ย้อนกลับไปในไตรมาสแรกปี 2563 สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ S&P มีตัวเลขขาดทุนอยู่ที่ 26 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขขาดทุนครั้งแรกตั้งแต่ทำธุรกิจมากว่า 4 ทศวรรษ แต่ปิดตัวเลขรอบปี ทำรายได้ 5,286 ล้านบาท กำไร 183 ล้านบาท

ปี 2564 ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงผันผวน S&P ทำรายได้ 3,473 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2563 แต่ผล “กำไรเพิ่มขึ้น” ด้วยตัวเลข 218 ล้านบาท (อ้างอิง set.or.th)

ในโอกาสที่ S&P จัดแถลงข่าวภาพรวมธุรกิจและกลยุทธ์สู่ความสำเร็จปี 2564 Marketeer ได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกับ อรรถ ประคุณหังสิต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจเอส แอนด์ พี และ มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร สองผู้บริหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เจาะกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและการแก้เกมฝ่าวิกฤตสู่ความสำเร็จ ตอบโจทย์ที่หลายคนสงสัยว่าทำอย่างไรให้ “กำไรเพิ่มขึ้น” แม้รายได้ลดลง

อรรถ ประคุณหังสิต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจเอส แอนด์ พี และ มณีสุดา ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร สองผู้บริหาร บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)

คุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการคือสิ่งสำคัญ

เราให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวกสบาย อุ่นใจ และปลอดภัยมากขึ้น

คุณอรรถเปิดการสนทนาด้วยแกนหลักของการดำเนินธุรกิจของ S&P คือการให้ความสำคัญกับ “คุณภาพผลิตภัณฑ์และการบริการ” ซึ่งยึดมั่นเสมอมาตลอด 48 ปีของการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มความใส่ใจมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปในยุค New Normal ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2564 S&P ได้ปรับตัวด้วยกลยุทธ์ต่าง ๆ มากมาย รวมถึงรูปแบบการบริการใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่

S&P Bakery Mart
โมเดลใหม่จาก Pain Point ของลูกค้า

S&P Bakery Mart” คือ Business Model ใหม่ภายใต้แนวคิด Life Style and Convenient Bakery Shop” บนพื้นที่ขนาดมากกว่า 60 ตารางเมตร พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้เลือกสรรกว่า 400 รายการ โดยแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ และจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นหมวดหมู่ชัดเจน เพื่อความสะดวกของลูกค้าในการเลือกซื้อ

โมเดลนี้เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Grab & Go ตอบโจทย์ความสะดวกและรวดเร็วให้ลูกค้าซื้อกลับบ้านในเรื่องของเบเกอรี่ เกิดจากการปรับแก้ Pain Point ของลูกค้า โดยปรับขนาดพื้นที่ให้ตอบโจทย์มากขึ้น  แตกต่างจากความรู้สึกเดิมเมื่อเข้ามาใช้บริการใน Bakery Shop ที่มีขนาดเล็ก และยังอำนวยความสะดวกในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้น ด้วยการใช้ระบบชำระเงินด้วยตนเอง ทำให้ลูกค้าไม่ต้องยืนรอคิวนาน

รวมถึงการใช้ระบบ Vending Machine มาเพิ่มทางเลือกในการให้บริการ จะมีทั้งสาขาที่เปิดใหม่และสาขาที่ปรับรูปแบบมาจากของเดิม ซึ่งเราได้มีแผนการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในเขตกรุงเทพและปริมณฑล”

S&P Production Hub
ควบคุมคุณภาพมาตรฐาน S&P ในทุกชิ้น

ไม่ใช่แค่การปรับตัวเฉพาะเบื้องหน้า แต่กลยุทธ์ฝ่าวิกฤตของ S&P เริ่มต้นตั้งแต่ในครัว ด้วย S&P Production Hub จุดผลิตเบเกอรี่ส่วนกลางสำหรับกระจายไปยังสาขาและช็อปในพื้นที่ใกล้เคียง โดยจุดประสงค์หลักคือการ “ควบคุมการผลิตและคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามมาตรฐานของ S&P” เน้นจุดขายที่เปิดเช้า เช่น กลุ่มโรงพยาบาลและสำนักงาน

ผู้บริหาร S&P อธิบายให้ฟังว่า S&P Production Hub จะช่วยลดภาระของพนักงานประจำสาขา เมื่อผลิตภัณฑ์มาส่งถึงหน้าร้านก็สามารถจัดวางผลิตภัณฑ์ได้ทันเวลาร้านเปิด และยังช่วยเพิ่มความหลากหลายให้ผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้มียอดขายเพิ่มขึ้น รวมถึงพนักงานหน้าร้านยังให้คำแนะนำและบริการแก่ลูกค้าได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าอีกด้วย

พนักงานจุดผลิตเบเกอรี่ส่วนกลางจะเริ่มทำงานตั้งแต่ 20.00-05.00 น. ดูแลในส่วนของการผลิตสินค้าเพื่อจะไปจำหน่ายในร้าน Bakery shop ของสาขาต่าง ๆ ทำให้พนักงานหน้าร้านมีการบริการที่รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องมาเตรียมวัตถุดิบหรือผลิตสินค้า เมื่อลูกค้ามาใช้บริการก็สามารถดูแลได้อย่างเต็มที่ ซึ่งกลยุทธ์นี้ถือว่าเป็นโครงการที่ช่วยเติมเต็มให้การขายสินค้าของเราเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และส่งผลให้ยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

ปัจจุบัน S&P Production Hub ดำเนินการทั้งหมด 5 จุด สามารถกระจายสินค้าไปยังสาขาและช็อปได้ถึง 96 จุดขาย และมีแผนขยายอย่างต่อเนื่องในปี 2565

ยกระดับช่องทาง “S&P Delivery1344”
พร้อมจับมือพันธมิตรธุรกิจจัดส่งอาหารกระตุ้นยอดขาย Delivery 

ตัวแปรสำคัญที่ทำให้ S&P ประสบความสำเร็จในปี 2564 คือการเน้นยอดขายผ่านช่องทาง S&P Delivery1344” มากขึ้น รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ (Food Aggregator) เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างสรรค์โปรโมชั่นพิเศษให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ GrabFood, LineMan, FoodPanda ด้วยเมนูสุดพิเศษสำหรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้ (Christmas & New Year Cake & Cookies) อีกทั้งแนะนำ “กับข้าวไทยS&P” ในราคาที่คุ้มค่า เพื่อให้ลูกค้าได้ร่วมฉลอง และแบ่งปันความอร่อยตลอดเทศกาลแห่งความสุข

S&P Delivery เมนูใหม่! "กับข้าวไทย" เริ่มต้นเพียง 79 บาท #เที่ยงนี้กินไรดี - COTRPRO.COM โคตรโปร แหล่งรวมโปรดี ของถูก

“ธุรกิจ Delivery มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์หลักของเราจึงมุ่งเน้นในช่องทางนี้ เรามีการปรับ แพลตฟอร์มใหม่เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารได้ง่ายยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันเรายังสร้างความร่วมมือในแคมเปญสุดพิเศษกับพันธมิตรธุรกิจจัดส่งอาหารได้มากขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เบเกอรี่ เค้กปอนด์ รวมทั้งเครื่องดื่มนานาชนิดมาเป็นตัวขับเคลื่อน นอกจากนี้ ยังชูจุดเเข็งของเราคือ อาหารไทยเเละเบเกอรี่ ด้วยการเพิ่มเมนูใหม่ซึ่งเราเรียกว่า ‘กับข้าวไทย S&P’ พร้อมด้วยเมนูอื่น ๆ อีก 35 เมนู และบริการจัดส่งเค้กปอนด์ ที่สามารถสั่งผ่านทาง S&P Delivery1344 และแพลตฟอร์มพันธมิตร Food Delivery ซึ่งจะทยอยออกเมนูใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นเรื่องของความคุ้มค่าให้กับลูกค้าเป็นหลัก”

หนึ่งในไฮไลท์ที่ต้องพูดถึงสำหรับบริการ Delivery คือ ข้าวแช่ S&P” เมนูแม่เหล็กประจำช่วงฤดูร้อนที่ดึงลูกค้าเข้ามารับประทานในร้านและทำรายได้กว่า 10 ล้านในทุก ๆ ปี โดยในปีนี้ได้นำ “ข้าวแช่ S&P’ เข้ามาเป็นเมนูใหม่ในไลน์ Delivery พร้อมขนาดใหม่ในราคา 135 บาท สามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น ส่งผลให้ยอดขายเมนูข้าวแช่ในปี 2564 สูงถึง 30 ล้านบาท

DelTA (Delivery & Take Away)
เสริมช่องทาง Delivery พร้อมเข้าถึงลูกค้ามากขึ้น

DelTA (Delivery & Take Away) เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ S&P นำมาปรับใช้ ด้วยโมเดลร้านรูปแบบ Convenient Bakery Shop” ที่มีครัวสำหรับทำอาหารอยู่ในตัว เน้นให้บริการรูปแบบซื้อกลับบ้านและ Delivery โดยโมเดลนี้ครอบคลุมการให้บริการ Delivery ทั่วทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล สามารถส่งอาหารให้ลูกค้าได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยในปี 2564 สามารถดำเนินการตามแผนครบ 31 จุด และปี 2565 ยังมีแผนขยายจุดขายทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัดอีกกว่า 30 จุด

“เราวางแผนในการเเข่งขันทางธุรกิจ Delivery กันมาตั้งแต่ต้นปี 2563 เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 มีการปรับกลยุทธ์ด้วยรูปแบบร้านใหม่ที่เรียกว่า ‘DelTA’ โดยเป็นร้านที่มีบริการซื้ออาหารและเบเกอรี่กลับบ้านและจัดส่งแบบ Delivery ถึงบ้าน เริ่มเปิดสาขาเเรกตั้งเเต่ 1 มีนาคม 2563 และขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ขยายร้านสาขาแบบ Stand Alone ไปยังหลากหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นสถานีบริการน้ำมัน อาคารพาณิชย์ Community Mall และโรงพยาบาล เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าอย่างทั่วถึงในทุกจุด ซึ่งในกรณีที่รัฐบาลมีคำสั่งให้ปิดร้านในบริเวณห้างสรรพสินค้า ร้านของเราก็ยังพร้อมให้บริการทุกท่านเสมอ”

S&P Marketplace
เปลี่ยนร้านอาหารเป็นตลาดนัดเต็มรูปแบบ

S&P ได้จัดแคมเปญS&P Marketplace” หรือ “ตลาดนัด S&P แบบเต็มรูปแบบ” จำนวน 130 สาขาทั่วประเทศ ในช่วงปิดร้านอาหารเมื่อกลางปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และเนื่องจากได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้า เมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติเราจึงนำแคมเปญนี้มาต่อยอดเป็นโมเดลสาขานำร่อง 3 จุดขาย ที่มีพื้นที่มากกว่า 200 ตารางเมตร ด้วยการปรับรูปแบบร้านให้มีทั้งโซนนั่งรับประทานอาหารในร้าน และตลาดนัด S&P เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพหลากหลายประเภทในรูปแบบซื้อกลับบ้าน (Take Away) พร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษอย่างต่อเนื่อง

“เริ่มต้นจากแผนที่เราคิดว่า เมื่อในร้านเราไม่สามารถนั่งทานได้ เราจะทำอะไรได้มากกว่าการขายแบบ Delivery ซึ่งต้องขอบคุณทีมการตลาดของเราทุกคนที่ช่วยกันระดมสมองจนได้มาเป็น S&P Marketplace’

เราทดลองจากปรับรูปแบบร้านใหม่โดยการจัดโต๊ะเป็นซุ้มในคอนเซ็ปต์เหมือนตลาดนัด เพื่อวางสินค้าของเราที่มีอยู่เป็นจำนวนมากแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ ให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้สะดวก รวมทั้งยังมีซุ้มนึ่งซาลาเปา ย่างไส้กรอก ซึ่งเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าที่เข้ามาในร้าน S&P ที่สำคัญเราได้เสียงตอบรับที่ดีมาก ๆ  ทำให้คอนเซ็ปต์ตลาดนัดทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 15%”

“เทศกาลเค้กและคุกกี้ 2022”
ส่งต่อความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

จุดแข็งของ S&P คือ การนำเสนอเมนูแห่งความสุขที่สอดรับกับเทศกาลเฉลิมฉลองของคนไทยได้อย่างลงตัว ในวาระส่งท้ายปีเก่าต้อนรับใหม่ S&P ได้จัด “เทศกาลเค้กและคุกกี้ 2022” เพื่อส่งมอบความสุขในเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ด้วยกองทัพเค้ก คุ้กกี้ และชุดของขวัญในธีม JOY TO THE WORLD COLLECTION” ที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ

พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัว S&P Card บัตรสมาชิกรูปแบบใหม่ ราคา 134 บาท เพื่อรับส่วนลดพิเศษสูงสุด 20% และสามารถสะสมคะแนนทุกการใช้จ่าย พร้อมแลกคะแนนรับสินค้าฟรี ใช้ง่าย สะดวก ไม่ต้องพกบัตร โดยสามารถสมัครผ่านแอปพลิเคชัน S&P Delivery หรือ  www.snp1344.com หรือที่ร้านS&P ทุกสาขา

“กระเป๋าผ้ารักษ์โลกคอลเลคชั่น 2022”
ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ S&P ยังมีไฮไลท์พิเศษได้แก่ “กระเป๋าผ้ารักษ์โลกคอลเลคชั่น 2022” ที่ผลิตจากผ้าขาวม้าของวิสาหกิจชุมชน จ. อำนาจเจริญ ให้ลูกค้าได้จับจองเป็นเจ้าของ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ S&P อีกด้วย

คุณมณีสุดา ได้กล่าวถึงความพิเศษของกระเป๋าผ้ารักษ์โลกคอลเลคชั่น 2022 ว่า

“ในปีนี้ S&P สนับสนุนกระเป๋าผ้าขาวม้าของชุมชนกลุ่มแปรรูปผ้าขาวม้านุชบา OTOP เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน และยังช่วยสนับสนุนงานฝีมือที่เป็นภูมิปัญญาไทย อีกทั้งยังสร้างกำลังใจ และเสริมสร้างศักยภาพของคนไทยให้เติบโตไปพร้อมกับเราได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมให้ผู้บริโภคนำกระเป๋าผ้ากลับมาใช้ซ้ำ เพื่อลดการสร้างขยะอีกด้วย”

รายละเอียดเพิ่มเติม www.snp1344.com

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน