ในเวลาไม่ถึงสองอาทิตย์ เราได้เห็นแบรนด์ขนมขบเคี้ยวเปิดตัวขนมรสชาติใหม่ที่ Collabs กับแบรนด์อาหารอื่น และวางจำหน่ายในรูปแบบ Limited Edition ถึง 2 แบรนด์ ได้แก่ มาชิตะ Collabs ร่วมกับเชสเตอร์ และเลย์ Collabs ร่วมกับมาม่า

ในมุมของมาชิตะร่วมกับเชสเตอร์เป็นการ Collabs เปิดตัวมาชิตะรสชาติข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลา

ซึ่งข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลาถือเป็นหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ของเชสเตอร์

และทำตลาดในรูปแบบ Limited Edition วางจำหน่ายระยะเวลา 3 เดือน ในเซเว่นอีเลฟเว่น และร้านเชสเตอร์เท่านั้น

การร่วมมือกับเชสเตอร์ของมาชิตะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งผ่าน Collabs Marketing แบรนด์ร้านอาหาร ที่มาชิตะทำต่อเนื่องมาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา

นับตั้งแต่ปี 2561 ที่มาชิตะ Collabs กับ บาร์บีคิวพลาซ่า เปิดรสชาติเบคอนย่างซอสบาร์บีคิวพลาซ่า

ปี 2563 มาชิตะ Collabs กับบอนชอน เปิดรสชาติไก่ทอดซอสการ์ลิก และ Collabs กับซูกิชิ เปิดรสชาติซี่โครงย่างหมักซอสเกาหลี

ปี 2564 Collabs กับฮะจิบัง ราเมน เปิดตัวรสราเมนเย็น เป็นต้น

ส่วนการ Collabs กับเชสเตอร์ในปีนี้มาชิตะคาดหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างส่วนแบ่งตลาดให้กับมาชิตะเพิ่มเติมจาก 17.9% เป็น 19.3% ในปีนี้

โดยตลาดรวมสาหร่ายในปีนี้มีการเติบโต 9% มูลค่า 2,146 ล้านบาท

มาในส่วนของเลย์ Collabs กับมาม่า เป็นการ Collabs ผ่านการคิดรสชาติใหม่ร่วมกัน 2 รสชาติ ได้แก่ รสชาติชิลลี่แครบ และรสชาติมิโซะบัตเตอร์

ซึ่งทั้งสองรสชาตินี้จะเป็นรสชาติใหม่ที่มีอยู่ในเลย์และมาม่าทั้งคู่

โดยเลย์และมาม่าจะทำตลาดผ่าน 2 รสชาติ ในแต่ละรสชาติจะผลิตขึ้นมาจำนวนจำกัด จำหน่ายชั่วคราวจนกว่าสินค้าจะหมด และวางขายในช่องทางที่แตกต่างกัน

เลย์และมาม่าโอเครสชาติชิลลี่แครบวางจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปและช่องทางออนไลน์

เลย์และมาม่าโอเครสชาติมิโซะบัตเตอร์วางจำหน่ายเฉพาะเซเว่นอีเลฟเว่น

การร่วมมือครั้งนี้เลย์และมาม่าจะใช้งบการตลาดร่วมกันรวม 30-40 ล้านบาท ผ่านช่องทางออนไลน์ โซเชียลมีเดียเป็นหลัก

และการร่วมมือ Collabs ในครั้งนี้เราเชื่อมั่นว่าเลย์และมาม่าต้องการให้เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ขับเคลื่อนรายได้และส่วนแบ่งตลาดให้สูงขึ้นจากปัจจุบัน

การ Collabs ร่วมกันของแบรนด์ขนมขบเคี้ยวเรามองว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจในเรื่อง

1. สร้างจุดแตกต่างกับคู่แข่ง พร้อมกับกระตุ้นตลาด จากการพูดถึงและทดลองซื้อ จากความสงสัยในรสชาติใหม่ ๆ ที่นำจุดเด่นของแบรนด์พาร์ตเนอร์มาผสมผสานเป็นรสชาติของขนมขบเคี้ยวตัวเอง

การผสมผสานรสชาตินี้เรามองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ให้ผู้บริโภคบางกลุ่มเกิดความสงสัยในรสชาติ และเกิดความอยากรู้จนซื้อมาเพื่อทดลองชิม ซึ่งถ้ารสชาติติดปากโอกาสในการซื้อซ้ำหรือแนะนำผู้อื่นก็จะมีเพิ่มขึ้นตามมาได้ และในทางกลับกัน ถ้ารสชาติไม่ถูกปากโอกาสที่จะบอกผู้อื่นอย่าทดลองชิมก็มีด้วยเช่นกัน

2. สร้างโอกาสในการขาย และขยายกลุ่มลูกค้าจากฐานลูกค้าของ Collabs Partnership ที่เป็นแฟนพันธ์ุแท้ และฐานลูกค้าที่นิยมชื่นชอบในแบรนด์ของพาร์ตเนอร์

และยังเป็นการนำจุดแข็งด้านต่าง ๆ ของ Collabs Partnership มาใช้ในการทำตลาดและช่องทางการตลาดได้อย่างดีด้วยเช่นกัน

3. การใช้กลยุทธ์ Limited Edition ทำให้ผู้บริโภคมองเป็นสินค้าที่หายาก เพราะไม่สามารถซื้อได้ทุกช่วงเวลาตามที่ต้องการ และทำให้ลูกค้าบางกลุ่มเลือกซื้อขนมของแบรนด์แทนคู่แข่ง หรือยอมจ่ายเพื่อรับประทานขนมขบเคี้ยวมากขึ้น เพื่อทดลองชิม และซื้อเป็นประจำในช่วงจำหน่ายที่เป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นอีกด้วย

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน