ไม่มีการพลิกโผใด ๆ สำหรับรางวัล No.1 Brand Thailand 2020-2021 หมวดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เมื่อแบรนด์ “มาม่า” ยังคงครองความเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคทั่วประเทศเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน

สำหรับของกินคุณภาพเป็นเรื่องสำคัญ ต้องดีและสมราคา มาม่าเราผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ถูกใจคนไทยมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน จะผ่านไปอย่างไร ความต้องการเปลี่ยนแปลงแค่ไหน เราก็มีสินค้าที่ตอบโจทย์กับทุกกลุ่มลูกค้าเสมอ

เราเสมอต้นเสมอปลาย และซื่อสัตย์กับผู้บริโภค และที่สำคัญต้องให้เครดิตกับสหพัฒน์ที่ดูแลในเรื่องการทำตลาดและจัดจำหน่าย ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี”

เพชร พะเนียงเวทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง กุญแจความสำเร็จที่ทำให้แบรนด์มาม่า ยังคงความเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป No.1 ของคนไทยไม่เคยเปลี่ยน

ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ความผันผวนจากโควิด-19

“สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เราวัดภาพรวมตลาดค่อนข้างลำบากมาก”

ผู้บริหารมาม่า กล่าวกับ Marketeer เมื่อถามถึงภาพรวมของตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในปัจจุบัน โดยอธิบายว่า ในปี 2563 จะมี Panic Buy ในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม ที่คนกักตุนสินค้าจากการล็อกดาวน์ครั้งแรก ทำให้ตัวเลขเติบโตอย่างมาก พอช่วงครึ่งปีหลังยอดขายกลับตรงกันข้าม เนื่องจากคนได้ซื้อสินค้าไว้เรียบร้อยแล้วในช่วงต้นปีนั่นเอง

อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าสู่ปี 2564 ตัวเลขกลับมาสู่ภาวะปกติ คนเริ่มซื้อติดบ้านตามวิถีเดิม และพอมาครึ่งปีหลังเริ่มมีการระบาดรอบใหม่ยอดขายก็พุ่งขึ้นอีกครั้ง ซึ่งในมุมของคุณเพชรมองว่าเป็นความผันผวนที่ชี้วัดตลาดได้ยาก

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าที่คนซื้อติดบ้านอยู่แล้ว ถ้าถามว่าในปี 2564 ตั้งแต่ ม.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมา เราโตขึ้นประมาณ 65% ก็ถือว่าเติบโตได้ดีมาก แต่เรียนตามตรงว่าเราไม่อยากได้สถานการณ์แบบนี้”

นำเสนอสินค้าหลากหลายรูปแบบ มากกว่า 30 รสชาติ
เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค

สำหรับความท้าทายของแบรนด์มาม่าในสถานการณ์ที่คนไทยต้องเผชิญกับโควิด-19 นั้น คุณเพชรมองว่า ปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีการเปลี่ยนแปลงไป พร้อมกับความต้องการใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา รวมไปถึงรูปแบบการบริโภคที่สอดรับกับวิถีชีวิตยุคใหม่ด้วย

“บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าที่อยู่คู่คนไทยมานาน ตลาดส่วนใหญ่เป็นตลาด Mass คือตลาด 6 บาท ถามว่าผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปไหม ผมมองว่าผู้บริโภคก็ยังหารับประทานเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าปัจจุบันพอกินอยู่ที่บ้านมากขึ้น ประเภทของ Packaging แต่ก่อนเป็นคัพก็สะดวกสบายดี ทานนอกบ้านหรือร้านสะดวกซื้อ หรือขณะเดินทางก็ตอบโจทย์

แต่พอช่วงคนอยู่บ้านมากขึ้น พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเป็นซื้อแบบซองมากขึ้น ยอดของคัพลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากเมื่อคนอยู่บ้านมากขึ้น เทรนด์ต่าง ๆ จากซีรีส์ก็ตามมา โดยเฉพาะซีรีส์เกาหลีที่นิยมต้มบะหมี่รับประทาน จากแต่ก่อนฉีกซองเทน้ำร้อน ตอนนี้แทบทุกบ้านจะมีหม้อและต้มบะหมี่แบบเดียวกับในซีรีส์ ซึ่งนำไปถึงพฤติกรรมการรับประทาน ที่นิยมทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบต้มมากขึ้น”

ซึ่งจากเทรนด์ดังกล่าว มาม่าก็มีสินค้าในกลุ่มต้มอย่าง มาม่า Oriental Kitchen หรือ มาม่า OK หลากหลายรสชาติเพื่อตอบโจทย์ความต้องการนี้โดยเฉพาะ

ไฮไลท์ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดของ มาม่า OK ได้แก่ มาม่า OK รสชาติใหม่ คาโบนาร่าเบคอน แบบแห้ง เข้มข้นด้วยซอสคาโบนาร่า ชีสเน้น ๆ  โรยด้วยเบคอนกรอบที่เข้ากันดีกับเส้นมาม่า OK หนานุ่ม พร้อมพาให้คุณเข้าถึงรสชาติความอร่อยตามแบบฉบับของคาโบนาร่า

รวมไปถึงนวัตกรรมใหม่ของ มาม่า OK คือในกลุ่ม Instant  Rice ข้าวกึ่งสำเร็จรูป” ที่เปิดตัวไป 2 แบบ 2 รสชาติ ได้แก่ ข้าวผัดกิมจิ กึ่งสำเร็จรูป พิเศษด้วยกิมจิแท้ในซองที่ช่วยให้สัมผัสและรสชาติในการรับประทานอร่อยยิ่งขึ้น และ บิบิมบับ (ข้าวยำเกาหลี) ให้คุณสัมผัสเนื้อข้าวที่กรุบกรอบพร้อมกลิ่นหอมของน้ำมันงาและกลิ่นกระทะ เสมือนรับประทานจากหม้อร้อนเกาหลี โดยทั้ง 2 แบบ เพียงเติมน้ำร้อนพร้อมรับประทานภายใน 8 นาที ให้รสชาติอร่อยเหมือนรับประทานที่ร้านอาหารเกาหลีแท้ ๆ เพื่อเอาใจผู้ที่หลงใหลอาหารเกาหลีให้ได้ฟินอยู่เมืองไทยแบบไม่ต้องบินไปไกลถึงเกาหลี

“เราพยายามออกสินค้าให้ครบไลน์เพื่อตอบโจทย์ทุกกลุ่มผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ปัจจุบันภายใต้แบรนด์มาม่าเรามีมากกว่า 30 รสชาติ มีทั้งเส้นเหลือง เส้นขาว โจ๊ก ข้าวต้ม มีทั้งแบบต้มและไม่ต้องต้ม ไปจนถึงที่กำลังเป็นที่นิยมอย่าง Oriental Kitchen ที่เป็นแบบต้ม

รวมถึงการนำเสนอ Instant  Rice ซึ่งนับเป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งเราออกช่วงล็อกดาวน์ปลายเดือนมิถุนายน ถึง ต้นเดือนกรกฎาคม ซึ่งคิดไว้ว่าน่าจะตอบโจทย์คนที่คิดถึงร้านอาหารเกาหลี คิดถึงการเดินทางไปประเทศเกาหลี และยังรับประทานง่าย แค่ใส่น้ำร้อนไป 8 นาทีกลายเป็นข้าวผัดกิมจิและข้าวบิบิมบับ ซึ่งตอบโจทย์ความสะดวกสบายสำหรับวิถีชีวิตยุคใหม่”

นอกจากในส่วนของผลิตภัณฑ์แล้ว กลยุทธ์ปรับตัวรับความต้องการของผู้บริโภค ยังรวมไปถึงช่องทางการขายแบบใหม่ที่สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันมากขึ้น

โดยเฉพาะการเปิดตัว “MAMA My Shop” ช็อปของนักช้อปออนไลน์ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์มาม่า พร้อสูตรลับความอร่อย โปรโมชันเด็ด รวมไปถึงกิจกรรมมากมายให้ร่วมสนุก ผ่านทาง Line Official มาม่าอร่อย” (https://shop.line.me/@mamaaroi) โดยเริ่มต้นจากในกลุ่ม มาม่า OK ทั้งแบบแห้ง แบบน้ำ และแบบข้าว รวม 9 รสชาติ เพียงแค่คลิกความอร่อยก็ส่งตรงถึงบ้าน

รวมไปถึงการเปิดช็อปออนไลน์ในทุกแพลตฟอร์มชั้นนำ เพื่อมอบความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อมาม่าให้ได้มากที่สุด

เรื่องการขายเรามีการเดลิเวอรี่มากขึ้น ทั้ง MAMA My Shop ที่เริ่มต้นที่กลุ่ม มาม่า OK ก่อน นอกจากนี้ เรามีร้านค้าออนไลน์ผ่าน Sahapat Delivery รวมไปถึงในทุก ๆ แพลตฟอร์มชั้นนำ มาม่าเข้าไปอยู่ในนั้นหมด ทั้ง Lazada, Shopee เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคที่ไม่อยากออกไปข้างนอก หรือแม้จะอยากเดินไปซื้อเองเราก็มีตอบโจทย์ทุกแพลตฟอร์ม ทุกรูปแบบการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์และช่องทางการขาย”

 

ตอบแทนความไว้ใจด้วยคุณภาพสินค้าที่ดีที่สุด เสมอมาและตลอดไป

สุดท้ายนี้ ผู้บริหารมาม่าฝากคำขอบคุณไปยังผู้บริโภคทุกท่านสำหรับความไว้วางใจที่มีให้ตลอดมา

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนี้มาอย่างยาวนานถึง 10 ปีติดต่อกัน ขอบคุณทุกความไว้วางใจที่มีให้กันมาตลอด เราอยู่คู่คนไทยมาตลอด 50 ปี ด้วยการผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพดีที่สุด และเราขอให้คำมั่นว่าจะผลิตสินค้าที่มีคุณภาพให้ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกความต้องการของคนไทย และเราพร้อมยืนข้างผู้บริโภคคนไทยตลอดไปในทุก ๆ สถานการณ์”

ซึ่งมาม่าได้แทนคำขอบคุณด้วยแคมเปญ มาม่าคัพ แจกทองรวยสู้วิกฤต รวยรับทองคำและของรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท ที่เปิดให้ร่วมสนุกผ่าน “มาม่า Line Official Account” และได้รับความสนใจและมีผู้ร่วมสนุกเป็นอย่างมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.facebook.com/MamaloverFanPage

 

 

 

 

 

 

 

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน