ทักษะสำคัญทั้งในการใช้ชีวิตและการทำงานอีกด้านที่ไม่ควรมองข้ามเลยคือการเจรจา เพราะถ้าทำได้ดีทางเดินชีวิตคุณก็จะง่าย การงานก็จะก้าวหน้า ขจัดข้อติดขัดจนสามารถปิดดีลได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ยังมีเรื่องใหญ่ ๆ 3 ข้อที่เรามักหลงลืมหรือเข้าใจผิดว่าทำแล้วดี ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วควรเลี่ยงในการเจรจาทุกระดับ

พูดน้อยไว้ก่อน: อย่างแรกที่ควรเลี่ยงในการพูดคุยทุกระดับ ไล่ตั้งแต่สนทนาในครอบครัวไปจนถึงการเจรจาธุรกิจ คือ การพูดน้อยเกินไป เพราะเข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายจะมองว่าคุณเป็นผู้ฟังที่ดี
การแทบไม่ตอบกลับเลย นอกจากทำให้คู่สนทนาพูดอยู่ฝ่ายเดียวแล้ว ยังเป็นการทำให้คุณพลาดโอกาสได้แสดงความคิดเห็นหรือทัศนะต่อสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
และหากที่พูดไปตรงกับสิ่งที่อีกฝ่ายคิดอยู่ยังจะทำให้การเจรจาลื่นไหลอีกด้วย ทว่าก็ควรท่องให้ขึ้นใจและเตือนตัวเองก่อนเริ่มการสนทนาว่า ต้องไม่พูดมากเกินจนไปปิดโอกาสอีกฝ่าย
เอาแต่โยนให้เธอเลือก: เรื่องต่อมาที่ควรเลี่ยงหรือทำให้น้อยเข้าไว้ แต่คนส่วนใหญ่กลับพลาด ทำกันบ่อย ๆ เกินไปในบทสนทนา คือ การปล่อยให้อีกฝ่ายตัดสินใจ พร้อมคำพูดอมตะอย่าง “เธอเลือกเลย” หรือ “อะไรก็ได้ แล้วแต่เธอ”
เพราะแม้ด้านหนึ่งเป็นการตามใจ ลดความเครียด และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้เลือก แต่หากมองอีกด้านหนึ่ง นี่คือการโยนภาระให้อีกฝ่ายตัดสินใจ และต้องยอมรับผลทุกอย่างที่ตามมา
นอกจากนี้ หากคุณเป็นฝ่ายที่บอกว่า “เธอเลือกสิ” บ่อย ๆ คุณนั่นแหละที่จะถูกมองในแง่ลบผ่านการตราหน้าว่า ไม่กล้าตัดสินใจบ้างเลย
ดังนั้น ในระหว่างการสนทนา หากเจอคำถามปลายเปิดให้เลือก ก็ควรเลือกหรือแสดงความคิดเห็นบ้าง เพราะจะช่วยให้การพูดคุยเดินหน้าต่อไปถึงปิดดีลสวยตามที่คุณหวังไว้

เซ็นเซอร์คำชม: ทั้งที่เป็นเรื่องดี แต่มีคนไม่น้อยคิดเอาเองว่า การชมคู่สนทนาเป็นเรื่องไม่เหมาะหรือต้องระวัง เพราะกลัวถูกมองว่าไม่จริงใจ และโดนเข้าใจผิดว่าหวังผลประโยชน์
หรือเลยเถิดไปถึงการถูกมองว่า เสแสร้ง ที่ปัจจุบันเรียกทับศัพท์ด้วยคำสั้น ๆ ในภาษาอังกฤษว่า เฟค (Fake)
ความกลัวดังกล่าวที่เหมือนเซ็นเซอร์ตัวเองนี้ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง โดยถ้าคุณรู้สึกว่า คู่สนทนาควรได้รับคำชมก็พูดออกไปเลย
เพราะจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าคุณเป็นพวกเดียวกัน และเข้าอกเข้าใจ จนช่วยให้สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ถัดจากนั้น หากคุณจะยื่นข้อเสนออะไร โอกาสที่ได้รับการตอบตกลงก็ย่อมง่ายกว่าเดิม และปิดดีลได้ในที่สุด ♦/fastcompany
–
