วีซ่า เพย์เวฟ คลื่นลูกใหม่ของการชำระเงิน

สมบูรณ์ ครบธีรนนท์ ผู้จัดการวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย มั่นใจว่าในอนาคต วีซ่า เพย์เวฟ จะกลายเป็นช่องทางการชำระเงินพื้นฐานในชีวิตประจำวันของลูกค้า โดยที่ลูกค้าไม่จำเป็นต้องพกเงินสด นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าและร้านค้าอีกด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตของเทคโนโลยีการชำระเงินและโอกาสการเติบ โต

วีซ่า เพย์เวฟ

จ่าย… ไร้สัมผัส

“ที่ผ่านมา วีซ่า เพย์เวฟได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากธนาคารและร้านค้าชั้นนำ ที่นำเทคโนโลยีเข้าไปใช้ในระบบการชำระเงิน ซึ่งระบบเทคโนโลยีแบบไร้สัมผัสนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้ง่ายมาก ยิ่งขึ้นเพียงแค่ “แตะ” หรือยื่นบัตรให้อยู่ในระยะใกล้กับเครื่องรับชำระเงินแบบไร้สัมผัสเท่านั้น โดยที่ไม่ต้องรูดบัตรหรือ ลงนามใดๆ และด้วยวิธีการใช้งานที่สะดวกและรวดเร็วจึงช่วยลดระยะเวลาในการรอคิวชำระ เงิน ทั้งยังสามารถทำธุรกรรม โดยไม่ต้องพกเงินสดได้สูงสุดถึง 1,500 บาท”

อย่างไรก็ตาม การชำระเงินของลูกค้าก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การ “แตะ” บัตรเท่านั้น แต่ยังคงมีช่องทางการชำระเงินรูปแบบใหม่ผ่านอุปกรณ์อื่นๆ อีกด้วย อาทิ สติ๊กเกอร์,NFC (เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายระยะสั้น), สายข้อมือ (wristband) และโทรศัพท์มือถือที่มีระบบ NFC ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินได้โดยไม่ต้องยุ่งยากในการค้นหากระเป๋าเงิน

“วิวัฒนาการ การชำระเงินในระบบดิจิตอลมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามอัตราการ ใช้สมาร์ทโฟน ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ยกตัวอย่างเช่น การจัดเก็บข้อมูลสำคัญของบัตรของระบบคลาวด์ ซึ่งเป็นช่องทางใหม่ในการชำระเงิน อาทิ เทคโนโลยีแบบไร้สัมผัส, การชำระเงินผ่านบัตร และธุรกิจออนไลน์ โดยทั้งหมดจะรวมกันกลายเป็นแอพพลิเคชั่นการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการชำระเงินสำหรับลูกค้าทุกท่าน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม”

สำหรับ เบน ซอฟพิต ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรม วีซ่า ประจำภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และเอเชียใต้ เชื่อมั่นว่าการเติบโตของของการชำระเงินผ่านเทคโนโลยีดิจิตอล ได้ถูกขับเคลื่อนโดยผู้บริโภคที่ต้องการความรวดเร็วและความปลอดภัยในการทำธุรกรรมผ่านอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่มีส่วนเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยอย่างชัดเจน ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้กลายเป็นศูนย์กลางด้านการชำระเงินผ่านระบบดิจิตอล โดยได้กลายเป็นผู้นำในตลาดโลกด้านเทคโนโลยีแบบไร้สัมผัส และสามารถได้ส่วนแบ่งทางการตลาดได้อย่างรวดเร็ว และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันได้ขยายไปพื้นที่อื่นๆในประเทศไทยผ่านร้านค้ารายใหญ่และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ อาทิ แฟมิลี่มาร์ท, เทสโก้ โลตัส และบิ๊กซี

ปัจจุบัน วีซ่า เพย์เวฟมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในประเทศไทย ซึ่งเห็นได้จากร้านแมคโดนัลล์ ซึ่งมีสาขาที่สามารถใช้วีซ่า เพย์เวฟ มากกว่า 195 สาขา และมีอัตราของผู้ทำธุรกรรมผ่านบัตรดังกล่าว เพิ่มขึ้น 260% สำหรับบิ๊กซีและเทสโก้ โลตัส มีอัตราของผู้ทำธุรกรรมผ่านวีซ่า เพย์เวฟ เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า ในเดือนเดียวกัน

“ประเทศไทยคล้ายกับสิงคโปร์เมื่อสองปีที่แล้ว และการใช้จะมีการเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยตัวเลขล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การทำธุรกรรมการเงิน ณ จุดขายหรือแบบหน้าร้านในประเทศสิงคโปร์มาจากการทำธุรกรรมผ่าน “วีซ่า เพย์เวฟ” ถึง 20% (เมษายน 2557)”

“วีซ่า เพย์เวฟมีผู้ออกบัตรทั้งหมด 4 รายในประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และเทสโก้ คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยอดการชำระเงินทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าบัตรใบนี้ได้รับการยอมรับเป็นที่แพร่หลาย นอกจากนี้ยอดการชำระเงินโดยรวมเพิ่มขึ้น 44%หรือคิดเป็น 306 บาทต่อธุรกรรม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความมั่นใจที่จะใช้มากขึ้น ธนาคารต่างๆได้เริ่มมีผลิตภัณท์ของ วีซ่า เพย์เวฟเป็นของตนเองและพร้อมที่จะนำออกมาเสนอให้เห็นกันในช่วงสิ้นปีนี้

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer