John Lasseter : Story is King

ในทุกบริษัท ทุกแบรนด์ และทุกบุคคล เรื่องราวหรือ Story คือหัวใจ

และเรื่องราวของ Toy Story 2 ที่ผมอ่านมาจากหนังสือเรื่อง Creativity Inc. หนังสือที่เขียนโดย Ed Catmull ประธานของ Pixar Animation และ Disney Animation ยิ่งทำให้ผมเชื่ออย่างนั้น

เรื่องนี้เริ่มต้นจากความสำเร็จอย่างถล่มทลายของหนังเรื่องแรกที่เปิดตัวจาก Pixar ที่ชื่อ Toy Story ที่ทำรายได้ไปถึง 354 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทำจากคอมพิวเตอร์ล้วนๆ นอกจากมันทำรายได้มหาศาลใน Box Office พร้อมได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างถล่มทลาย

เบื้องหลังความสำเร็จนั้นแน่นอนเต็มไปด้วยคนมากมาย แต่คนที่ต้องเอ่ยถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้นผู้กำกับอย่าง John Lasseter ซึ่งเติบโตมากับ Ed Calmull ตั้งแต่ Pixar ยังเป็น Start Up เล็กๆ

หลังจากความสำเร็จอย่างถล่มทลายของ Toy Story บริษัท Pixar ก็เดินหน้าสร้าง A Bug’s Life ต่อในทันที

แต่เมื่อ A Bug’s Life ถูกสร้างไปไม่นาน Disney ซึ่งเป็น Partner ในการสร้างหนังของ Pixar ก็มาพร้อมกับไอเดียว่า Pixar ควรรีบสร้าง Toy Story 2

นี่ไม่ใช่งานที่ง่ายเท่าไรเพราะเหล่าทีมงานครีเอทีฟทั้งหลายกำลังวุ่นวายกับ A Bug’s Life นั้น รวมถึง John Lasseter ด้วย

ทีมที่ทำ Toy Story 2 จึงต้องเป็นทีมใหม่ แต่ผู้บริหารของ Pixar คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะโครงสร้างหลักๆ ของหนังได้รับการรีวิวจาก John Lesseter แล้ว และทีมผู้กำกับและ Amnimator ก็เป็นทีมที่มีประสบการณ์สูง หนังเรื่องนี้จึงได้รับการอนุมัติให้สร้างในทันที

Toy Story 2 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Woody ตัวละครหลักที่เป็นตุ๊กตาคาวบอย ซึ่งถูกขายไปโดยให้กับนักสะสมของเล่นและจะถูกเก็บเข้า Collection โดยจะไม่ได้รับการเล่นด้วยอีกต่อไป แถมจะถูกส่งไปไว้ที่พิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่นอีกต่างหาก เจ้า Woody จะหาทางกลับมาหาเจ้าของได้อย่างไร

สิ่งที่ผู้บริหาร Pixar คิดคือ ตัวละครเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว หนังภาคแรกก็โด่งดังมาก ทีมงานก็เข้าใจกระบวนการในทำหนังเป็นอย่างดี และ Pixar ก็เป็นผู้นำด้านการทำหนัง Animation

Toy Story 2 น่าจะออกมาสมบูรณ์แบบไม่มีปัญหาอะไรเหมือน Toy Story ภาคแรก เหล่าผู้บริหารคิดอย่างนั้น

พวกเขาคิดผิดถนัด

วันหนึ่งหลังจากผ่านไปหลายเดือนเมื่อ A Bug’s Life เสร็จสมบูรณ์ John Lasseter ก็ได้มีโอกาสนั่งดูหนัง Toy Story 2 ซึ่งยังเป็นเวอร์ชั่นแบบ Draft อยู่

หลังจากนั่งดูอยู่หลายชั่วโมง

John เดินเข้ามาในห้องของ Ed Catmull พร้อมปิดประตูและบอกว่า

“มันคือหายนะ”

“หนังมันกลวง เดาทางได้ ไม่มีความตึงเครียด มุกตลกก็ฝืดสุดๆ”

นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องทำมันใหม่ทั้งหมด

และ Pixar มีเวลา 9 เดือน

จะว่าไปมันเกือบจะเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว

สิ่งแรกที่ John ทำคือเปลี่ยนตัวผู้กำกับหนัง โดยเขาลงไปกำกับหนังเรื่องนี้ด้วยตัวเองแม้มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันเป็นสิ่งจำเป็น

John Lasseter รู้ว่าเหนือว่า Special Effect หรือ Computer Graphic หรือ เทคนิคใดๆ หนังจะขายได้เรื่องราวต้องจับใจคนดู

เขาจึงเขียนเรื่องขึ้นมาใหม่

Toy Story 2 เวอร์ชั่นใหม่ยังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับ Woody เจ้าตุ๊กตาคาวบอยที่ด้วยความผิดพลาดถูกขายไปให้คนสะสมของเล่น แต่หนังโฟกัสไปที่ทางเลือกของ Woody ที่จะต้องเลือกระหว่างเส้นทางสองเส้นทาง ทางแรกคือการที่จะไปอยู่ในที่ๆ จะได้รับการดูและและมีชีวิตที่สะดวกสบายที่พิพิธภัณฑ์ที่ญี่ปุ่น ที่นี่เขาจะเป็นสิ่งที่คนดูอย่างชื่นชม มีคนดูแลรักษาทำความสะอาดอย่างดี แต่เขาจะไม่ได้รับการเล่นด้วยอีกเลย หรือจะเลือกอีกทางหนึ่งคือหาทางกลับบ้านเพื่อไปหาเจ้าของที่แท้จริงคือ Andy ซึ่งการที่จำทำให้หนังมีพลังนั้น คนดูต้องเชื่อว่าสองทางนี้คือทางเลือกจริงๆ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ทั้งสองทางนั้นมีน้ำหนักพอๆ กันทั้งคู่

การเลือกกลับไปหา Andy ซึ่งวันหนึ่งเขาจะโตไปเป็นหนุ่มและไม่สนใจของเล่นอย่าง Woody ก็ดูเป็นทางเลือกที่น่ากลัวไม่น้อย

การเลือกอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแต่ไม่มีคนรัก อย่างพิพิธภัณฑ์ก็ดูโหวงเหวงเช่นกัน

สิ่งที่หนังเรื่องนี้ต้องการคือ คนดูต้องเชื่อว่า Woody อยู่ที่ทางแยกของทางเลือกจริงๆ

สิ่งที่หนังเรื่องนี้ต้องการคือ ดราม่า

หนังเริ่มต้นจาก Woody เตรียมตัวที่จะไป Cowboy Camp กับ Andy แต่แขนของ Woody ดันมาหลุดซะก่อนเขาจึงต่อถูกทิ้งไว้บนชั้น ที่ชั้นนี่เอง Woody ได้พบพับ Wheezy ซึ่งเป็นเพวนกวิน ซึ่งมันบอกกับ Woody ว่ามันถูกทิ้งอยู่บนชั้นนี้มาหลายเดือนแล้วเพราะลานมันขาด ซึ่งเป็นการย้ำให้เห็นว่าสิ่งนี้อาจเกิดขึ้นกับ Woody ก็ได้

หนังยังเสริมให้ดราม่าเข้าไปอีกด้วยการเพิ่มตัวละครชื่อ Jessie ซึ่งเป็นคาวเกริ์ลที่มีบทบาทโดดเด่น Jessie รักเจ้าของที่เป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งของเธอมาก เหมือนๆ กับที่ Woody รัก Andy นี่แหละ แต่เหมือนเด็กผู้หญิงคนนี้โตขึ้น เธอก็ทิ้ง Jessie อย่างไม่แยแส และมันสื่อถึง Woody ว่าเขาก็คงถูก Andy ทิ้งแบบที่ Jessie โดนได้เหมือนกัน

มาถึงจุดนี้หนังได้ทำให้คุณเริ่มฉุกคิดแล้วว่า บางทีการไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ

และนี่แหละคือดราม่า

ทางเลือกที่ Woody กำลังเจออยู่นั้นเป็นทางเลือกจริงๆ เป็นปัญหาของจริงที่คนดูรู้สึกอินตามไปด้วย

ในที่สุด Woody ก็เลือกกลับบ้านทั้งๆที่รู้ว่าวันนึง Andy ก็คงจะต้องทิ้งเขาไปแน่ๆ Woody บอกว่า

“I Can’t Stop Andy From Growing Up”

But I Wouldn’t Miss it for the World”

เมื่อได้บทแบบนี้ John Lasseter รู้แล้วว่าหนังเรื่องนี้ต้องสำเร็จ

ทีมงานของ Pixar ใช้เวลาอีก 9 เดือนเข็น Toy Story 2 ออกมาได้ทันเวลาพอดีโดยระหว่างนี้พวกเขาแทบไม่ได้หลับได้นอน

Toy Story 2 เปิดตัวยิ่งใหญ่กว่าภาคแรก และกวาดรายได้ไปถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

และนี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พิสูจน์แล้วว่า

Story is King

 

เพิ่มเติม

Marketing Everything : รวิศ หาญอุตสาหะ

Marketeer Magazine ISSUE June 2015