Wisesight เผยเทรนด์โซเชียลไทยครึ่งปีแรก ข่าวดราม่ามียอดเอนเกจระดับ 100 ล้าน กล่าวถึงกว่า 760,000 ข้อความ

ไวซ์ไซท์ เปิดเผยเทรนด์โซเชียลไทยครึ่งปีแรก และเทรนด์การทำงานในยุคหลังโควิด พร้อมเปิดออฟฟิศใหม่ รับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของพนักงาน

บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ด้านโซเชียลมีเดียมานานกว่า 15 ปี

คุณพุทธศักดิ์ ตันติสุทธิเวท รองผู้อำนวยการฝ่ายการบริการวิเคราะห์ข้อมูล บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยเทรนด์การทำงาน และเทรนด์โซเชียลในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 ที่น่าจับตามองผ่าน 2 มิติ ด้วยกัน คือ

1. เทรนด์การทำงาน

จากการสำรวจพฤติกรรมของคนบนโลกโซเชียลมากกว่า 64% เห็นด้วยกับ Work From Home เนื่องจากสามารถจัดสรรเวลาการทำงานได้ดีกว่า Productive มากกว่า  อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง

ขณะที่ 26% มองว่าการ Work From Home ทำให้เสียสุขภาพกายและจิต เกิดความเครียดได้ง่าย พื้นที่แวดล้อมไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน ตลอดจนเกิดความเหงาและอยากเจอผู้คน

ดังนั้น หากกลุ่มคนบนโลกโซเชียลจะออกมาทำงานที่ออฟฟิศ จะต้องเป็นออฟฟิศที่มีระบบการทำงานเป็นระบบ เป็นมืออาชีพ มีค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม เพื่อนร่วมงานเปิดใจรับฟังความคิดเห็นอย่างเข้าใจ ตัวงานมีคุณค่า และสนุกที่ได้ทำ

2. เทรนด์โซเชียลในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 แบ่งออกเป็น 3 ส่วน

Spectrum of Attitude : เป็นเทรนด์ที่เกิดเป็นการต่อสู้กันทางความคิด ซึ่งทำให้เกิดการถกเถียงหรือ “ดราม่า”

โดยที่ตั้งแต่ต้นปีมานี้ มีจำนวนดราม่าเกิดขึ้นทั้งสิ้น 760,000 ข้อความ และได้รับเอนเกจเมนต์รวม 187,000,000 เอนเกจเมนต์ โดย 8 เรื่องหลักที่ทำให้เกิดเรื่องดราม่า ได้แก่

1) สิทธิส่วนบุคคล (Privacy)

2) ความเชื่อ (Belief)

3) ปัญหาสังคม (Social Issue)

4) คุณค่าชีวิต (Life Value)

5) เพศ (Gender)

6) เชื้อชาติ (Racism)

7) สิทธิมนุษยชน (Human Rights)

8) ความแตกต่างทางความคิดระหว่างหนุ่มสาวและผู้สูงอายุ (Generation Gap)

The norm is shifting : เทรนด์ของการอยู่ในยุคที่ผู้บริโภคมองหามาตรฐานการให้บริการที่สูงขึ้นจากแบรนด์  ต้องการให้เกิดการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องนั้น ๆ มิใช่เพียงการทำแคมเปญการตลาดแบบฉาบฉวย เช่น เดือน Pride Month ที่หลายแบรนด์ออกมาร่วมฉลอง เปลี่ยนโลโก้เป็นสีรุ้ง หรือจัดแคมเปญเดินขบวน

แต่ในขณะเดียวกันก็มีกลุ่มคนแสดงความคิดเห็นไม่พอใจต่อการแสดงออกของแบรนด์ที่เป็นไปอย่างฉาบฉวย เนื่องจากก่อนหน้าไม่มีการออกมาแสดงจุดยืน ขาดความต่อเนื่อง จึงถูกมองว่าเกาะกระแส สร้างภาพลักษณ์แก่แบรนด์ของตน

ดังนั้น แบรนด์ควรเรียนรู้การทำการตลาดที่ลึกซึ้งมากขึ้น คือ จริงใจ, สม่ำเสมอ, และไม่ทำตามกระแส

Short, Fast, and Repeat : ในปัจจุบันต้องยอมรับว่าแพลตฟอร์ม TikTok เป็นแหล่งกำเนิดเทรนด์มากมาย ประเด็นหลายอย่างเกิดขึ้นจากแพลตฟอร์มนี้  แต่ช่วงเวลาของการเกิดกระแสหนึ่ง ๆ มีระยะเวลาการให้ความสำคัญที่สั้นลง เนื่องจากทุกคนสามารถสร้างคอนเทนต์ได้เอง ทำให้วันหนึ่ง ๆ เกิดประเด็นต่าง ๆ มากมาย จึงเกิดเป็นกระแสที่มาเร็วไปเร็ว

“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คาแรกเตอร์ของคนบนโลกโซเชียลก็ยังคงวนกลับมาที่จุดเดิม ๆ จนอาจนิยามได้ว่า เป็นยุค ‘Fast & Furious Consumer’ แบรนด์ควรที่จะพิจารณาในการตามเทรนด์ก่อนเสมอ  เพราะกระเเสต่าง ๆ สามารถส่งผลได้ทั้งดีและเสีย” คุณพุทธศักดิ์กล่าวในตอนท้าย

พร้อมกันนี้ ยังได้เผยภาพออฟฟิศใหม่ บนพื้นที่ 1,234 ตร.ม. รับการทำงานยุคหลังโควิด ให้คนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นพนักงานส่วนใหญ่ของไวซ์ไซท์สามารถใช้พื้นที่การทำงาน และใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างลงตัว

คุณกล้า ตั้งสุวรรณ, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า หลังวิกฤตการณ์โควิดเป็นต้นมา  พบว่า ในอนาคตไลฟ์สไตล์การทำงานของพนักงาน ต้องการความยืดหยุ่น

จึงออกแบบพื้นที่แบบ Hybrid Workplace เน้นเป็นพื้นที่สร้างปฏิสัมพันธ์ในทีม แบ่งออกเป็น  4 โซนหลัก ๆ ได้แก่ THE FRONT ที่มีจอ Command Center ขนาดใหญ่ไว้แสดงผลข้อมูลบนโลกโซเชียลแบบเรียลไทม์

ส่วนต่อมาคือ THE CAFE ให้พนักงานได้ปรับเปลี่ยนบริบทระหว่างการทำงาน ตามด้วย THE STUDIO ที่สามารถถ่ายทำงานไลฟ์ วิดีโอ สัมมนาออนไลน์ ให้งานจบได้ภายในออฟฟิศ ปิดท้ายด้วย THE ROOM ห้องประชุมใหม่ที่มีเฉดสีแดงตามอัตลักษณ์ของไวซ์ไซท์



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน