เครือร้านสะดวกซื้อชื่อดังนำความสนใจในการเลือกตั้งสำคัญครั้งล่าสุดของฟิลิปปินส์มาพลิกแพลงสู่แคมเปญดันยอดขาย

7-Eleven ฟิลิปปินส์กระจายแก้วพิมพ์พลาสติกลายรูปหน้าผู้สมัครเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ไปตามสาขาต่าง ๆ ทั่วฟิลิปปินส์ เพื่อกระตุ้นยอดขายเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็น ช่วงที่คนในประเทศตื่นตัวทางการเมืองอย่างมาก

แคมเปญดังกล่าวใช้ชื่อว่า SPEAK Cup! ตัวแก้วจะมีทั้งหมด 6 ลายให้เลือก ได้แก่ ผู้สมัครทั้ง 5 คน และแก้วลาย Undecided ซึ่งหมายถึงยังไม่ตัดสินใจสนับสนุนผู้สมัครคนใด โดยแคมเปญนี้เริ่มมาตั้งแต่ 9 มีนาคม และจะไปสิ้นสุดที่ 27 เมษายนนี้

แน่นอนว่าประโยชน์ที่ 7-Eleven ฟิลิปปินส์จะได้คือการกระตุ้นยอดขายเครื่องดื่มขนาดต่าง ๆ ทั้งร้อน-เย็น และน้ำอัดลมและกาแฟ แต่ความน่าสนใจของแคมเปญนี้ยังอยู่ที่จะเป็นการสำรวจคะแนนนิยมของผู้สมัครทั้ง 5 คนแบบไม่เป็นทางการ ก่อนการเลือกตั้ง 9 พฤษภาคมนี้ไปด้วยในตัว

เพราะ 7-Eleven ฟิลิปปินส์ได้มีรายงานยอดขายของแก้วแต่ละลายแบบเกือบจะรายวันผ่านเว็บไซต์ โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อ 2 เมษายนชี้ว่า แก้วที่พิมพ์ลายหน้า Ferdinand Marcos Jr. ลูกชายอดีตประธานาธิบดี Ferdinand Marcos ที่พรรครัฐบาลหนุนหลัง ขายดีสุดแบบทิ้งห่าง ครองสัดส่วนมากถึง 45%

Ferdinand Marcos Jr.

อันดับ 2 คือรองประธานาธิบดีหญิง Leni Robredo ที่ลงในนามอิสระ ตามมาด้วยสัดส่วนยอดขาย 24% ขณะที่อีก 16% เป็นยอดขายแก้ว Undecided ส่วนยอดขายแก้วพิมพ์ลายหน้าผู้สมัครอีก 3 คน ซึ่งมี Manny Pacquiao รวมอยู่ด้วย ครองสัดส่วนน้อย ทุกลายอยู่ในโซนเลขตัวเดียว

Manny Pacquiao

ผลโพลผ่านแก้วเครื่องดื่ม 7-Eleven ฟิลิปปินส์นี้เป็นไปทิศทางเดียวกับโพลของสำนักสำรวจความคิดเห็นหลายแห่งในฟิลิปปินส์

ดังนั้นถ้าในวันเลือกตั้งยังเป็นไปตามนี้ ตระกูล Marcos จะได้กลับมาเป็นผู้นำฟิลิปปินส์อีกครั้ง ทั้งที่ Ferdinand Marcos ผู้พ่อเคยนำพาประเทศสู่วิกฤตจากการทุจริตครั้งใหญ่ตลอด 20 ปีที่อยู่ในอำนาจจนตัวเขาถูกโค่นล้มลงจากอำนาจเมื่อปี 1986

สำหรับ 7-Eleven เปิดสาขาแรกในฟิลิปปินส์เมื่อปี 1984 ปัจจุบันมี President Chain Store ของไต้หวันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยถือเป็นแบรนด์เครือร้านสะดวกซื้ออันดับหนึ่งในฟิลิปปินส์ ด้วยจำนวนสาขากว่า 3,000 แห่ง ทิ้งห่างอันดับ 2 และ 3 อย่าง Alfamart และ Ministop ที่ต่างก็มีไม่ถึง 1,000 แห่ง

ทว่าแม้ 7-Eleven เป็นอันดับ 1 แบบทิ้งห่างในฟิลิปปินส์แต่ก็เป็นของต่างชาติ จึงเผชิญแรงกดดันจากมาตรการทางกฎหมายของรัฐบาลที่พยายามกีดกันบริษัทต่างชาติ จนทำให้ก่อนหน้านี้ องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) จัดให้ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีกฎข้อบังคับกีดกันการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติมากเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย

กฎหมายดังกล่าวบีบให้เครือร้านสะดวกซื้อโดยเฉพาะที่บริษัทต่างชาติถือหุ้นใหญ่หรือเป็นเจ้าของ ต่างต้องทันกระแส แข่งกันออกแคมเปญเกมราคาเอาใจผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์ เพื่อสู้กับแบรนด์เครือร้านสะดวกซื้อฟิลิปปินส์ที่แม้เป็นเบอร์รอง ๆ แต่ก็เน้นตัดราคา และหากสู้ไม่ไหวก็อาจถูกกลุ่มค้าปลีกใหญ่ในฟิลิปปินส์ฮุบไป

เหมือนที่ FamilyMart โดน Udenna หนึ่งในยักษ์ธุรกิจฟิลิปปินส์ที่มีส่วนธุรกิจค้าปลีกฮุบไป ด้วยการรวบซื้อหุ้นจาก 3 ผู้ถือหุ้นเดิมในปี 2017

และมาต้นปีนี้ Aeon บริษัทแม่ของ Ministop เครือร้านสะดวกซื้ออันดับ 4 ของญี่ปุ่น และมีสาขามากเป็นอับดับ 3 ในฟิลิปปินส์ ก็สู้ไม่ไหว จำใจขายหุ้น 40% ของ Ministop ฟิลิปปินส์ ให้ Robinson Retail ยักษ์ค้าปลีกเจ้าถิ่นไป และอาจถูกเปลี่ยนชื่อในอีกไม่ช้า/ nikkei, yummyph, 7-election.com.ph



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน