIVE Connect Platform ที่มีทั้ง data analytics ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการกลุ่มรถยนต์ใช้แล้ว อีกทั้งยังสามารถลดข้อจำกัดด้านพื้นที่ส่งงาน ผ่านระบบ Cross area Booking ที่เข้าใจการขายของลูกค้าในช่องทางออนไลน์ที่ให้บริการข้ามพื้นที่ เพื่อให้การขายมีประสิทธิภาพรวดเร็วมากขึ้น รองรับการบริการสินเชื่อรถยนต์ทั้งใหม่และรถยนต์ใช้แล้ว เชื่อมต่อกับเครือข่าย ttb DRIVE Specialist แบบ real-time ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ด้านการเติบโตของ ttb DRIVE ในปีนี้ จากการคาดการณ์ของ ttb analytics ที่คาดว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 7.35 แสนคัน หรือ หดตัว 7.1% จากปีก่อน แต่หากอัตราการเข้าถึงวัคซีนของประชาชนเร่งตัวขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มชะลอลงและเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาสที่ 4 อาจเห็นแนวโน้มการขยายตัวของยอดขายรถยนต์ในประเทศอีกครั้ง และอาจทำให้ยอดขายรถยนต์กลับมาใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งยอดการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ก็จะแปรผันตามยอดขายและภาพรวมเศรษฐกิจ

ป้อมเพชรกล่าวทิ้งท้ายว่า “เป้าหมายสินเชื่อปีนี้ คงเป็นไปตามตลาดรถยนต์ อย่างไรก็ตาม เรายังคงเน้นส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อรถยนต์ให้ได้เท่าเดิม และให้ความสำคัญเรื่องการดูแลลูกค้าและคู่ค้าของเราให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ด้านหลัง เพราะการที่เราเคียงคู่ลูกค้าและคู่ค้ามาตลอดนี้ คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จของการเป็นผู้นำสินเชื่อรถยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและคู่ค้ามาตลอด 20 กว่าปี”



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน