นักลงทุนในสหรัฐฯ มีเรื่องให้เข่าอ่อนจากพิษเศรษฐกิจและข่าวร้ายจากแวดวงค้าปลีก

วานนี้ (18 พฤษภาคม) ดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones ของสหรัฐฯ ร่วงมากถึง 1,164.52 จุด ไปปิดที่ 31,490.07 จุด ถือเป็นการลดลงในวันเดียวมากสุดนับตั้งแต่มิถุนายน 2020 และปิดลบในระดับต่ำสุดตั้งแต่มีนาคม 2021 โดยเหตุผลหลัก ๆ มาจากพิษเศรษฐกิจ และอาการทรุดไปตาม ๆ กันของบรรดายักษ์ใหญ่ในธุรกิจค้าปลีก

17 พฤษภาคม Walmart เพิ่งเผยข่าวร้าย โดยไตรมาสแรกปีนี้ทำเงินได้ 2,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 69,000 ล้านบาท) ลดลงจากไตรมาสนี้ของปี 2021 ถึง 25% ถือว่าน้อยสุดในรอบ 35 ปี ด้าน Target คู่แข่งสำคัญก็แย่พอ ๆ กัน เผยว่าไตรมาสแรกปีนี้กำไรหายไปถึง 52%

สาเหตุที่ทำให้สองยักษ์ค้าปลีกสหรัฐฯ ต้องเจอกับข่าวร้ายดังกล่าว มาจากราคาน้ำมันและต้นทุนในการขนส่งที่แพงขึ้น ขณะเดียวกันประเทศยังเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ จนชาวอเมริกันก็ต้องจับจ่ายใช้สอยและซื้อสินค้าทุกอย่างกันอย่างระมัดระวังมากขึ้น

ด้านหุ้นของค่ายค้าปลีกอื่น ๆ อย่าง Best Buy, Macy และ Dollar Tree รวมไปถึงแพลตฟอร์ม E-commerce ระดับโลก อย่าง Amazon ก็พากันร่วง

แม้ Home Depot กับ Lowe อาการดีกว่า ด้วยยอดขายที่ดีและมีผลประกอบการดีกว่าที่เหล่านักวิเคราะห์คาดไว้แต่ก็ไม่เพียงพอกลบข่าวร้ายของคู่แข่งรายใหญ่ ๆ และแสดงว่าภาพรวมในธุรกิจค้าปลีกกำลังเผชิญมรสุม 

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ ดัชนี Dow Jones วานนี้ร่วงมากถึง 1,164.52 จุด และฉุดให้ดัชนีบริษัทใหญ่ S&P กับดัชนีบริษัทเทคโนโลยี Nasdaq ร่วงเช่นกัน และกระทบต่อเนื่องให้ดัชนีสำคัญ ๆ ในเอเชีย อย่าง Nikkei ของญี่ปุ่น และ Kospi ของเกาหลีใต้ วันนี้ (19 พฤษภาคม) เปิดในแดนลบ

มีการคาดกันว่าตลอดปีนี้สถานการณ์ในแวดวงค้าปลีกในสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศอาจยังไม่ดีขึ้น เพราะยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยมากมาย ตั้งแต่ราคาน้ำมัน ต้นทุนในการขนส่ง และราคาอาหารแพงจากสงครามยูเครน/cnn, cnbc, bbc



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน