เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็หันมาทำสมาธิเพื่อจิตใจที่สงบ และ คุณภาพชีวิตที่ขึ้นกันทั้งนั้น จากงานวิจัยพบว่า คนที่ฝึกสติ จะมีความเครียดน้อยกว่า จดจ่อกับงานได้ดีกว่า และควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าคนที่ไม่ได้ฝึก

แต่ถ้าเราเป็นพ่อแม่ที่ชีวิตยุ่งเหยิงล่ะ จะหาเวลานั่งสมาธิได้อย่างไรกัน พ่อแม่ที่ทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วยมีความคิดที่ตรงกันว่าทั้งเหนื่อยทั้งเพลียกว่าจะผ่านไปได้ในแต่ละวัน เราต้อง multi task ตลอดทั้งวัน งานก็ต้องส่ง ลูกก็ต้องดูแล และรู้สึกเครียดว่าทำอะไรไม่เสร็จสักอย่าง จากงานวิจัยของ Pew Research Center พบว่าพ่อแม่จำนวน 56% รู้สึกว่าแบ่งเวลาสำหรับงานและครอบครัวได้ไม่ดีพอ

หลายปีก่อน เราทำงานที่บริษัท Twitter ในตำแหน่ง Head of Learning and Development ในเวลาที่ Twitter กำลังรุ่งสุด ๆ โต 350% ติดกันทุกปี เรารู้สึกเหมือนขึ้นรถไฟเหาะตลอดเวลา เรารักงานของเรามาก แต่เรารู้สึกว่าต้องพยายามเหลือเกินในการหาเวลาให้สำหรับครอบครัว เราจำเหตุการณ์หนึ่งได้ขึ้นใจ บ่ายวันหนึ่งโรงเรียนของลูกชายวัยประถม 1 โทรมาแจ้งว่ายังไม่มีใครมารับลูกเลย จังหวะนั้นเราร้องไห้โฮออกมาเลย

ขนาดว่าเราพยายามฝึกสติแล้วก็ตาม (เราชอบแอบไปนั่งสมาธิในห้องฝึกโยคะและสมาธิของที่ทำงาน) แต่เราก็ยังรู้สึกจิตหลุดลอยอยู่บ่อย ๆ เราจึงพยายามหาวิธีให้ตัวเองรู้เนื้อรู้ตัวมากขึ้น

เราเริ่มโดยการเขียนทุกอย่างที่จะทำในแต่ละวัน: ตื่นเช้า, กาแฟ, รับประทานอาหารเช้ากับครอบครัว, เตรียมอาหารกลางวัน, เตรียมตัวให้ลูก ๆ ไปโรงเรียน, พาหมาไปเดินเล่น, อาบน้ำเตรียมตัวไปทำงาน, ขับรถ, ต่อรถไฟ, เดินไปออฟฟิศ, ทำงาน, เดินไปสถานีรถไฟ, ขับรถกลับบ้าน, อาหารเย็น, อาบน้ำ, อ่านหนังสือกับครอบครัว, เข้านอน

จากนั้นเราเริ่มหาว่าเราจะสามารถฝึกสติได้ในช่วงเวลาไหนบ้าง

กาแฟ: หยุดเพื่อดื่มด่ำกับกาแฟในจิบแรก, ดมกลิ่นกาแฟ, รู้สึกถึงความร้อนของแก้วกาแฟที่อยู่ในมือ, หายใจเข้าออก 3 ลมหายใจ และ ดื่มด่ำกับกาแฟยามเช้า

นั่งรถไฟ: เมื่อหาที่นั่งได้, ตั้งเวลาประมาณ 5-10 นาที เพื่อฝึกสมาธิ นั่งนิ่ง ๆ และจดจ่อที่ลมหายใจ หรือลองหา App Mindfulness ฟังเพื่อเป็นตัวช่วยในการทำสมาธิสั้น ๆ ก็ได้ อาจจะเปิดตา หรือปิดตาก็ได้

ทำงาน: ทุกครั้งที่นั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ หยุดตั้งสติ, หลับตา รับรู้ความรู้สึกของเท้าที่แตะลงบนพื้น, รับรู้ความรู้สึกของร่างกายที่นั่งลงบนเก้าอี้, รับรู้ถึงลมหายใจเข้าออก และเริ่มทำงาน

อาหารเย็น: ขณะเตรียมอาหารเย็น หาเวลานึกจินตนาการดูว่าส่วนผสมเหล่านั้นมาจากที่ไหน, ใครเป็นคนปลูก, ใครเป็นคนเก็บเกี่ยว หรือ นำมาส่งที่ร้านที่เราซื้อมา เมื่อทุกคนนั่งพร้อมหน้า นึกขอบคุณอาหารมื้อนั้น ๆ ร่วมกัน

เวลาเข้านอน: เลือกวิธีที่จะช่วยฝึกสมาธิ สำหรับเด็กลองหาตุ๊กตาวางบนหน้าท้องของเด็ก ๆ และให้นับว่าตุ๊กตากระโดดขึ้นลงกี่ครั้ง หากเป็นเด็กโต ให้ลองแตะที่หัว, หัวใจ และ หน้าท้องดู ลองดูว่าจิตใจรู้สึกว้าวุ่น หรือผ่อนคลายในขณะนั้น? มีอารมณ์ หรือความกังวลต่าง ๆ ค้างคาอยู่หรือไม่? มีสิ่งที่อยากพูด หรือแบ่งปันกันไหม?

ทีนี้รู้สึกว่าการฝึกสติทำได้ง่ายขึ้นบ้างไหมคะ? จากงานวิจัยพบว่าถ้าเราฝึกสติวันละนิด ติดต่อกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ เราสามารถเปลี่ยนคลื่นสมองเราให้ดีขึ้นได้ หากเรามัวแต่รอให้มีเวลามากพอที่จะทำ เราคงไม่ได้เริ่มสักที คำแนะนำของเราแด่พ่อแม่ที่ทำงานทุกคน “เริ่มฝึกสติ ในตารางเวลาปกติของเราในทุก ๆ วัน วันละนิด โดยเฉพาะช่วงที่คิดว่าชีวิตมันช่างยุ่ง และวุ่นวายนั้นแหละ”


อ้างอิง : hbr.org



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน