ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตขนมดังทั้งเบนโตะ-เจเล่ เริ่มมาจากขายขนมปี๊บ ในตลาดมหานาค จนกลายเป็นบริษัทมูลค่าหมื่นล้าน

ผู้ผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม “เบนโตะ”, “เจเล่”, “เมจิฟาร์ม” ล้วนมีเจ้าของเป็น บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ที่ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัทระดับหมื่นล้านบาท

มีจุดเริ่มต้นมาจากการเป็นร้านค้าส่งที่เป็นธุรกิจครอบครัวในตลาดมหานาค

แรกเริ่มของบริษัทแห่งนี้ ก่อตั้งในนาม “ศรีวิวัฒน์” โดยคุณวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล  ในปี 2515  มีจุดประสงค์เพื่อผลิตและจำหน่ายขนมปังบรรจุปี๊บ

ปัจจุบัน คุณวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ผู้ก่อตั้งเเละประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ได้ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากติดภารกิจอื่น ตั้งเเต่เดือนมกราคม เเต่ยังดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และกรรมการบริหารของบริษัท 

โดยมี คุณฐากร ชัยสถาพร (น้องชายของผู้ก่อตั้ง) ขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่

เมื่อขนมปี๊บกลายเป็นที่นิยมบริษัทจึงขยายธุรกิจ จัดตั้งเป็นบริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เเละผลิตขนมหน้าตาใหม่ ๆ ที่นอกจากขนมปี๊บ ทำให้เราได้เห็นทั้งเยลลี่ น้ำผลไม้ผสมคาราจีแนนและผงบุก ผลิตภัณฑ์จากปลาและปลาหมึก เครื่องดื่มจากผลไม้และสมุนไพร ที่มีความหลากหลายขึ้นมาก จากนั้นขนมปี๊บก็เริ่มหายไปเมื่อปี 2560 ซึ่งในสมัยนั้นที่บริษัทเปลี่ยนมาผลิตขนมเเละเยลลี่ ต้องนำเข้าเครื่องผลิตจากญี่ปุ่นมาปรับปรุงใหม่

แม้ขณะนั้นตลาดมีกระเเสปลาเส้นอยู่เเล้ว เเต่การเปิดตัวเบนโตะก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย เพราะเป็นเจ้าเเรกที่เป็นขนมปลาหมึกแผ่น ช่วยให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้มากที่สุด เมื่อพูดถึงปลาหมึกแผ่นก็จะนึกถึงเบนโตะมาเป็นอันดับเเรก

ในปีที่ผ่านมา ตลาดขนมขบเคี้ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง มีการเติบโตราว 3-5%  มูลค่าอยู่ที่ประมาณ 43,948 ล้านบาท กลุ่มผู้บริโภคหลักยังคงเป็นวัยรุ่นอายุ 13-22 ปี

ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง กลายเป็นผู้นำในตลาดปลาหมึกเเผ่นเเละเจลลี่ ทั้งสองแบรนด์สามารถครองส่วนแบ่งตลาดถึง 70% และสร้างรายได้ให้กับศรีนานาพรมากถึง 80% ของรายได้รวม

– ปลาหมึกอบเบนโตะ สัดส่วนรายได้อยู่ที่ 45% ของรายได้บริษัท ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในตลาดปลาหมึกแผ่น 72.4% ในปีนี้เบนโตะเติบโต 12% ขณะที่ตลาดปลาหมึกแผ่นโต 15%

– เจเล่ ครองมาร์เก็ตเเชร์ในเจลลี่พร้อมดื่ม 78% มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 43% ของรายได้ทั้งหมด การออกสินค้าเจเล่ บิวตี้ ยังเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการปรับภาพของเจเล่ที่เป็นขนมให้กลายเป็นเครื่องดื่มวิตามินสำหรับคนรุ่นใหม่ด้วย สำหรับปีนี้เจเล่โต 30% เป็นการเติบโตกว่าตลาดซึ่งอยู่ที่ 27%

นอกจากสองเเบรนด์เรือธง บริษัทยังมีเเบรนด์ในคลังอีกมาก ทั้ง

– โลตัส  หนังไก่กรอบ ปูอัดกรอบ

– เมจิกฟาร์มเฟรช น้ำเฉาก๊วย น้ำมะพร้าว

– อควาวิตซ์ วิตามิน มิเนอรัล วอเตอร์

– เวเฟอร์ตราช๊อคกี้

– บิสกิตตราเบเกอรี่เฮาส์

โดยที่ครึ่งหนึ่งของสัดส่วนรายได้ของศรีนานาพร มาจากกลุ่มขนมขบเคี้ยว 55%  และเครื่องดื่ม 45% แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 75%  ตลาดต่างประเทศ 25%

กลยุทธ์ ขาย 5 บาทพอ

วิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เล่าว่า จะเห็นว่าสินค้าของศรีนานาพร จะมีในเซกเมนต์ราคาห้าบาท เเละกระโดดไปที่เซกเมนต์พรีเมียมที่จำหน่ายราคา 30 บาทเลย กลยุทธ์หนึ่งของบริษัทที่ทำให้เเบรนด์ถูกเลือกซื้อโดยผู้บริโภคเสมอคือ ราคาสินค้า การตั้งราคาห้าบาทของเเบรนด์นั้น เป็นราคาที่ผู้บริโภคยินดีจ่าย

เพราะจากการทำ Consumer Research กลุ่มลูกค้าวัยรุ่นวัยเรียนซึ่งเป็นลูกค้าหลักของตลาดขนมขบเคี้ยวนั้น  ลูกค้ากลุ่มนี้หยิบสินค้าไวและวางเงินจ่ายทันที ซึ่งราคาห้าบาทเป็นราคาในใจและผู้บริโภคคุ้นเคย ทำให้จ่ายง่ายซื้อขายคล่อง เเม้เจอปัญหาต้นทุนสูง บริษัทจะเลือกไม่ปรับราคา เเต่ไปปรับที่สินค้าแทน เเลกกับการยืนพื้นในราคาห้าบาท

เลือกขายในช่องทางที่มีโอกาสชนะมากกว่า

ช่องทางการขายของ ศรีนานาพร แบ่งออกได้เป็น

ช่องทาง Modern Trade เช่น โลตัส  บิ๊กซี 52-55%

และร้านค้าดั้งเดิม ยี่ปั๊ว 48%

เพื่อหลีกเลี่ยงการเเข่งขันที่ดุเดือดในร้านสะดวกซื้อ  สินค้าของบริษัทจึงจะไปกระจุกตัวอยู่ในโมเดิร์นเทรด ได้เเก่ โลตัส  บิ๊กซี เป็นส่วนใหญ่ มากกว่า Convenience Store ที่เป็นช่องทางทำตลาดที่ดึงดูดผู้บริโภคได้มากอย่าง 7-Eleven  เพราะบริษัทมองว่าในร้านสะดวกซื้อการเเข่งขันสูง มีเจ้าตลาดครองอยู่เเล้ว สังเกตได้ว่าเมื่อคนเข้าร้านสะดวกซื้อ มักจะหยิบจับเเบรนด์ที่เป็น Top of mind brand ในเเต่ละเซกเมนต์ก่อน รวมถึงพื้นที่วางขายที่มีการจัดระดับ เป็นข้อเสียเปรียบทางธุรกิจ

 

ผลประกอบการบริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)

ปี 2563 รายได้ 4,435 ล้านบาท กำไร 94 ล้านบาท

ส่วนปี 2564 รายได้ 4,391 ล้านบาท กำไร 437 ล้านบาท

สำหรับปี 2565 รายได้ 5,604 ล้านบาท กำไร 516 ล้านบาท

 

ก้าวใหม่ ก้าวใหญ่ ในการเติบโตไประดับอาเซียน

วิโรจน์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มขนมขบเคี้ยว เจลลี่ เเละเครื่องดื่ม  ปีนี้จะกลับมาสร้างเเบรนด์ นำเสนอสินค้ากลุ่ม Supplementary Food ในรูปแบบ Individual Pack มากขึ้น นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ รองรับเทรนด์ของผู้บริโภค โดยจะทยอยออกสินค้าใหม่วางจำหน่ายให้ได้เห็นอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด บริษัทเปิดตัวเครื่องดื่มในหมวดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารสกัดจากใบกระท่อม รายเเรกของเมืองไทยที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ภายใต้เเบรนด์เมจิฟาร์ม  เริ่มจำหน่าย 1 สิงหาคมนี้ โดยหวังว่าจะสามารถชิงเเชร์ในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมาได้ 5% เป็นสินค้าทางเลือกให้กับผู้บริโภคกลุ่มผู้ใช้เเรงงาน

“การต่อยอดแบรนด์เดิม โดยออกสินค้าหมวดหมู่หรือรสชาติใหม่ เพิ่มความหลากหลายแต่ใช้ชื่อแบรนด์เดิม  ทำให้บริษัทไม่เสียเวลาเริ่มต้นสร้างการรับรู้เเบรนด์ใหม่ อย่างผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสารสกัดจากใบกระท่อมก็อยู่ภายใต้เเบรนด์เมจิฟาร์ม  หรือแบรนด์โลตัสที่มีขาไก่และน่องไก่อยู่ก่อน ก็เพิ่มวัตถุดิบในหมวดอื่นได้ เช่น หนังไก่กรอบ หรือปูอัดกรอบ ชื่อเเบรนด์ติดตลาดอยู่เเล้วผู้บริโภคไว้ใจ ไม่เสียเวลาทำความเข้าใจกับผลิตภัณฑ์ใหม่นาน

ปัจจุบันนอกจากตลาดในประเทศแล้ว บริษัทยังส่งออกจำหน่ายในมากกว่า 35 ประเทศ 5 ทวีป อาทิ สปป. ลาว กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และจีน เป็นต้น  มีรากฐานระบบจัดจำหน่ายและการผลิตทั้งในเเละนอกประเทศ ในภูมิภาค CLMV จำนวนโรงงานทั้งหมด 6 แห่ง ใน 3 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา 1 แห่ง เวียดนาม 1 แห่ง เป็นฐานการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าในภูมิภาคอาเซียน นอกเหนือจากนั้นอยู่ในไทย 4 แห่ง

ซึ่งการขยายไปในต่างประเทศนั้น บริษัทมีการลงทุนภายใต้สามโมเดลหลัก คือ Full System อย่างที่เวียดนามเเละกัมพูชา ดำเนินการตั้งเเต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้เเบรนด์ผูกพันกับผู้บริโภคในพื้นที่ เเละ Joint Venture ไม่มีโรงงานผลิต ตลอดจน Export/Distribution คือส่งออกหรือจัดจำหน่าย

ซึ่งเป้าหมายหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงเป็นไปตามเเผนเดิม คือตั้งเป้ารายได้เเตะ 8,000 ล้านบาท ภายในห้าปีหลังการเข้าตลาดฯ ในปี 2564

รู้จัก  SNNP หรือ ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตขนมดังหลายเเบรนด์

บริษัท ศรีนานาพร  มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี 2564
ก่อตั้งในนาม “ศรีวิวัฒน์” โดยคุณวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ปี 2515

เพื่อผลิตและจำหน่ายขนมปังบรรจุปี๊บ

เลิกผลิตขนมปี๊บเเล้วเมื่อปี 2560
ปัจจุบันบริษัทเป็นเจ้าของ 1. เบนโตะ

2. เจเล่

สองเเบรนด์ขับเคลื่อนรายได้บริษัท 80% ของรายได้ทั้งหมด

3. โลตัส  หนังไก่กรอบ ปูอัดกรอบ

4. เมจิกฟาร์มเฟรช น้ำเฉาก๊วย น้ำมะพร้าว

5. อควาวิตซ์ วิตามิน มิเนอรัล วอเตอร์

6. เวเฟอร์ตราช๊อคกี้

7. บิสกิตตราเบเกอรี่เฮาส์

 

รายได้มาจากกลุ่มขนมขบเคี้ยว 55%  และเครื่องดื่ม 45%
จำนวนโรงงานทั้งหมด 6 แห่ง ไทย 4 แห่ง

กัมพูชา 1 แห่ง

เวียดนาม 1 แห่ง

รายได้ (ล้านบาท) กำไร (ล้านบาท)
2563 4,435 94
2564 4,391 437
2565 5,604 516
ตั้งเป้ารายได้เเตะ 8,000 ล้านบาท ภายในปี 2569

ที่มา: SNNP, SET

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer